"บอกแล้วไงครับว่าแรงเสียดทานสถิตมันมากกว่าแรงเสียดทานจลน์เสมอ... น้องปาล์มดูหน้านิ่งๆ แบบนี้ ไม่ได้แปลว่าเข้าใจนะครับ แต่น้องกำลังคิดว่าพี่ธันวาหน้าเหมือนโจรหลอกเด็กอยู่ต่างหาก"
เสียงทุ้มติดกวนประสาทของธันวาเอ่ยขึ้น พร้อมกับนิ้วเรียวยาวที่เคาะลงบนโต๊ะไม้เลคเชอร์เสียงดัง *ก๊อกๆ* เรียกสติเด็กนักเรียนชาย ม.ปลาย ที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่หน้ากองหนังสือพิมพ์เก่าและแท่งไม้ทดลอง ในห้องกระจกห้องสมุดโรงเรียน
ที่มุมห้อง... ครูรินยืนกอดอกแน่น แผ่นหลังแนบชิดกับชั้นหนังสือฟิสิกส์เล่มหนา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมจ้องเขม็งมาที่ติวเตอร์หนุ่มฟรีแลนซ์ด้วยสายตาพิฆาต เธอมาที่นี่ด้วยภารกิจเดียวในฐานะหัวหน้าหมวดวิชาการ... "จับผิดการสอนนอกลู่นอกทาง" ของนายธันวาให้คาหนังคาเขา แล้วสั่งแบนเขาออกจากการติวพิเศษนอกเวลาเสีย
แต่ดูท่าทางวันนี้... นายธันวากลับลากเอาเรื่องแรงเสียดทานในชีวิตประจำวันมาอธิบายจนเด็กในห้องตาโตเป็นไข่ห่าน
"ครูรินครับ ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ตรงนั้น ระวังรอยตีนกาถามหานะครับ อายุยังไม่ทันเลขสามเลย เป็นห่วงนะเนี่ย" ธันวาหันไปส่งยิ้มหยانونกวนบาทใส่ พร้อมกับขยิบตาให้ทีหนึ่งอย่างรวดเร็ว
"นายธันวา! ฉันมาสังเกตการณ์นะ ไม่ได้มาให้เธอนินทาเรื่องอายุ!" รินสะดุ้งโหยง หลุดมาดคุณครูสาวผู้เคร่งขรึมเป๊ะทุกระเบียบนิ้วไปชั่วขณะ เธอก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะ พร้อมจะพ่นสารพัดกฎระเบียบกระทรวงศึกษาธิการใส่อีกฝ่ายให้หูชา
"โอ้โห เดินมาเร็วขนาดนี้ ถ้าคำนวณตามหลักจลศาสตร์ มวลสารระดับคุณครูรินพุ่งชนด้วยความเร่งขนาดนี้ แรงปะทะที่หน้าอกผมคงทำเอาซี่โครงร้าวแน่ๆ เลยครับ... แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นกอดแทน น่าจะซับแรงกระแทกได้ดีกว่านะ" ธันวาแกล้งทำเป็นเอามือกุมหน้าอก ทำหน้าตาเจ็บปวดเกินจริง
"ทะลึ่ง! นายเนี่ยนะ... สอนเด็กอยู่ได้ เอาแต่เล่นมุกบ้าๆ บอๆ ฟิสิกส์มันเป็นวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์นะ ไม่ใช่ตลกคาเฟ่!" รินหน้าแดงแจ๋ ไล่ตั้งแต่ปลายหูจนลามไปถึงลำคอระหง เธอตบโต๊ะดัง *ปั๊บ* จนแท่งไม้ทดลองสะเทือน
"อ้าวๆ ใจเย็นครับคุณครู หน้าแดงแบบนี้ไม่ได้เขินผมใช่ไหมครับเนี่ย?" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนตรงหน้าให้เสียอาการ "งั้นไหนๆ ครูรินก็เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองมาแล้ว ลองมาช่วยผมอธิบาย 'สัมประสิทธิ์ความเสียดทาน' (Coefficient of Friction) ให้เด็กๆ ฟังหน่อยสิครับ ว่าทำไมเวลาเราลากกระเป๋าเดินทางบนพื้นผิวที่ต่างกัน ถึงต้องใช้แรงไม่เท่ากัน... เชิญครับปรมาจารย์ริน"
ธันวาผายมือออกกว้าง เชิญชวนให้คุณครูสาวผู้เคร่งขรึมก้าวเข้ามาแทนที่ตำแหน่งติวเตอร์อย่างหน้าตาเฉย
รินอ้าปากค้าง เธอกลืนน้ำลายลงคออื้ออึง อยากจะปฏิเสธแล้วสะบัดบ็อบเดินหนีออกไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่สายตาสมเพชแกมสงสัยของเด็กนักเรียนในห้องที่มองสลับระหว่างเธอกับกระดานไวท์บอร์ดพกพา ทำให้ทิฐิและวิญญาณความเป็น "ครูผู้ให้" ของเธอพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ให้ตายสิ! ผู้ชายคนนี้รู้วิธีกระตุ้นต่อมความอยากสอนของเธอได้แม่นยำยิ่งกว่าสูตรฟิสิกส์เสียอีก!
"ฮึ่ย! ถอยไปเลยนะนายธันวา! เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูว่าการสอนฟิสิกส์แบบ 'มืออาชีพ' ที่ถูกต้องตามหลักหลักสูตรแกนกลาง มันเป็นยังไง!" รินกระชากไวท์บอร์ดมินิมาถือไว้เองด้วยความหมั่นไส้ เธอสะบัดผมยาวสลวยไปด้านหลัง แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังเฉียบคมในเสี้ยววินาที จนธันวาถึงกับหุบยิ้มแล้วมองตามด้วยความทึ่ง
"อ่ะแฮ่ม! นักเรียนฟังทางนี้..." เสียงหวานทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานน่าฟัง รินหยิบปากกาไวท์บอร์ดขึ้นมาเขียนสมการตัวยึกยืออย่างคล่องแคล่ว "พวกเธอรู้ไหมว่า แรงเสียดทานเนี่ย มันไม่ได้มีแต่ข้อเสียนะ... ถ้าโลกนี้ไม่มีแรงเสียดทาน เราจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้เลย รองเท้ากับพื้นถนนจะไถลลื่นเหมือนคนเดินบนน้ำแข็งตลอดเวลา..."
ธันวาถอยฉากออกมายืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง ดวงตาคมทอดมองภาพหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังอธิบายเรื่องแรงเสียดทานด้วยความกระตือรือร้น มือเรียวขีดเขียนลูกศรทิศทางของแรง (Vector) ลงบนกระดานอย่างแม่นยำ น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ตอนนี้กลับนุ่มนวลและน่าฟังจนเด็กชายปาล์มที่เคยสัปหงก กลับเงยหน้าขึ้นจดตามยิกๆ อย่างลืมตัว
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของธันวาโดยไม่รู้ตัว... *ยัยนี่ เวลาตั้งใจสอนหนังสือ มันมีเสน่ห์ชะมัดเลยแฮะ*
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงโดยที่ไม่มีใครรู้สึกตัว รินร่ายยาวตั้งแต่วิเคราะห์โจทย์ฟิสิกส์ ม.ปลาย ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในวิศวกรรมเครื่องกล จนกระทั่งเธอวางปากกาลง หอบหายใจเบาๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อน
"อะ...แฮ่ม! ก็ประมาณนี้แหละ เข้าใจกันไหม?" รินหันไปถามเด็กนักเรียน ซึ่งพากันพยักหน้ารัวๆ ด้วยความทึ่ง
ธันวาปรบมือแปะๆ เบาๆ เดินเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กจากตัวเธอลอยมาแตะจมูก "สุดยอดครับอาจารย์ริน อธิบายซะผมเกือบจะสอบเข้าวิศวะใหม่อีกรอบเลย... สมแล้วที่เป็นลูกรัก ผอ."
รินเพิ่งได้สติ เธอหันขวับมามองหน้าธันวา แล้วดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อรู้ตัวว่า... *นี่เธอเผลอมาช่วยติวให้นายบ้านี่สอนฟรีตั้งครึ่งชั่วโมงเหรอเนี่ย! แถมยังสนุกจนลืมตัวไปถนัดตา!*
"นะ...นายธันวา! นี่ฉัน... ฉันมาจับผิดเธอนะ ไม่ได้มาเป็นลูกมือสอนหนังสือให้เธอนะยะ!" รินหน้าเสีย เธอยื่นปากกาคืนให้เขาแรงๆ จนแทบจะทิ่มหน้าผาก
"อ้าว ก็ไหนบอกว่าวิธีผมมันแย่ไงครับ คุณครูเลยต้องลงมือสาธิตให้เด็กดูเอง... ขอบคุณมากนะครับที่เมตตาติวเตอร์ต๊อกต๋อยคนนี้" ธันวายิ้มกวน ประสานสายตาคมกริบเข้ากับนัยน์ตาคู่สวยที่กำลังฉายแววจำยอมและเขินอายปะปนกัน
รินเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอยกมือขึ้นจะชี้หน้าด่าเขาเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของธันวาก็ดังขึ้นตัดจังหวะพอดี
*พิ้งกี้: "พี่ธันวาคะ เย็นนี้ว่างไหมคะ พอดีหนูทำขนมมาฝาก... อยากให้พี่ช่วยชิมหน่อยจัง"*
ข้อความแชตจากสาวสวยรุ่นน้องคณะบริหารธุรกิจโชว์หราขึ้นมาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่คว่ำไว้ครึ่งหนึ่ง ธันวายังไม่ทันได้เอื้อมมือไปหยิบ สายตาของรินก็กวาดไปเห็นข้อความนั้นเข้าเต็มๆ โดยบังเอิญ
บรรยากาศในห้องกระจกที่เคยอบอุ่นและมีเสียงหัวเราะเมื่อครู่ กลับเงียบกริบลงในพริบตา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกของคุณครูสาวสายเนี้ยบ
รินสะบัดหน้าหนีทันที น้ำเสียงที่เอ่ยออกมามีความประชดประชันเจืออยู่โดยเจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว "อ๋อ... มีคนรอชิมขนมปังฝีมือสาวสวยนี่เอง งั้นฉันไม่กวนเวลา 'สวีท' ของนายแล้วล่ะมั้ง เชิญตามสบายนะคะ 'คุณติวเตอร์สุดฮอต'!"
พูดจบ รินก็คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากอดแน่น หมุนตัวเตรียมจะเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านอยู่ในอก
แต่ทว่า... ธันวาไว กว่า เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวบางของเธอไว้เบาๆ ไม่ให้เดินหนี รินสะดุ้งสุดตัว หันกลับมามองด้วยแววตาตื่นตระหนกแกมโกรธนิดๆ "ปล่อยนะ! จะมาจับแขนฉันทำไม นายมีนัดไม่ใช่รึไง ไปหา ‘พิ้งกี้’ ของนายโน่นไป๊!"
ธันวาไม่ได้ปล่อยมือ แถมยังขยับเข้ามาใกล้จนรินต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผมของเธอ แววตาทะ้นขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป กลายเป็นความลึกล้ำจริงจังที่ทำเอาคนใจแข็งอย่างครูรินถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"หึงเหรอครับ...?" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดริมฝีปากหยักของชายหนุ่ม ชิดริมใบหูของเธอจนขนลุกซู่
"ใคร! ใครหึงนาย บ้าหรือเปล่า!" รินหน้าแดงก่ำ เถียงเสียงหลง พยายามดึงแขนตัวเองกลับแต่ไม่เป็นผล แรงผู้ชายต่างจากเธอลิบลับ
"ถ้าไม่ได้หึง... แล้วทำไมหน้าต้องงอเป็นจานดาวเทียมขนาดนั้นด้วยล่ะครับ" ธันวาอมยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นระริกของเธอ "ฟังไว้นะครับคุณครูริน... ต่อให้เด็กบริหารจะเอาเค้กมาประเคนให้ทั้งร้าน หรือพาสาวสวยทั้งคณะมานั่งรอหน้าห้อง..."
ธันวาเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รินหลับตาปี๋ หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกแม้แต่สูตรฟิสิกส์ที่เพิ่งสอนไปเมื่อครู่
"...ก็สู้แรงดึงดูดระหว่างผมกับครู... ไม่ได้หรอกครับ"
*ติ๊ง!*
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะที่ยังเปิดค้างไว้ เด้งข้อความใหม่จากพิ้งกี้ขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับรูปภาพกล่องเค้กช็อกโกแลตหน้าตาน่ากิน แต่ทว่า... นิ้วเรียวของธันวาที่ว่างอยู่ กลับเอื้อมไปกดปุ่ม **"บล็อก"** รายชื่อสนทนานั้นต่อหน้าต่อตาครูรินในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
รินลืมตาโพลงด้วยความตกใจ อ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้า
"นาย... นายทำบ้าอะไรเนี่ย!"
"ก็บอกแล้วไงครับว่า..." ธันวายิ้มละมุน แววตาอบอุ่นจนคนถูกมองแทบละลาย "ตอนนี้... ในหัวผมมีแต่เรื่อง 'ฟิสิกส์' กับ 'คุณครู' เต็มไปหมดแล้ว ไม่มีพื้นที่ว่างให้ใครอื่นหรอกครับ"
ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบประโยคสุดท้ายชิดริมฝีปากของริน เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่ก้องกังวานอยู่ในความรู้สึกของเธอจนลมหายใจสะดุด
*"แล้วคืนนี้... สนใจมาช่วยผม 'ทดลอง' เรื่องแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่ห้องผมหน่อยไหมล่ะครับ... ครูริน?"*
(โปรดติดตามตอนต่อไป... วันพรุ่งนี้เวลานี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดนะครับ!)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้กันเสมอ น้วยๆ นะครับ <3
เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ•ตอนที่ 6
อย่าให้เห็นว่านอกเรื่อง
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!