เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ•ตอนที่ 15

ความลับของกาลเวลา

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"ถอยไป... อย่ามาแตะต้องเด็กคนนี้" เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันดังขึ้น ตัดผ่านความเงียบของห้องสมุดในยามวิกาล บรรยากาศฟีลกู๊ดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่นี้ระเหยหายไปอย่างไร้ร่องรอย รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานถอดสีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่—ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าเรียบตึงไร้รอยยิ้ม และดวงตาคู่คมที่จ้องมองมายังธันวาด้วยแววตาดุดันราวกับพร้อมจะพุ่งเข้ามาขย้ำได้ทุกเมื่อ ธันวาไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่นصفก้าว เขายังคงยืนนิ่งในท่าเดิม ค่อยๆ หันกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตาเรียวรีหรี่ลงเล็กน้อยอย่างคนกำลังประเมินสถานการณ์ ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ ชนิดที่ทำให้อีกฝ่ายยิ่งคิ้วกระตุกด้วยความไม่พอใจ "ใจเย็นก่อนสครับคุณพี่ หน้าตาเคร่งเครียดขนาดนั้น ระวังรอยตีนกาจะถามหาเร็วกว่ากำหนดนะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่กวนประสาทเป็นเลิศ สายตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า "แล้วอีกอย่าง... ผมแค่กำลังติวหนังสือให้น้องเขา ไม่ได้จะพาไปปล้นธนาคารสักหน่อย ทำไมต้องทำหน้าเหมือนผมไปขโมยภรรยาคุณมาด้วยล่ะครับ" "คุณ..." ชายหนุ่มคนนั้นกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รินรีบก้าวเข้ามาแทิงกลางระหว่างคนทั้งคู่ เธอใช้มือผลักไหล่ธันวาเบาๆ เป็นเชิงปราม ก่อนจะหันไปทางผู้มาใหม่ด้วยน้ำเสียงร้อนรน "พี่กรณ์! พี่มาทำอะไรที่นี่คะ แล้วเข้ามาได้ยังไง รินบอกแล้วไงว่ารินเคลียร์งานไหว" *พี่กรณ์*—ผู้จัดการฝ่ายวิชาการสุดเนี๊ยบและรุ่นพี่คนสนิทของรินที่โรงเรียน ข่าวลือหนาหูว่าเขาตามจีบรินมานานนับปี และเกลียดขี้หน้าติวเตอร์ฟรีแลนซ์อย่างธันวาเข้าไส้ "ริน ถอยออกมาจากไอ้หมอนี่" กรณ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน สายตาอาฆาตยังคงล็อกเป้าอยู่ที่ธันวา "พี่ได้ยินข่าวลือแปลกๆ ว่ามีติวเตอร์นอกรีตชอบใช้ลูกไม้พิสดารมาล่อลวงเด็กในความดูแลของเรา พี่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องจริง... และกล้าดียังไงถึงมาอยู่กับรินสองต่อสองในที่ลับตาคนแบบนี้" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ยกมือขึ้นกอดอก พิงสะโพกกับขอบโต๊ะอ่านหนังสือด้วยท่าทางสบายๆ ชวนหมั่นไส้ "โอ้โห พูดซะผมกลายเป็นอาชญากรข้ามชาติเลยนะครับเนี่ย ล่อลวงอะไรกัน ผมออกจะสอนด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ล้วนๆ บริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งกว่าน้ำแร่ธรรมชาติซะอีก... จริงไหมครับคุณครูริน" ประโยคสุดท้าย ธันวาหันไปขยิบตาให้รินที่ยืนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและ... ความเขินอายที่ถูกดึงเข้ามาพัวพัน "ธันวา! นายเงียบไปเลยนะ!" รินหันมาแหวใส่เขาเสียงดัง ลมหายใจฟوتฟัดด้วยความโมโหที่ถูกคนกวนประสาทแกล้งหยอกในสถานการณ์หน้าซีดเช่นนี้ "ส่วนพี่กรณ์คะ เลิกคิดมากแล้วก็เลิกทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของรินสักที รินโตแล้ว รินรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่!" กรณ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อโดนรินต่อว่า แต่สายตาที่มองธันวายังคงเต็มไปด้วยความระแวง "รินก็รู้ว่าโรงเรียนของเราเคร่งเรื่องภาพลักษณ์แค่ไหน ถ้ามีใครเอาเรื่องนี้ไปพูดเสียๆ หายๆ ชื่อเสียงของรินจะป่นปี้!" "ถ้ากลัวเรื่องเวลาและการจัดการนักเรียนนักศึกษาจนต้องมานั่งเครียดกันหน้าดำคร่ำเครียดล่ะก็..." ธันวาแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ "บางที... พวกคุณอาจจะแค่ 'ไม่รู้จักกาลเวลา' ดีพอก็ได้นะครับ" ห้องสมุดทั้งห้องเงียบกริบลงทันที กรณ์ขมวดคิ้วมุ่น "แกหมายความว่ายังไง?" รินหันขวับมามองหน้าธันวา เธอมองเห็นประกายบางอย่างในดวงตาดำขลับคู่นั้น—ประกายของนักฟิสิกส์ผู้ลุ่มหลงในจักรวาล ธันวาถอนหายใจเบาๆ เดินไปหยิบสมุดโน้ตและปากกาไวท์บอร์ดมาวางตรงกลางโต๊ะ ก่อนจะเคาะป๊อกๆ ลงบนโต๊ะสองทีเพื่อเรียกสติคนทั้งคู่ "มนุษย์เราเนี่ย ตลกดีนะครับ..." ธันวาเริ่มพูด น้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟังราวกับกำลังเล่าเรื่องนิทานก่อนนอน "เรามักจะกังวลเรื่องเวลา กลัวไปสาย กลัวหมดเวลา กลัวเวลาผ่านไปเร็วเกินไป หรือแม้แต่กลัวว่าเวลาของชีวิตจะสั้นเกินไป... แต่มีใครเคยสงสัยจริงๆ ไหมครับว่า 'เวลา' ที่เราก้มมองจากนาฬิกาข้อมือราคาแพงเนี่ย มันเที่ยงตรงจริงๆ หรือเปล่า?" กรณ์ทำท่าจะอ้าปากแย้ง แต่ธันวายกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน "อย่าเพิ่งเถียงครับคุณพี่ ฟังผมก่อน" ธันวาใช้ปากกาขีดเขียนวงกลมลงบนกระดาษ "พวกคุณรู้ไหมว่า สิ่งที่เที่ยงตรงที่สุดในจักรวาลนี้ มนุษย์ไม่ได้พบมันจากดวงดาว ไม่ได้พบมันจากการหมุนของโลก แต่เราสร้างมันขึ้นมาด้วยความเข้าใจในระดับควอนตัม... สิ่งนั้นเรียกว่า **'นาฬิกาอะตอม' (Atomic Clock)** ครับ" รินกะพริบตาปริบๆ ความโกรธเมื่อครู่ถูกความอยากรู้อยากเห็นตามสัญชาตญาณของครูฟิสิกส์เข้าครอบงำโดยไม่รู้ตัว "นาฬิกาอะตอม... ที่ใช้ธาตุซีเซียม-133 น่ะเหรอ?" "ビンゴ! (Bingo!) เก่งมากครับคุณครู สมกับที่เป็นคนโปรดของผม" ธันวาหยอดคำหวานใส่หน้าเฉย ทำเอากรณ์หน้าดำคร่ำเครียดขึ้นไปอีกขั้นจนรินต้องรีบส่งค้อนวงใหญ่ให้ธันวา "ตั้งใจสอนดีๆ นะธันวา ไม่งั้นฉันฟ้อง ผอ. จริงๆ ด้วย" รินขู่เสียงลอดไรฟัน ธันวายิ้มรับไม่สะทกสะท้าน "ครับผม งั้นมาฟังต่อแบบรวบรัดแต่น่าประทับใจนะครับ... ทำไมเราต้องใช้อะตอมของซีเซียม? ก็เพราะว่าอิเล็กตรอนที่วิ่งวนรอบนิวเคลียสของมันเนี่ย มันมีความถี่ในการเปลี่ยนระดับพลังงานที่แน่นอนและคงที่แบบสุดๆ ชนิดที่ว่า เป๊ะยิ่งกว่านาฬิกาเรือนไหนในสามโลก โดยนิยามแล้ว 1 วินาทีของนาฬิกาอะตอมซีเซียม-133 คือเวลาที่อะตอมนี้สั่นสะเทือนครบ 9,192,631,770 ครั้ง... ฟังไม่ผิดครับ เก้าพันกว่าล้านครั้งในหนึ่งวินาที!" กรณ์ยืนกอดอกมองหน้าธันวาด้วยความหมั่นไส้ "แล้วมันเกี่ยวกับที่เรากำลังหัวเสียเรื่องเวลาตรงไหน?" "เกี่ยวสครับคุณพี่!" ธันวาหันไปมองหน้ากรณ์ตรงๆ แววตาคมกริบไร้ร่องรอยความกวนประสาท "นาฬิกาอะตอมสอนให้เราเรียนรู้ว่า ความแม่นยำและความหมายของเวลา มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีเวลามากแค่ไหน แต่มันอยู่ที่ว่า 'ในแต่ละช่วงจังหวะของการสั่นสะเทือน' นั้น เราทำมันให้มีค่าหรือเปล่า... เหมือนกับที่คุณพี่กำลังวิ่งวุ่นกลัวคนอื่นมองไม่ดี แต่ลืมมองไปว่า ตอนนี้รินเขากำลังต้องการคำอธิบาย หรือกำลังต้องการความเข้าใจมากกว่าคำสั่งสอนแบบหุ่นยนต์" รินนิ่งอึ้งไป เธอมองหน้าธันวา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ คำพูดกวนๆ เมื่อครู่ ถูกร้อยเรียงด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่คมคายและลึกซึ้งจนเธอเถียงไม่ออก กรณ์อ้าปากค้างเล็กน้อย พูดไม่ออกไปชั่วขณะเมื่อเจอทฤษฎีฟิสิกส์ย้อนเกล็ดเข้าให้ "ทีนี้..." ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้รินอีกนิด จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว รินผะหนีโดยอัตโนมัติแต่แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือ "ถ้าเราเทียบเวลาของจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาล กับเวลาสั้นๆ ที่เราได้มายืนเถียงกันตรงนี้... คุณว่ามันน่าเสียดายไหมครับ ถ้าผมจะใช้เวลาที่เหลือทั้งหมด..." ธันวาเว้นวรรคจังหวะการพูด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของริน ประโยคถัดมาถูกกระซิบแผ่วเบาจนได้ยินกันแค่สองคน "...ไปกับการจีบคุณครูคนนี้ให้สำเร็จ" รินหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู สมองขาวโพลนจนประมวลผลไม่ทัน เธออ้าปากพะงาบๆ จะเอ็ดตะโรใส่แต่พูดไม่ออก มือเรียวเล็กผลักอกธันวาเต็มแรงด้วยความเขินอายขั้นสุด แต่ก่อนที่รินจะได้เอ่ยปากด่าอะไรออกไป— *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของธันวาดังขึ้นทำลายความเงียบในระยะประชิด ธันวาผละตัวออกเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอแวบหนึ่ง รินชะโงกหน้ามองตามด้วยความสงสัยระคนระแวง แต่จังหวะนั้นเอง ธันวาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับเห็นผี สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเลิกลั่กอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวรีบกดหน้าจอโทรศัพท์รัวๆ เพื่อพยายามลบหรือยกเลิกข้อความบางอย่างที่เผลอส่งออกไปในกลุ่มแชตใหญ่ของโรงเรียน **[ข้อความแชตที่ถูกส่งออกไป]:** "รักนะยัยตัวแสบ พรุ่งนี้ไปเดทกันนะ" (ส่งถึง: "ห้องพักครูฟิสิกส์ (รวม ผอ. และคณะครู)") ธันวากดปุ่มยกเลิกข้อความไม่ทัน—*ข้อความถูกส่งไปยังทุกคนเรียบร้อยแล้ว* ห้องสมุดกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง แต่วินาทีนี้ไม่ใช่ความเงียบจากฟิสิกส์... แต่มันคือความเงียบที่แขวนความรู้สึกของทุกคนไว้บนเส้นด้าย --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "วิทยาศาสตร์รอบตัว" เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%