เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ•ตอนที่ 14

สีสันของสารเคมี

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
“บอกแล้วไงครับว่าพลังงานชีวจิตของผมเนี่ย มันไม่ได้หมายถึงพลังไสยศาสตร์ผีบอกอะไรทั้งนั้น แต่มันคือพลังงานความตั้งใจเต็มร้อย ที่พร้อมจะเปลี่ยนบรรยากาศห้องแล็บวิทยาศาสตร์ฝุ่นเขรอะให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่นโชว์... เอ๊ย! ให้กลายเป็นห้องทดลองสุดล้ำต่างหากล่ะครับคุณครูริน” ธันวาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสฉายแววเจ้าเล่ห์ ขณะที่มือเรียวยาวกำลังจัดเรียงบिकरแก้วทรงต่างๆ และหลอดทดลองนับสิบใบลงบนโต๊ะสเตนเลสกลางห้องปฏิบัติการเคมี กลิ่นน้ำยาจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นกระดาษหนังสือเรียนเก่าๆ ในห้องที่ปิดทึบ “นายธันวา! นี่มันห้องแล็บโรงเรียนนะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น!” ครูรินสะบัดหน้าขวับ แว่นสายตาแทบหลุดร่วงจากสันจมูกด้วยความตกใจ มือเรียวบางกอดอกแน่นพยายามทำตัวให้ดูน่าเกรงขามที่สุดเท่าที่ครูฝ่ายปกครองพ่วงตำแหน่งครูฟิสิกส์จะทำได้ “แล้วดูสภาพโต๊ะสเตนเลสนี่สิ บีกerพวกนั้นมาจากไหนตั้งเยอะแยะ ใครอนุญาตให้นายเบิกอุปกรณ์สารเคมีพวกนี้มาเล่นพิเรนๆ กันหึ!” “โถ่คุณครูครับ อย่าเพิ่งทำหน้าดุเหมือนยักษ์ปักหลั่นใส่ผมสิครับ หน้าตาน่ารักๆ แบบนี้ ถ้าคิ้วขมวดเป็นปมบ่อยๆ เดี๋ยวริ้วรอยก่อนวัยจะถามหานะครับ ด้วยความหวังดีจากติวเตอร์หนุ่มรูปหล่อคนนี้ ผมยอมให้คุณครูหยิกแขนผมแก้แค้นได้ทีนึงเลยเอ้า” ธันวาว่าพลยื่นแขนเสื้อยืดสีดำพับแขนขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงเข้ามาใกล้ จนครูรินต้องถอยกรูดไปชนขอบโต๊ะด้านหลัง “ใครจะไปหยิกนายเล่า! โรคจิตชะมัด...” รินพึมพำเสียงเบา แก้วใสๆ บนใบหน้าขาวเนียนกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการเสียอาการที่ควบคุมไม่ได้ “แล้วสรุปว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมจู่ๆ ถึงลากฉันมาขังไว้ในห้องแล็บหลังเลิกเรียน แถมยังบอกว่าจะโชว์อะไรที่ทำให้ฉันต้องร้องว้าวงั้นเหรอ บอกไว้ก่อนนะ ถ้ามันคือก๊าซไข่เน่าเหม็นๆ เหมือนรอบที่แล้ว ฉันจะฟ้องผู้อำนวยการไล่นนายออกจากโรงเรียนจริงๆ ด้วย!” ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกมือขึ้นยอมจำนนเบาๆ ก่อนจะหันไปหยิบขวดรูปชมพู่ (Erlenmeyer flask) ที่บรรจุของเหลวใสแจ๋วเอาไว้ พร้อมกับขวดสารเคมีอีกสาม-สี่ขวดที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ “ระดับผมแล้ว จะให้เล่นอะไรเด็กๆ แบบก๊าซไข่เน่าได้ยังไงล่ะครับ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง ‘สีสันของสารเคมี’ หรือที่ในทางวิทยาศาสตร์เราเรียกมันว่า *Redox Indicator* และปฏิกิริยาเคมีที่เปลี่ยนสีได้ดั่งใจนึก... รับรองว่าคุณครูเห็นแล้วจะต้องร้องว้าว จนลืมดุผมไปสามวันสามคืนเลยล่ะครับ” รินหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจนัก แต่ความอยากรู้อยากเห็นตามสัญชาตญาณของคนเป็นครูสายวิชาการก็ทำให้เธอยอมขยับเข้ามาใกล้โต๊ะทดลองอีกนิดอย่างเสียไม่ได้ ดวงตากลมโตจ้องมองการกระทำของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา ธันวายิ้มมุมปากเมื่อเห็นเหยื่อ... อุปกรณ์ทุกชิ้นเริ่มทำงาน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกมนต์สะกด ความขี้เล่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความนิ่งขรึมและจริงจังอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเข้าสู่โหมดการทดลอง มือของเขายกขวดสารเคมีขึ้นอย่างคล่องแคล่วราวกับเชฟมิชลินกำลังบรรจงปรุงอาหารจานพิเศษ “เริ่มจากอันแรกก่อนเลยนะครับคุณครู...” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง “นี่คือสารละลายกลูโคสผสมกับโซเดียมไฮดรอกไซด์... ใสแจ๋ว ไม่มีสี เหมือนน้ำเปล่าธรรมดาใช่ไหมครับ” รินพยักหน้าน้อยๆ “อืม... ก็ใช่น่ะสิ มันคือน้ำธรรมดาตรงไหน มันก็แค่น้ำละลายเบสกับน้ำตาล” “ถูกครึ่งเดียวครับ แต่ความมหัศจรรย์มันอยู่ตรงนี้...” ธันวาหยิบขวดสารอีกขวดขึ้นมา หยดของเหลวสีฟ้าใสลงไปในขวดรูปชมพู่เพียงสองหยด “นี่คืออินดิเคเตอร์ที่ชื่อว่า เมทิลลีนบลู (Methylene Blue)... สังเกตดูนะครับ” ทันทีที่หยดลงไป ของเหลวใสในขวดค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใสอย่างรวดเร็วจนรินอุทานเบาๆ “เอ๊ะ! กลายเป็นสีฟ้าไปแล้ว...” “ใช่ครับ ตอนนี้มันรับออกซิเจนจากอากาศรอบตัวเข้าไป โมเลกุลของเมทิลลีนบลูจึงถูกออกซิไดซ์กลายเป็นสีฟ้า แต่ถ้าเราไม่อยากให้มันอยู่นิ่งๆ ล่ะครับ...” ธันวาพูดจบก็คว้าขวดนั้นขึ้นมา แล้วเขย่ามันอย่างแรงด้วยความเร็วและจังหวะที่คล่องแคล่ว ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความทึ่งของครูสาว “เฮ้ย...! มัน... มันเปลี่ยนสีอีกแล้ว!” รินเผลอุทานออกมาเสียงดังลั่นห้อง ลืมมาดคุณครูผู้เคร่งขรึมไปเสียสนิท เมื่อของเหลวสีฟ้าสดเมื่อครู่ จู่ๆ ก็จางหายไปกลายเป็นสีใสไร้สีอย่างน่าอัศจรรย์ภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาที ธันวายิ้มกริ่ม วางขวดลงบนโต๊ะเบาๆ “เห็นไหมครับ วิทยาศาสตร์ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิดหรอกนะ สารละลายนี้มีชื่อเล่นน่ารักๆ ว่า *‘ขวดสีน้ำเงิน’ (Blue Bottle Experiment)* เมื่อเราเขย่า ออกซิเจนในอากาศที่อยู่เหนือของเหลวจะละลายลงไปและไปออกซิไดซ์เมทิลลีนบลูให้กลับมาเป็นสีฟ้าอีกครั้ง แต่พ้าวางตั้งไว้เฉยๆ กลูโคสข้างล่างจะทำหน้าที่รีดิวซ์ ดึงออกซิเจนออกไป ทำให้มันกลับมาใสแจ๋วเหมือนเดิม... ว้าวไหมล่ะครับ?” รินกะพริบตาปริบๆ เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขวดแก้วนั้นเพื่อสำรวจดูให้แน่ชัด ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ ที่เพิ่งได้เห็นกลมายากลครั้งแรกในชีวิต “เหลือเชื่อจริงๆ... มันเหมือนกับการเล่นแร่แปรธาตุเลยนะ นายทำได้ยังไงเนี่ย ธันวา” คำชมจากปากของครูสาวผู้ไม่เคยยอมชมใครง่ายๆ ทำให้ธันวาถึงกับชะงักไปชั่วขณะ หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะ รอยยิ้มกวนๆ เมื่อครู่เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาอ่อนโยนที่จ้องมองใบเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กจากเรือนผมของเธอลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นสารเคมี “ถ้านี่เรียกว่าเหลือเชื่อ...” ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง นุ่มนวลขึ้นจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ “ผมยังมีอีกหนึ่งการทดลองที่มหัศจรรย์กว่านี้อีกนะ... และมันเกี่ยวกับ ‘หัวใจ’ ของคนเราด้วย” รินเงยหน้าขึ้นจากขวดแก้วสบตาเข้ากับนัยน์ตาคมก్రిบที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย “อะ... อะไรของนายอีกเนี่ย อย่ามาหยอดมุกเลี่ยนๆ ในห้องแล็บนะ นายธันวา!” “ไม่ได้หยอดมุกครับ ผมพูดจริงจังที่สุดในสามโลกเลยนะเนี่ย” ธันวาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหลอดทดลองขนาดใหญ่อีกอันหนึ่งขึ้นมาเตรียมทำการทดลองขั้นต่อไป “อันนี้เรียกว่า ปฏิกิริยาเคมีแบบนาฬิกบทราย (Chemical Clock Reaction) ที่สีของสารละลายจะเปลี่ยนกลับไปกลับมาเองได้ราวกับมีชีวิต เหมือนกับความรู้สึกของใครบางคนแถวนี้ ที่ปากบอกว่าเกลียดผม แต่ข้างในเนี่ย... เปลี่ยนสีเร็วยิ่งกว่าสารละลายซะอีก” “นายธันวา! อยากโดนดึงหูใช่ไหมห๊ะ!” รินโวยวายหน้าแดงแจ๋ ยกมือขึ้นทำท่าจะตีแขนเขาแก้เขิน แต่รอยยิ้มหวานที่ปิดไม่มิดก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธออย่างห้ามไม่อยู่ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ในห้องแล็บแคบๆ แห่งนี้ ธันวากำลังจะอธิบายขั้นตอนต่อไปของปฏิกิริยาเคมีนาฬิกาชีวิต ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ และเงาร่างที่ทอดยาวผ่านกระจกประตูห้องแล็บก็ทำให้ทั้งสองคนชะงักกึกทันที ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่ประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบกริบ ทรงผมเซ็ตมาอย่างดี ใบหน้าคมคายแต่บูดบึ้งสนิทก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีคุกคาม “ครูรินครับ... ผมมาตามหากลุ่มเอกสารสรุปงบประมาณชมรมวิทยาศาสตร์ ทำไมอาจารย์ถึงยังไม่กลับห้องพักครู... เอ๊ะ! แล้วนี่มันอะไรกัน ทำไมคุณถึงมาอยู่กับผู้ชายคนนี้สองต่อสองในห้องแล็บมืดๆ หลังเลิกเรียนแบบนี้ล่ะครับ!” น้ำเสียงแข็งกร้าวและสายตาไม่เป็นมิตรที่มองตรงมายังธันวา ทำให้บรรยากาศฟีลกู๊ดเมื่อครู่นี้ระเหยหายไปในพริบตา รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนธันวาค่อยๆ หันกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก พร้อมกับดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อยอย่างจับผิด ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้เสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์จอมกวนกับคุณครูสาวสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%