เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว จนกาน้ำชาเคลือบสังกะสีบนโต๊ะสั่นระริก ป้าสมรยื่นหน้าเหี่ยวย่นเข้ามาใกล้ พร้อมกับพ่นน้ำลายฝอยๆ ออกมาด้วยความโมโหจนรินต้องเอียงตัวหลบตามสัญชาตญาณ
"นังริน! แกอย่ามาทำเป็นไขสือนะ! ชาวบ้านเขาลือกันทั่วตลาดแล้วว่าข้าวโพดไร่แกหวานกรอบ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนเงินสะพัดขนาดนี้ ทำไมแกถึงไม่ยอมแบ่งผลประโยชน์ให้ญาติผู้ใหญ่ในตระกูลวะ! หรือผัวทหารมันให้ท้ายจนลืมหัวนอนปลายเท้าแล้ว!"
รินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน มือเรียวบางยังคงเคาะแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กเครื่องเก่าที่ต่อสายตรงเข้ากับอุปกรณ์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF) หน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏกราฟคลื่นเสียงความถี่ต่ำที่กำลังเต้นตุบๆ อย่างน่าสงสัย เธอเหลือบมองป้าสมรด้วยหางตา ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
"ญาติผู้ใหญ่หรือครับป้า? เอ้ย... ญาติผู้ใหญ่เหรอครับ?" รินแกล้งทำเป็นเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นผู้ผู้กองศรเดินถือถาดหมูปิ้งร้อนๆ ออกมาจากครัวพอดี "ตอนที่พ่อกับแม่ฉันล้มละลาย ป้าเคยมามองหน้าพวกท่านด้วยซ้ำไหมครับ? ตอนที่ไร่นี่โดนยึดจำนอง ป้าเคยส่งข้าวมาสักมื้อหรือเปล่า? อยู่ๆ จะมาขอส่วนแบ่งครึ่งต่อครึ่ง หน้าด้านหน้าทนเกินไปหน่อยไหมครับ"
"นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสมรหน้าดำคร่ำเครียดจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน นางหันไปคว้าตัว "หมอผีบุญ" ชายวัยกลางคนนุ่งขาวห่มขาวที่ยืนถือหม้อดินพึมพำคาถาอยู่หน้าประตู "จัดการมันเลยอาจารย์! สั่งสอนนังนี่ให้มันรู้สำนึกเสียบ้างว่าใครคือนายในไร่นี้!"
หมอผีบุญยิ้มเยาะด้วยความลำพองใจ เขาชักมีดหมอเล่มเก่าขึ้นมาวาดกลางอากาศ พร้อมกับพ่นน้ำลายใส่กำมือแล้วซัดเข้าใส่ตัวบ้าน ทันใดนั้น กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพก็โชยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ลมพัดกรรโชกแรงจนต้นข้าวโพดรอบบ้านไหวเอนราวกับมีพายุเข้า ทั้งที่ท้องฟ้าด้านนอกไร้เมฆฝน
ผู้กองศรวางถาดหมูปิ้งลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาก้าวเท้าเข้ามาบังภรรยาไว้ด้านหลังทันที มือหนากำด้ามปืนพกประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น บรรยากาศรอบตัวกดดันจนป้าสมรเริ่มหน้าถอดสี แต่หมอผีบุญยังคงทำปากมุบมิบ ท่องคาถาเรียกภูตผีปีศาจเข้ามาคุกคาม
"ระวังตัวด้วยนะพี่ศร" รินกระซิบเบาๆ พลางดึงชายเสื้อสามี "มันไม่ได้มาแค่วิญญาณเร่ร่อน แต่มันใช้มนต์ดำผูกวิญญาณอาฆาตจากป่าช้าเก่ามาด้วย ผมสัมผัสสัญญาณคลื่นวิญญาณความถี่สูงได้จากหม้อดินใบนั้น"
รินไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมองอันปราดเปรื่องของเธอคำนวณแผนการไว้เสร็จสรรพแล้ว มือเรียวรีบกดคลิกไฟล์เสียงที่บันทึกไว้เมื่อคืนนี้ทันที ไฟล์เสียงที่เธอตั้งชื่อไว้ว่า *'เสียงสวดส่งวิญญาณฉบับอัปเกรด 2024'* ซึ่งดัดแปลงคลื่นความถี่เสียงให้ตรงกับความถี่ที่ภูตผีและวิญญาณอาฆาตหวาดกลัวที่สุด ผสมผสานกับบทสวดไล่ผีโบราณที่บันทึกเสียงพระป่าสายกรรมฐานชื่อดังผ่านระบบดิจิทัลความละเอียดสูง
"ไหนๆ ก็มากันครบแล้ว..." รินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนริมฝีปากสวย "อยากฟังเสียงผีร้องโหยหวนของจริงไหมครับอาจารย์บุญ?"
รินกดปุ่ม Enter บนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างแรง เสียงลำโพงบลูทูธตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้กองกระสอบข้าวโพดระเบิดเสียงคำรามก้องกังวานออกไปทั่วไร่!
*กรี๊ดดดดดดดด—!*
เสียงโหยหวนอันน่าสยดสยองดังทะลักออกมา ราวกับมีวิญญาณนับร้อยตนกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน คลื่นเสียงความถี่ต่ำกระแทกเข้าใส่หม้อดินในมือของหมอผีบุญอย่างจังจนดินเผาแตกร้าวเป็นรอยแยก หมอผีเถื่อนสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนล้มพับลงไปกองกับพื้น ปากอ้าค้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเงาดำทะมึนลอยออกมาจากหม้อดินที่แตกสลาย และพุ่งตรงเข้าหาตัวเขาเองแทนที่จะเป็นเจ้าของบ้าน
"อ๊ากกก! ช่วยด้วย! ผีมันเอาคืนผม!" หมอผีบุญแผดเสียงร้องลั่น วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากไร่โดยไม่คิดชีวิต ทิ้งให้ป้าสมรยืนอ้าปากค้างอยู่คนเดียวท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมา
รินปิดไฟล์เสียงลงอย่างช้าๆ หล่อนยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้ป้าสมรที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนถึงกระดูก
"ถ้าคราวหน้ายังกล้าพาหมอผีปลอมๆ มาสร้างความรำคาญในไร่ของผมอีก ผมจะอัปโหลดวิญญาณพวกนั้นไปไว้ในมือถือของป้าโดยตรงเลยนะครับ สนใจลองเชื่อมต่อบลูทูธดูก24 ชั่วโมงไหมครับป้า?"
ป้าสมรหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ก่อนจะวิ่งตามหมอผีบุญหายลับไปทางท้ายไร่อย่างทุลักทุเล ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ด้วยความสะใจของผู้กองศรที่ดึงร่างภรรยาเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก
ความวุ่นวายสงบลงในเวลาอันรวดเร็ว รินหันกลับมามองโต๊ะอาหารตรงหน้า กลิ่นหอมฉุยของ "หมูปิ้งสูตรโบราณ" ที่ผู้กองศรตั้งใจย่างจนเนื้อนุ่มฉ่ำน้ำหมัก กลิ่นกะทิหอมมันเคลือบผิวเนื้อหมูสีเหลืองทองยั่วยวนน้ำลาย ตัดเลี่ยนด้วยน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บจัดจ้านที่รินเพิ่งตำเสร็จใหม่ๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งไร่ข้าวโพด เรียกเสียงท้องร้องโครกครากจากความเหน็ดเหนื่อยได้เป็นอย่างดี
ทั้งสองคนนั่งลงรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่ลมพัดโชยสบาย ความสุขเล็กๆ ในไร่กำลังผลิบานพร้อมกับผลผลิตที่งดงาม แต่ทว่า ในขณะที่รินกำลังจะคีบหมูปิ้งชิ้นโตเข้าปากนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วหน้าไร่ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ผู้กองศรขมวดคิ้วเล็กน้อย วางไม้จิ้มหมูลงทันที ดวงตาคมกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความระแวดระวัง เพราะเวลานี้ไม่มีชาวบ้านคนกล้าเดินทางมาแถวนี้เด็ดขาด รินเองก็ชะงักมือที่กำลังถือช้อน เมื่อหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานที่สแตนด์บายไว้ จู่ๆ ก็ส่งเสียงเตือนสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนที่ระบุชัดเจนว่า... *มีสิ่งแปลกปลอมกำลังยืนอยู่หน้าประตูรั้วถึงสามคน แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดกลับว่างเปล่าไม่มีเงาปรากฏแม้แต่น้อย!*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอผีไอทีกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ผีบอก" มาจนถึงตอนนี้นะครับ!
หมอผีไอทีกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ผีบอก•ตอนที่ 11
สงครามคุณไสยในไร่ข้าวโพด
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ผีบอก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!