เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบา ๆ ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางเมือง แต่ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับอึดอัดเสียยิ่งกว่าอยู่ในห้องสุญญากาศ รินรดาในชุดราตรีเข้ารูปสีนิลขับผิวผ่องให้โดดเด่นสะกดทุกสายตา ยืนถือแก้วแชมเปญด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ ปลายสายตาของเธอกวาดมองความอลหม่านย่อมๆ ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็น ไร้ซึ่งความระส่ำระสายใดๆ ทั้งสิ้น
"ดูเหมือนว่าแขกคนสำคัญของเรา จะสร้างความปั่นป่วนให้งานเปิดตัวโปรเจกต์นี้เสียแล้วนะคะ ริน"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดของคีย์ที่แตะประคองบริเวณข้อศอกของเธออย่างให้เกียรติ สัมผัสที่เจตแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องในคราวเดียวกัน ทำให้รินรดาลดทิฐิลงเล็กน้อย เธอคลี่ยิ้มบางเบatมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่ทรงพลังพอกที่จะทำให้ผู้ชายหลายคนใจละลาย
"ปล่อยให้เขาดิ้นรนไปเถอะค่ะคุณคีย์ คนที่เคยชินกับการยืนอยู่บนจุดสูงสุด ย่อมทนไม่ได้1เป็นธรรมดาเมื่อเห็นอดีตของสิ่งที่ตัวเองเคยเหยียบย่ำ กลับเติบโตจนเอื้อมไม่ถึง"
รินรดาเอื้อnตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก เธอกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับจิบแชมเปญรสชาติฝาดซ่า ทอดสายตาไปยังเป้าหมายที่กำลังเดินฝ่าฝูงชนตรงมาทางนี้
ธามินทร์ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนี๊ยบกริบ ทว่าเรือนร่างสูงใหญ่กลับเต็มไปด้วยรังสีความเกรี้ยว
กราดและดุดันที่พยายามสะกดกลั้นไว้ ใบหน้าคมสันที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาใส่เธอในอดีต บัดนี้มีร่องรอยความเหนื่อยล้าและกระวนกระวายฉายชัดเจน ดวงตาคู่คมคายคู่นั้นจดจ้องตรงมาที่เธอราวกับคนกระหายน้ำที่เห็นภาพลวงตาในทะเลทราย
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีมารยาททางสังคมใดๆ ทั้งสิ้น ธามินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอด้วยระยะห่างเพียงคืบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูก รินรดายังคงนิ่งสงบ เธอไม่ถอยหลังหนี ไม่หลบสายตา ปล่อยให้ความเงียบระหว่างพวกเขากลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในเวลานี้
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย มากกว่าที่เจ้าตัวตั้งใจ "คุณหลบหน้าผม... ส่งทนายมาจัดการทุกอย่างโดยไม่ยอมแม้แต่จะเจอหน้ากันเลยหรือ"
รินรดายกยิ้มมุมปาก ช่างน่าขันสิ้นดี ผู้ชายที่เคยไล่เธอออกจากบ้านยามดึกดื่นอย่างไร้เยื่อใย ผู้ชายที่เคยบอกว่าการแต่งงานระหว่างเธอกับเขาเป็นแค่ความผิดพลาด บัดนี้กลับยืนทำหน้าตาเจ็บปวดราวกับโลกทั้งใบกำลังจะพังทลาย
"คำว่า 'หลบหน้า' ใช้กับคนที่มีค่าพอให้ใส่ใจนะคะคุณธามินทร์" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแต่ละคำราวกับเข็มพิษที่ปักลงกลางใจเขา "แต่สำหรับคุณ... ฉันเรียกว่า 'การหลีก
เลี่ยงสิ่งสกปรก' ต่างหากค่ะ ถึงจะถูก"
กรามแกร่งของธามินทร์ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่กำหมัดแน่นข้างลำตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและเจ็บปวดผสมปนเป เขากวาดสายตามองคีย์ที่ยืนเคียงข้างเธอด้วยแววตาดุดร้ายราวกับสัตว์ป่าหวงถิ่น
"ผู้ชายคนนี้มันเป็นใคร... ริน คุณเอาตัวเข้าไปแลกกับความสำเร็จพวกนี้มางั้นเหรอ! คุณเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน จนผมจำไม่ได้แล้วว่าผู้หญิงที่เคยนั่งรอผมกลับบ้านทุกคืนคนนั้นหายไปไหน!"
คำพูดตัดพ้อที่ไร้ยางอายนั้นเกือบจะทำให้รินรดาหลุดหัวเราะออกมาดังๆ เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นอายความเย้ายวนและอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนธามินทร์ชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัดเมื่อใบหน้าของอดีตภรรยาอยู่ห่างเพียงแค่เอื้อม
"ผู้หญิงคนนั้น... ตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและโยนเอกสารใส่หน้าฉันแล้วค่ะ" รินรดา กระซิบเสียงเบา มีเพียงเขากับเธอที่ได้ยิน "คุณจำไม่ได้หรอกค่ะ เพราะคุณไม่เคยใส่ใจมองเธอด้วยซ้ำ แล้ววันนี้มีสิทธิ์อะไรมาทวงถามหาความคุ้นเคยจากซากศพที่คุณเป็นคนลงมือฆ่ากับมือล่ะคะ"
ธามินทร์สะอึก เสมือนถูกหมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ลิ้นปี่จนจุกพูดไม่ออก ภาพวันวานย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพที่เธอนั่งร้องไห้งุดอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ภาพที่เธอพยายามอธิบายเรื่องเอกสารสำคัญแต่เขาปัดทิ้งอย่างไร้ใยดี ความสำนึกผิดกัดกินหัวใจเขาจนแทบกระอักเลือด
"ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าผมทำร้ายคุณไว้มากแค่ไหน ริน... แต่ผมสำนึกแล้ว ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ชดใช้ ได้ไหม..." เสียงของเขาอ่อนลงจนเกือบเป็นเสียงอ้อนวอน แววตาคมคายคู่นั้นแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างน่าสมเพช
รินรดากวาดสายตามองสภาพของอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต หัวใจที่เคยบอบช้ำจนด้านชา บัดนี้กลับรู้สึกเพียงความว่างเปล่า ความสะใจแผ่ซ่านขึ้นมาในอก แต่มันยังไม่พอ... ยังไม่สาสมกับสิ่งที่เธอต้องสูญเสียไป
"การชดใช้เหรอคะ?" เธอทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอดังขึ้นอย่างเยียบเย็น "เสียใจด้วยนะคะคุณธามินทร์ บابความเมตตาในใจของรินรดาคนนี้... มันถูกฝังกลบไปพร้อมกับลูกของเราในคืนวันนั้นแล้วค่ะ"
คำว่า 'ลูก' กระแทกเข้าโสตประสาทของธามินทร์อย่างจัง ร่างสูงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและสับสนระคนหวาดกลัว ข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ที่ไม่เคยถูกเปิดเผย... กำลังถูกเฉยออกมาในรูปแบบที่กระชากวิญญาณเขาออกจากร่าง
ทว่า ก่อนที่ธามินทร์จะทันได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่ม เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนกลางงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงปรบมือต้อนรับประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของกลุ่มบริษัทในเครือที่บินตรงมาจากต่างประเทศเพื่อร่วมงานนี้โดยเฉพาะ
รินรดาปรายตามองธามินทร์ที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้น เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินควงแขนไปกับคีย์เพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญ
แต่ทว่า... เมื่อเธอกวาดสายตาไปยังบริเวณทางเข้างานที่ประตูบานคู่กำลังเปิดออก รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของรินรดากลับแข็งค้าง ร่างเพรียวระหงชะงักกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่
เด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ หวิดสี่ขวบ ในชุดสูทเด็กตัวจิ๋ว หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้น... ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับธามินทร์ราวกับแกะ กำลังเดินจูงมืออยู่กับพี่เลี้ยงสาวตรงดิ่งมาทางนี้!
ธามินทร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอพ้นจากอาการช็อก เมื่อหันไปเห็นเด็กชายคนดังกล่าว ดวงตาคมคายก็เบิกกว้างขึ้นสุดขีด ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันทีเมื่อสัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่า... เด็กคนนั้นคือสายเลือดของเขาเอง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 20
ความเงียบที่น่ากลัว
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!