แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงในมือของรินรดาแทบไม่ต่างอะไรจากก้อนน้ำแข็งที่กำลังละลายช้าๆ เช่นเดียวกับความอดทนของเธอที่เดินทางมาถึงขีดสุด กลิ่นอายของความอึดอัดลอยอบอวลอยู่ในห้องรับรองส่วนตัวของภัตตาคารหรู แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงมาสะท้อนกับหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาในดวงตาคู่สวย แต่ถูกเธอสะกดกลั้นไว้ด้วยความเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด
ตรงหน้าของเธอคือธามินทร์—อดีตสามีผู้เคยเหยียดยย้ำคุณค่าของเธอจนจมดิน บัดนี้ชายหนุ่มผู้ทะนงตัวคนนั้นกำลังนั่งตัวเกร็ง สองมือประสานกันแน่นบนตัก ราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ ที่กำลังรอฟังคำพิพากษาจากผู้พิพากษาที่ไม่มีวันปรานี
"ริน... พี่ขอร้องล่ะ ให้โอกาสพี่อีกสักครั้งเถอะนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความหยายคายเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับสั่นพร่าและเจือไปด้วยความเวทนาจนน่าสมเพช ธามินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอดวงตาแดงก่ำ คราบน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินไปปรากฏชัดเจนบนใบหน้าคมสันที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งความเครียด
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งงดงามและเย็นชาจนธามินทร์รู้สึกเหมือนถูกกรีดด้วยคมมีด
"โอกาสเหรอคะคุณธามินทร์?" รินรดาเอ่ยทวนคำ เสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดให้อีกฝ่ายแทบจมหายไปกับพนักเก้าอี้ "วันที่รินกราบกรานขอร้องให้คุณหันมามองความพยายามของเรา วันที่รินอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณผลไสไล่ส่งให้ไปทำแท้ง... คุณเคยคิดจะให้โอกาสรินบ้างไหมคะ?"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงกลางใจของธามินทร์ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบไปหมดเมื่อนึกถึงอดีตอันแสนโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
"วันนั้น... พี่มันโง่เง่า พี่มันตาบอด พี่มองไม่เห็นค่าของเพชรแท้ในมือเพราะมัวแต่หลงใหลภาพลวงตา แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วริน... พี่รู้แล้วว่าชีวิตที่ไม่มีเธอคือนรกขุมที่ทรมานที่สุด" ธามินทร์พยายามเอื้อมมือหนาหมายจะกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่รินรดากลับชักมือหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัสแม้เพียงปลายนิ้ว
"อย่าแตะต้องตัวรินค่ะ!" เธอกล่าวเสียงเฉียบขาด แววตาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที "และช่วยกรุณาเลิกพูดคำว่า 'นรก' ของคุณเสียที เพราะนรกที่คุณกำลังเจออยู่น่ะ มันเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวความเจ็บปวดที่รินต้องแบกรับมาตลอดหลายปี"
"ริน..."
"พอเถอะค่ะธามินทร์ ความรักของเรามันตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยแล้วค่ะ วันนี้รินไม่ใช่รินคนเดิมที่นั่งร้องไห้ฟูมฟายรอคุณกลับบ้านอีกต่อไปแล้ว รินยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง มีชีวิตที่ดี มีความสุขบนกองซากปรักหักพังที่คุณทิ้งไว้ และที่สำคัญที่สุด..."
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของอารมณ์ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามีด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
"รินไม่ต้องการคุณกลับมาค่ะ ไม่ว่าในฐานะอะไรก็ตาม"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองชั่วขณะ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ธามินทร์นิ่งอึ้ง สมองของเขาขาวโพลน คำปฏิเสธที่หนักแน่นราวกับกำแพงเหล็กนั้นพังทลายความหวังสุดท้ายในใจของเขาจนย่อยยับ ความเสียใจ ความสำนึกผิด และความสิ้นหวังโถมเข้าใส่จนเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"รินพูดชัดเจนขนาดนี้แล้ว หวังว่าคุณคงเข้าใจนะคะ..." รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอจัดชุดสูทเข้ารูปให้เรียบง่าย หยิบกระเป๋าถือแบรนด์เนมขึ้นมาคล้องแขน สายตาคมกริบมองกวาดผ่านร่างของอดีตสามีที่นั่งทรุดสิ้นแรงอยู่บนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกว่างเปล่า "ลาก่อนค่ะคุณธามินทร์ และอย่ามาให้รินเห็นหน้าอีกเลย"
เธอหมุนตัวก้าวเดินออกไปจากห้องรับรองทันทีอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้ธามินทร์นั่งจมอยู่กับความมืดมนของบาปกรรมที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้น โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยปากรั้ง
รินรดาก้าวเดินออกมาตามทางเดินยาวของภัตตาคาร หัวใจที่พยายามแข็งกร้าวมาตลอดเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อพ้นจากสายตาของเขา ความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้เลือนหายไปไหน แต่มันถูกกดทับไว้ด้วยศักดิ์ศรีและความเข้มแข็งที่เธอต้องสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง
ทันใดนั้นเอง ร่างสูงโปรดของคีย์ หุ้นส่วนหนุ่มรูปงามก็ก้าวเข้ามาประคองแขนเธอไว้ด้วยความห่วงใย ดวงตาคมเข้มคู่นั้นมองเธอด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง
"เรียบร้อยดีไหมครับริน?" คีย์เอ่ยถามเสียงนุ่ม นัยน์ตาฉายแววอาทร
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ขอบตาจะยังรื้นด้วยหยดน้ำใสๆ เธอก็ฝืนยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสนิทผู้คอยเคียงข้างเธอในทุกมรสุมชีวิต
"เรียบร้อยดีค่ะคีย์... เรากลับกันเถอะค่ะ"
คีย์พยักหน้ารับอย่างอ่อนโยน เขาโอบไหล่บางให้เดินเคียงคู่กันไป ทว่าในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นประตูทางออกของภัตตาคาร เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ทั้งสองคนต้องชะงักและหันกลับไปมอง
ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มหลายคนกำลังวิ่งกรูเข้ามาอย่างร้อนรน ท่าทางตื่นตระหนกของพวกเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันที และคนที่เดินนำหน้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือดก็คือเลขาคนสนิทของธามินทร์นั่นเอง
เลขาหนุ่มหอบหายใจถี่กระชั้น สายตากวาดมองหาผู้เป็นนายก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รินรดาราวกับเจอทางรอดสุดท้าย ร่างของเขาสั่นเทาขณะก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับประโยคสั่นพร่าที่ทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น
"คุณรินรดาครับ... คุณธามินทร์... คุณธามินทร์เขาใช้ปืนจ่อขมับตัวเองอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เขาบอกว่าถ้าคุณไม่ยอมกลับไปฟังคำขอโทษครั้งสุดท้าย เขาจะ... เขาจะจบชีวิตลงตรงนั้นครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 21
ความรักไม่ใช่ทางออก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!