เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 19

พันธนาการที่ไร้ความหมาย

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอายของชาอู่หลงชั้นดีที่ลอยกรุ่นอยู่เหนือโต๊ะประชุมไม้สักทอง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดภายในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดาลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ปึกเอกสารโครงการร่วมทุนมูลค่าหลายพันล้านถูกปิดลงด้วยแรงอารมณ์เพียงเล็กน้อยจากเรียวนิ้วที่สวมแหวนเพชรเม็ดงาม แต่ทว่าไร้ซึ่งเงาแหวนแต่งงานโดยสิ้นเชิง รินรดายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นฉายแววเยือกเย็นและห่างเหิน เธอมองร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีที่ยืนค้ำโต๊ะอยู่ด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความพินาศภายใน ธามินทร์ในยามนี้—ชายผู้ครั้งหนึ่งเคยประกาศกร้าวว่ารินรดาเป็นเพียงสิ่งประดับไร้ค่าในคฤหาสน์ตระกูลธนากุล บัดนี้กลับหลงเหลือเพียงคราบความเย่อหยิ่งที่ถูกกะเทาะออกจนหมดสิ้น ดวงตาคมเข้มคู่นั้นแดงก่ำ ร่องรอยความเหนื่อยล้าและสำนึกผิดกัดกินใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม "ริน คุณจะใจร้ายกับผมถึงไหน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้กลับสั่นพร่าและเจือไปด้วยความเวทนาอย่างน่าขัน "คำว่าใจร้าย มันควรเป็นลิขสิทธิ์ของดิฉันมากกว่านะคะ, คุณธามินทร์" รินรดาเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราายใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "อย่าลืมสิคะว่าใครเป็นคนเขี่ยดิฉันออกจากชีวิตอย่างไม่ใยดีในวันที่ดิฉันกราบกรานขอความเห็นใจ... วันนี้ พอคุณไม่มีใคร และสิ่งที่เคยคิดว่ามั่นคงมันพังทลาย คุณถึงวิ่งกลับมาหาเศษซากที่คุณเป็นคนทำลายมันเองอย่างนั้นหรือคะ?" คำพูดนั้นแทงใจดำจนธามินทร์ต้องก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างลืมตัว เขายื่นมือหนาหมายจะคว้ามือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะมากุมไว้ แต่รินรดาไวกว่า เธอชักมือกลับประสานกันไว้ที่ตักอย่างถือตัว พร้อมกับส่งสายตารังเกียจเดียดฉันท์ให้อย่างไม่คิดจะปิดบัง "ริน... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ทำกับคุณมันไม่มีวันให้อภัยได้ แต่ขอโอกาสเถอะ ให้ผมได้แก้ตัว ได้ทำหน้าที่สามี..." "สามี?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความหยạoหยันที่บาดลึก "คุณใช้คำนี้เปลืองเกินไปแล้วนะคะธามินทร์ สามีของดิฉันตายไปตั้งแต่คืนวันที่ดิฉันต้องเซ็นใบหย่าในห้องพักโทรมๆ โดยที่คุณไม่แม้แต่จะชายตามองแล้วค่ะ" ความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นจุกอกของธามินทร์ ภาพอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาราวกับมีนับพันเล่ม ภาพของหญิงสาวร่างบางที่เคยยอมก้มหัวให้เขาทุกอย่าง ผู้หญิงที่คอยต้อนรับเขากลับบ้านดึกดื่นด้วยรอยยิ้มทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยหยดน้ำตา แต่วันนี้... รินรดาคนเดิมได้ตายไปแล้ว เหลือเพียง "คุณรินรดา" นักบริหารสาวผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกคนที่ขวางหน้า รวมถึงเขาด้วย ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว—ความโหยหา ความสำนึกผิด และแรงปรารถนาที่จะเหนี่ยวรั้งเธอกลับมาหลอมรวมกันจนกลายเป็นความบ้าคลั่ง ธามินทร์พุ่งพรวดอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เธอจะตั้งตัวทัน "ปล่อยนะ!" รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อวงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กพุ่งเข้าโอบกอดร่างของเธอไว้แน่น ธามินทร์ดึงรินรดาเข้ามากอดแนบแน่นจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับทรวดทรงอเวจีแห่งความทรงจำ ลมหายใจอุ่นร้อนระอุรดรินอยู่ข้างซอกคอขาวผ่องที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจแบบที่เขาโหยหามาแรมปี "ไม่! ผมไม่ปล่อย! ริน... ผมคิดถึงคุณ จะบ้าอยู่แล้ว รู้ไหมว่าผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ..." ธามินทร์กระซิบเสียงสั่นพร่า ริมฝีปากร้อนผ่าวพยายามจะกดจูบลงบนลาดไหล่เนียน แต่นั่นคือการจุดชนวนระเบิดความโกรธขึงที่อัดแน่นอยู่ในอกของหญิงสาว พลั่ก! รินรดารวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ผลักอกแกร่งของอดีตสามีสุดแรงเกิด แรงปะทะทำให้ธามินทร์ผงะถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความคาดไม่ถึง ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบที่น่าอึดอัด อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบสะท้านด้วยความโกรธ "อย่ามาแตะต้องตัวดิฉัน!" รินรดาตวาดลั่น ดวงตาสั่นระริกด้วยความเดือดดาล เธอยกมือขึ้นปัดป้องเสื้อผ้าของตัวเองราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? นึกจะผลักไสก็ทำ นึกจะโหยหาก็จะเข้ามาฉวยโอกาสอย่างนั้นหรือคะ? ลืมไปแล้วหรือไงว่าระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่เมื่อไหร่!" "ริน..." ธามินทร์ละล่ำละลัก ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขาก้าวเข้าไปหาเธออีกครั้งอย่างคนจนตรอก "ผมขอร้อง... แค่ครั้งเดียว ให้ผมได้แสดงให้เห็นว่าผมรัก—" "หยุดพูดคำว่ารักน่า2ุเรศนั่นสักที!" รินรดากระแทกเสียงตัดบท ดวงตาคู่สวยคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่พยายามกลั้นไว้ "ความรักในพจนานุกรมของคุณ มันมีราคาค่างวดแค่ความสะดวกสบายไม่ใช่หรือไงคะ? ออกไปจากห้องของดิฉันซะ! ไม่อย่างนั้นดิฉันจะเรียก รปภ. มาลากตัวคุณออกไปให้พ้นหน้า!" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ธามินทร์ยืนนิ่งงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ร่างสูงสั่นเทิ้มด้วยความสิ้นหวัง เขารู้ดีว่าต่อให้คุกเข่าอ้อนวอนจนเลือดไหลทาพื้น ผู้หญิงตรงหน้าก็ไม่มีวันใจอ่อนให้อีกแล้ว ในจังหวะที่ความเงียบงันและบรรยากาศอันแสนบีบคั้นกำลังจะถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยการเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของใครบางคน "คุณรินครับ เอกสารด่วนจาก—" คีย์ หุ้นส่วนหนุ่มรูปหล่อผู้เป็นทั้งมือขวาและกำแพงเหล็กคอยปกป้องรินรดา ก้าวเข้ามาหยุดชะงักที่หน้าประตู สายตาคมกริบกวาดมองสภาพของทั้งสองคนอย่างรู้เท่าทัน ทว่าในมือของคีย์ไม่ได้ถือแฟ้มเอกสารธรรมดา แต่เป็นซองเอกสารสีน้ำตาลทึบที่ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ปริ่มขอบตาออกอย่างไม่แยแส ก่อนจะหันไปมองคีย์ที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเธออย่างสนิทสนม "มีอะไรเหรอคะคุณคีย์" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ คีย์เหลือบมองธามินทร์ที่กำหมัดแน่นด้วยความหึงหวงและโกรธเกรี้ยว ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะตรงหน้ารินรดา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธามินทร์เย็นเฉียบลงในพริบตา "ผมบังเอิญไปเจอเอกสารชิ้นนี้มาครับ... เป็นผลตรวจ DNA และประวัติการรักษาที่ถูกปิดตายของเด็กชายคนหนึ่ง ที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับ 'ใครบางคน' ในห้องนี้อย่างกับแกะ... และผมคิดว่า คุณธามินทร์น่าจะอยากดูมันด้วยตัวเองนะครับ" ________________________________________ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%