"ริน... ผลตรวจ DNA ฉบับอัปเดตล่าสุด... ที่นายธามินทร์แอบไปตรวจลับหลังเมื่อสามวันก่อน... มันออกแล้ว..."
เสียงของคีย์ที่ลอดผ่านปลายสายโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู ไม่ได้ทำให้รินรดาสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัวของเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ปลายนิ้วเรียวสวยกำลังบรรจงทาลิปสติกสีแดงกุหลาบเข้มข้นลงบนริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างเรียบเฉย แววตาคู่คมกริบสะท้อนภาพความเยือกเย็นของผู้หญิงที่เคยถูกเหยียบยละลายจนไม่เหลือชิ้นดี แต่บัดนี้... เธอกลับหล่อหลอมเศษซากเหล่านั้นขึ้นมาเป็นเกราะเหล็กกล้าที่ไม่มีวันมีใครทำลายได้อีก
"ผลออกมาว่าอย่างไรคะ... คีย์" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อiถามออกไปอย่างไม่รีบร้อน
"ตรงกัน... เป๊ะเลยริน ธามินทร์รู้ความจริงแล้วว่าเด็กคนนั้นคือสายเลือดของเขา เขากำลังคลั่ง... และตอนนี้เขากำลังเดินทางไปหาคุณที่คอนโดฯ ด้วยสติที่แทบจะหลุดรอย"
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขแม้แต่น้อย หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อผู้โง่เขลาให้เดินเข้าสู่กรงขังแห่งการแก้แค้นด้วยความเต็มใจ
"ดีค่ะ... ให้เขามา"
เธอวางสายลงในขณะที่เสียงกดกริ่งหน้าห้องดังขึ้นพอดี จังหวะเวลาช่างประจวบเหมาะราวกับถูกเขียนบทเอาไว้ล่วงหน้า รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก
เมื่อประตูห้องเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของธามินทร์อดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาต่อเธอก็ปรากฏแก่สายตา ใบหน้าของเขาซีดเผือด นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตระหนกและสำนึกผิด มือหนาที่สั่นเทาผลักบานประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เธออนุญาต ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นราวกับคนวิ่งหนีตายมาเป็นระยะทางไกล
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ริน... ลูก... ทำไมเธอถึงใจร้ายกับฉันขนาดนี้ ทำไมถึงปิดบังเรื่องลูกกับฉัน!"
ธามินทร์พุ่งเข้ามาหมายจะคว้าตัวเธอมากอด แต่รินรดากลับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรักษาระยะห่าง พร้อมกับส่งยิ้มบางเบาที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน ซึ่งนั่นทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดร้าวรานยิ่งกว่าถูกไฟแผดเผา
"ปิดบังเหรอคะ? คุณธามินทร์... น่าขันเสียจริงนะคะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดลึกเข้าขั้วหัวใจ "ในวันที่ฉันอุ้มท้องลูกคนนี้ไปกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ จำได้ไหมคะว่าคุณทำหน้าอย่างไร? คุณผลักไสฉัน ไล่ฉันให้ไปให้พ้นหน้า และบอกว่าเด็กในท้องอาจจะไม่ใช่ลูกของคุณด้วยซ้ำ... วันนี้พอผลตรวจมันบอกความจริง คุณถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องเป็นพ่ออย่างนั้นหรือคะ?"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลเดิม ธามินทร์ทรุดกายคุกเข่าลงแทบเท้าของเธอ มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอแต่ก็ต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศเมื่อถูกสายตาเย็นชาคู่นั้นมองลงมา
"ฉันขอโทษ... ริน... ฉันมันเลว ฉันมันตาบอดเอง ขอร้องล่ะ... ให้โอกาสฉันได้ชดใช้ ได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ดูแลลูกและเธอ... จะให้ฉันแลกด้วยอะไรฉันก็ยอม ขอแค่เธอให้อภัยฉัน..." ชายหนุ่มผู้เคยคุมอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน บัดนี้กลับยอมก้มหัวแทบเท้าอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ น้ำตาผู้ชายไหลรินอาบสองแก้มด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
รินรดาก้มมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ไม่มีน้ำตา ไม่มีแม้แต่ความสงสาร มีเพียงความสะใจที่ได้เห็นอดีตสามีผู้จองหองต้องมาหมอบกราบอยู่แทบเท้าเธอเช่นนี้
เธอแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวนานด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเขา ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปเช็ดหยาดน้ำตาบนแก้มของเขาแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้ธามินทร์มีความหวังขึ้นมาวาบหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยดวงตาเป็นประกายอ้อนวอน
"ริน... เธอใจอ่อนให้ฉันแล้วใช่ไหม?" เขาถามเสียงสั่น
รินรดายิ้มหวาน หยาดน้ำตาเทียมที่เธอเรียกมันออกมาได้ในเสี้ยววินาทีเอ่อคลอเบ้าตาอย่างน่าสงสาร เธอกลืนก้อนสะอื้นปลอมๆ ลงคอก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่จงใจปรุงแต่ง
"ริน... ก็แค่อยากให้ลูกมีพอนะคะธามินทร์... แต่... แต่บริษัทของรินกำลังมีปัญหากับโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังจะล้มละลาย ถ้าคุณรักรินและลูกจริง... ถ้าคุณอยากพิสูจน์ว่าคุณสำนึกผิดจริง... ช่วยเซ็นอนุมัติโอนหุ้นและสิทธิ์การถือครองโครงการอสังหาฯ ลับล็อตนั้นให้รินได้ไหมคะ? เพื่อความมั่นคงของลูกเรา... รินจะได้รู้ว่าคุณจริงใจกับเราจริงๆ"
ธามินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและความสำนึกผิดฉายแววลังเลขึ้นมาวูบหนึ่ง โครงการอสังหาฯ ล็อตนั้นคือความลับสุดยอดของบริษัทเขา เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หากหลุดมือไป บริษัทของเขาอาจจะสั่นคลอนจนถึงขั้นล่มสลายได้ในชั่วข้ามคืน แต่นั่น... มันเทียบไม่ได้เลยกับโอกาสที่จะได้ครอบครัวกลับคืนมา
"ริน... มัน..." เขาอึกอัก
รินรดาเห็นรอยลังเลนั้น เธอก็ยิ่งบีบน้ำตาและกระชับอ้อมกอดเข้าหาเขา แสร้งทำเป็นตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสั่นไหวที่ทำเอาหัวใจคนฟังแทบสลาย
"เห็นไหมคะ... คุณก็รักผลประโยชน์และบริษัทมากกว่าลูกของเราอยู่ดี... ที่พูดมาทั้งหมดก็แค่คำโกหก... ปล่อยรินค่ะ!"
เธอสะบัดตัวลุกขึ้นยืนหันหลังให้ทันที ทำท่าทีเหมือนจะเดินหนีและตัดขาดจากเขาตลอดกาล
"เดี๋ยวก่อน! ริน! อย่าไป!" ธามินทร์ลุกพรวดขึ้นมาคว้าแขนเธอไว้ด้วยความตื่นตระหนก ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอไปตลอดกาลเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทั้งหมด "ฉันเซ็น! ฉันจะเซ็นให้เธอทุกอย่าง! ขอแค่เธอให้โอกาสฉัน... พรุ่งนี้เช้า เอกสารทุกอย่างและสิทธิ์ทั้งหมดจะเป็นของเธอ... ฉันสัญญา!"
รินรดายืนนิ่งหันหลังให้เขา ริมฝีปากที่ระบายด้วยลิปสติกสีแดงกุหลาบค่อยๆ ยกยิ้มกว้างขึ้นอย่างน่ากลัว แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยประกายแห่งชัยชนะ... ในที่สุด เหยื่อก็ติดกับดักที่เธอวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะหันกลับไปรับคำมั่นสัญญานั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอก ซึ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาแข็งค้างในทันที
"คุณรินรดาครับ... ขอโทษที่รบกวนเวลาดึกดื่น แต่ผมมีเอกสารสำคัญจากสำนักงานอัยการสูงสุดเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงทรัพย์ของบริษัทธามินทร์... ที่คุณสั่งให้ผมตรวจสอบด่วนที่สุด... ตอนนี้มันส่งมาถึงมือผมแล้วครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 25
คำโกหกที่กลายเป็นจริง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!