กลิ่นหอมเย็นของดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์—ชนิดเดียวกับที่รินรดาเคยโปรดปรานนักหนาในวันที่เธอยังเป็นเพียงภรรยาผู้เจียมเนื้อเจียมตัวในบ้านหลังใหญ่—บัดนี้กลับวางนิ่งสนิทอยู่บนพื้นผิวกระจกใสของโต๊ะทำงานตัวหรูใจกลางเพนต์เฮาส์ส่วนตัว รอยหยดน้ำค้างเทียมที่ยังเกาะอยู่บนกลีบดอกไม้บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียดอย่างน่าสะอิดสะเอียนของผู้ส่ง มันช่างเป็นความพยายามที่สายเกินไป ราวกับเศษซากความอาทรที่ถูกเก็บกวาดขึ้นมาจากกองขยะ แล้วนำมาปัดฝุ่นวางประจานความโง่เขลาในอดีต
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองช่อดอกไม้นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน หากแต่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความดูแคลนและบาดแผลที่ถูกกรีดซ้ำจนด้านชา
"คุณธามินทร์นี่ช่างมีความพยายามเหลือเกินนะคะ... น่าเสียดายที่ของชิ้นนี้ มันไม่มีค่าพอแม้แต่จะเอาไปทิ้งลงถังขยะของฉันด้วยซ้ำ"
น้ำเสียงเยียบเย็นหลุดจากเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ เธอไม่ได้แม้แต่จะชายตากลับไปมองมันเป็นครั้งที่สอง ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสไตล์นักบริหารระดับสูงก้าวผ่านโต๊ะทำงานนั้นไปอย่างไม่แยแส ราวกับสิ่งที่วางอยู่เป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่า ทว่าภายในอกข้างซ้าย หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นมาอีกระลอก
เหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วยังคงวนเวียนกรีดแทะโสตประสาท ธามินทร์ไม่ได้แค่เดินเข้ามาเพื่อเล่นละครบทบาทสามีผู้สำนึกผิด แต่เขากำลังใช้ ‘เดิมพัน’ ที่สกปรกและไร้ยางอายที่สุด—เลือดเนื้อเชื้อไขที่เธอฟูมฟักประคับประคองมาด้วยหยาดน้ำตา!
ภาพเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นอย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มไรียงสาที่ถูกจูงหายลับไปจากรั้วโรงเรียนนานาชาติโดยฝีมือของพ่อแท้ๆ ที่ไม่เคยแม้แต่จะเหลียวแลในวันที่เขาปฏิเสธการมีตัวตนของเด็กคนนั้น มันคือความเจ็บปวดที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด
รินรดากำมือแน่นจนเล็บคมจิกเข้ากับฝ่ามือ ฝืนสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นไม่ให้ไหลริน เธอกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและไร้ความปรานีหลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตอันโหดร้ายมาได้ เธอยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเองบนจุดสูงสุดของโลกธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อที่จะต้องมานั่งอ่อนแอให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้นย่ำยีหัวใจซ้ำสอง
"ริน คุณใจเย็นๆ ก่อน..." คีย์ หุ้นส่วนหนุ่มรูปงามผู้ก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเอ่ยขึ้น มือหนาวางลงบนบ่าบอบบางของเธออย่างปลอบประโลม สัมผัสที่คุ้นเคยและแฝงความห่วงใยอย่างจริงใจทำให้รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
"ฉันใจเย็นที่สุดแล้วค่ะคีย์..." รินรดาหันกลับมาสบตาเพื่อนสนิทและพันธมิตรคนสำคัญ แววตาดุดันฉายประกายกร้าว "แต่คนอย่างธามินทร์... ถ้าเขาคิดว่าจะใช้ลูกมาเป็นเครื่องต่อรองเพื่อบีบให้ฉันกลับไปก้มหัวให้เขาละก็ เขาคิดผิดถนัด ฉันจะทำให้เขาได้รู้ซึ้งว่า นรกบนดินที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นอย่างไร"
ทว่า ในขณะที่เพลิงแค้นกำลังแผดเผา ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้นัดหมาย แรงกระแทกหนักหน่วงทำให้บานไม้สักทองสั่นสะเทือน ร่างสูงสง่าของธามินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาทอประกายความเจ็บปวดและเวทนาอย่างปิดไม่มิด ในอ้อมแขนแกร่งนั้น... ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยห้าขวบนอนหลับพริ้มด้วยความเหนื่อยอ่อน
"คุณแม่..." เสียงงיתงเงียของลูกชายตัวน้อยดังขึ้นเบาๆ เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ก่อนจะมองตรงมาที่รินรดาด้วยความตกใจ "คุณแม่ครับ..."
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอพุ่งตัวเข้าไปหาลูกชายทันiทีโดยไม่สนใจสายตาของชายผู้เป็นพ่อเด็กเลยแม้แต่น้อย สองแขนเรียวโอบกอดร่างเล็กเข้ามาแนบอกแน่น หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หล่นรินลงบนไหล่เล็กอย่างสุดจะกลั้น
"ลูกรัก... หนูไม่เป็นไรใช่ไหมคะคนดี แม่อยู่นี่แล้วค่ะ" เสียงสั่นเครือเอ่ยปลอบโยนลูกน้อยด้วยความหวาดกลัวจับใจ ก่อนที่เธอจะตวัดสายตาดุดانราวกับใบมีดอาบยาพิษกลับไปมองหน้าอดีตสามี "คุณทำบ้าอะไรของคุณธามินทร์! กล้าดียังไงถึงลักพาตัวลูกฉัน!"
ธามินทร์ยืนนิ่งเป็นหุ่นปั้น มองภาพสองแม่ลูกที่กอดกันกลมด้วยแววตาที่สั่นระริก หัวใจของเขาถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ร่องรอยความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ และความปรารถนาอันโง่เขลาที่จะขอโอกาสจากอดีตภรรยาผู้ไม่เคยหันหลังกลับมามอง
"ผมแค่อยากพาเขาไปกินไอศกรีม... เหมือนที่พ่อลูกเขาทำกัน" ธามินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมเข้มแดงก่ำคลอด้วยหยาดน้ำลูกผู้ชายที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปี "ริน... ผมรู้ว่าผมมันเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันให้อภัยไม่ได้ แต่ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ได้ชดใช้ความผิดบาปที่ผมเคยทำกับคุณและลูก ได้ไหมครับ?"
รินรดายิ้มหยันให้กับคำพูดนั้น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบังร่างของลูกชายไว้ด้านหลัง สายตาที่มองตรงไปที่เขามันช่างว่างเปล่าและเย็นชาเสียจนธามินทร์รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ
"ชดใช้เหรอคะ?" รินรดากล่าวทวนคำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ก้าวเข้าไปประชิดตัวอดีตสามีทีละน้อยจนแทบชิด "คุณเอาอะไรมาพูดว่าอยากชดใช้ ในวันที่ฉันเกือบตายบนเตียงคลอด ในวันที่ฉันต้องอุ้มท้องหนีไปอย่างไร้ที่พึ่ง ในวันที่ลูกถามหาพ่อแล้วฉันต้องโกหกซ้ำๆ... คุณอยู่ที่ไหนคะคุณธามินทร์?"
ธามินทร์ผงถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงด้วยวาจาเชือดเฉือนนั้น
"ความปรารถนาของคุณที่จะได้ครอบครัวกลับคืนมา... มันเป็นได้แค่ฝันกลางวันเท่านั้นแหละค่ะ" รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคพิฆาตที่ทำให้ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึก "เพราะต่อให้คุณคุกเข่าอ้อนวอนจนเลือดไหลท่วมเท้า หรือเอาชีวิตเข้าแลก... ฉันก็ไม่มีวันยอมให้ผู้ชายใจร้ายอย่างคุณ กลับเข้ามาในชีวิตของเราอีกเป็นครั้งที่สอง... ไสหัวออกไปจากเพนต์เฮาส์ของฉันซะ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องทันที ธามินทร์ยืนนิ่งงันราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากอ้อนวอนต่อ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษไปรษณีย์ในชุดยูนิฟอร์มที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาเข้ามาส่งให้คีย์
คีย์รับซองเอกสารนั้นมาด้วยความฉงน ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาอ่านเพียงชั่วครู่ สีหน้าของหุ้นส่วนหนุ่มก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น เขารีบส่งแผ่นกระดาษในมือให้กับรินรดา พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงสั่นพร่าที่ทำเอาคนฟังต้องหยุดหายใจ
"ริน... ผลตรวจ DNA ฉบับอัปเดตล่าสุด... ที่นายธามินทร์แอบไปตรวจลับหลังเมื่อสามวันก่อน... มันออกแล้ว..."
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรานี้นะคะ)
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 24
ความปรารถนาที่สายไป
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!