กลิ่นอายของชาเอิร์ลเกรย์ราคาแพงระเหยขึ้นผสมผสานกับความเงียบงันอันหนักอึ้งภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริหารหญิง รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานกระจกใส เปลือกตาคมปลาบจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ของชายผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นสามี ทว่าในยามนี้เขากลับมีสถานะเป็นเพียงผู้บุกรุกที่ไร้ซึ่งสิทธิ์อันชอบธรรมใดๆ ทั้งสิ้น
ธามินทร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้อนุญาตให้เขานั่ง และเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากขอ
"คุณต้องการอะไรอีกคะ คุณธามินทร์" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ เจือปน ราวกับเธอกำลังสนทนากับลูกค้ารายย่อยที่ไม่มีความสำคัญต่อธุรกิจ
"ริน..." เขาเปล่งเสียงเรียกชื่อเธอด้วยความยากลำบาก ลำคอแห้งผากราวกับมีเศษแก้วบาด "ผม... ผมแค่อยากมาคุยเรื่องโปรเจกต์ที่เราต้องร่วมมือกัน ผมอยากอธิบายเรื่องในอดีต..."
"อดีตเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข รอยยิ้มที่มุมปากของเธองดงามราวกับดอกไม้พิษที่เบ่งบานบนซากปรักหักพัง "คุณยังมีหน้ามาพูดคำว่าอดีตกับฉันอีกหรือคะคุณธามินทร์? อดีตที่ฉันเคยคุกเข่าอ้อนวอนขอความเห็นใจจากคุณ อดีตที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงกับพื้นราวกับมันเป็นแค่ฝุ่นผง... อ๋อ หรือว่าตอนนี้คุณว่างงานมาก จนต้องมาย้อนรำลึกความหลังกับคนที่คุณเคยผลักไสไล่ส่งด้วยตัวเองกันแน่คะ"
คำพูดแต่ละคำคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด ธามินทร์สะท้านเฮือก ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำ ไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ เขาขยับตัวเข้าหาโต๊ะทำงานเล็กน้อย ราวกับต้องการลดระยะห่างเพื่อไขว่คว้าหาเศษเสี้ยวความเมตตาที่เคยมี
"ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าผมทำร้ายคุณปางตายแค่ไหน ริน" เขากล่าวเสียงสั่น เ
"รู้ตอนนี้แล้วมันมีประโยชน์อะไรขึ้นมาคะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากท่าทีที่เยือกเย็นและมั่นคงของเธอทำให้ธามินทร์ชะงัก เธอก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้กระจกใสที่กั้นกลางระหว่างคนทั้งสอง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีสามี "ความรู้สึกสำนึกผิดของคุณมันซื้อเวลาที่สูญเสียไปของฉันคืนมาได้ไหม? มันลบภาพผู้หญิงคนอื่นที่คุณพาเข้าบ้านในวันที่ฉันตั้งท้องไม่ได้หรอกค่ะ"
"ริน... คุณรู้?" ธามินทร์เบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ข่าวสารเรื่องการตั้งครรภ์ถูกเปิดเผยขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด
"ทำไมคะ? แปลกใจเหรอที่ฉันรู้ความจริงเน่าเฟะพวกนั้น" รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ความเจ็บปวดอันวิจิตรถูกถักทอขึ้นผ่านแววตาที่ฉาบด้วยความเคียดแค้น "คุณคิดว่าฉันโง่ งงงวย และยอมให้คุณเหยียบย่ำไปตลอดชีวิตหรือไงคะ? น่าเสียดายนะคะที่คนเราพอมันตายทั้งเป็นไปครั้งหนึ่งแล้ว... มันไม่มีวันกลับมาเป็นคนเดิมที่โง่งงและพร้อมจะให้อภัยคนใจร้ายอย่างคุณอีกต่อไปแล้ว"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ คีย์ที่ยืนรออยู่บริเวณมุมห้องโดยเว้นระยะห่าง ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเตรียมเข้ามาแทรกแซง หากสถานการณ์เลยเถิดไปมากกว่านี้ แต่รินรดายกมือขึ้นห้ามไว้เพียงนิดเดียวด้วยหางตา
"คุณธามินทร์คะ เชิญกลับไปเถอะค่ะ" รินรดากลับมานั่งลงที่เก้าอี้ด้วยท่าทางสง่างามดังเดิม ราวกับไล่แมลงวันที่น่ารำคาญ "เวลาของฉันมีค่าเกินกว่าจะมานั่งฟังคำแก้ตัวของคนที่เพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองโง่เง่าแค่ไหน และถ้าเรื่องงาน... ให้เลขาฯ ของฉันติดต่อไปทางช่องทางปกติเถอะค่ะ เราไม่มีความจำเป็นต้องพบกันเป็นการส่วนตัวอีก"
ธามินทร์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมันช่างสาสมกับสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอในอดีต เขาอยากจะอธิบาย อยากจะคุกเข่าลงตรงหน้าเธอเหมือนที่เธอเคยทำ แต่ทิฐิและสำนึกผิดตีรวนกันจนพูดไม่ออก ในวินาทีที่เขากำลังจะหมุนตัวเดินคอตกออกจากห้องนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศขึ้นมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประธานบริหารสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ "ฉันบอกแล้วว่าไม่ให้ใครรบกวน..."
ยังไม่ทันที่รินรดาจะเอ่ยจบ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยส่วนตัวของเธอ สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้ธามินทร์ที่กำลังจะเดินออกต้องชะงักเท้าลง
"คุณรินคะ... ขอประทานโทษค่ะที่มีเรื่องด่วนจริงๆ" เลขาฯ สาวละล่ำละลักพูดพลางเหลือบมองธามินทร์ "มีแขกไม่ได้รับเชิญ... ไม่ใช่ค่ะ มีคนสำคัญมารอพบคุณที่ห้องรับรองพิเศษด้านล่าง และเขา... เขาพาเด็กผู้ชายคนหนึ่งมาด้วยค่ะ"
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ "เด็กผู้ชาย? ใครกันคะ?"
"เขาบอกว่า... เขาคือคุณพ่อของคุณธามินทร์ค่ะ และเด็กคนนั้น... คือหลานชายที่คุณธามินทร์ไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่จริงค่ะ!"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้าอดีตสามีที่ตอนนี้ยืนแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ขณะที่ธามินทร์หันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความช็อกและคำถามนับร้อยที่ประเดประดอนเข้ามาในหัวสมองอันว่างเปล่าของเขา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 26
ความเจ็บปวดอันวิจิตร
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!