แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงในมือของธามินทร์สั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ของเหลวสีทับทิมเข้มกระเพื่อมสะท้อนกับแสงไฟนีออนระยิบระยับจากภายนอกกระจกใสบานใหญ่ของห้องประชุมเพนต์เฮาส์หรู
เบื้องหน้าของเขาคือรินรดา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในชีวิตแต่งงานอันเย็นชา ผู้หญิงที่เขาเคยปล่อยให้ร้องไห้อย่างโดดเดี่ยวบนเตียงกว้างในยามที่เขาเลือกจะเดินออกจากห้องไปหาความสำราญภายนอก แต่ในวินาทีนี้ ร่างบางในชุดสูทผ้าไหมเข้ารูปสีเทาเข้มกลับเปล่งประกายอำนาจจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเศษฝุ่น
"ข้อเสนอของทางเรามีเท่านี้ค่ะคุณธามินทร์ หากคุณคิดว่าเงื่อนไขเหล่านี้มันหนักหนาเกินกว่าที่นักธุรกิจระดับคุณจะแบกรับไหว ทางเราก็ยินดีที่จะยุติการเจรจาลดสัดส่วนหุ้น และปล่อยให้บริษัทของคุณเผชิญหน้ากับการฟ้องร้องล้มละลายตามกระบวนการทางกฎหมาย"
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ เย็นชา และเฉียบคมราวกับใบมีดที่ถูกลับมาเป็นอย่างดี รินรดากวาดสายตาคมกริบมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเงยขึ้นสบตาเขา แววตานั้นไม่มีความอาลัยอาวรณ์ ไม่มีร่องรอยของความรักที่เคยมีให้เขาแม้แต่น้อยนิด มีเพียงความว่างเปล่า... และความเกลียดชังที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้รอยยิ้มทางธุรกิจ
ธามินทร์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก อากาศในห้องกว้างใหญ่ราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ภาพตรงหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยว เมื่อเงาซ้อนทับอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นในห้วงความคิด
เขากำลังมองเห็นรินรดาในอดีต—ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ถือจานข้าวต้มอุ่นๆ ยืนรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารตอนตีสองด้วยแววตาออนล้าและเปี่ยมไปด้วยความหวัง ผู้หญิงคนที่เคยสวมชุดนอนผ้าฝ้ายเก่าๆ ร้องขอเพียงแค่เศษเสี้ยวเวลาจากสามีทางนิตินัย ผู้หญิงคนที่เขาเคยปัดมือออกอย่างไร้เยื่อใยและบอกว่าเธอมันน่ารำคาญ
ภาพในอดีตซ้อนทับกับปัจจุบันจนแยกไม่ออก ในอดีต... ดวงตากลมโตคู่นั้นเคยฉายแววอ้อนวอนและเจ็บปวดเจียนตายยามที่เขาเอ่ยคำพูดใจร้ายใส่ แต่ในวันนี้ ดวงตาคู่เดิมคู่นั้นกลับเรียบนิ่ง เย็นชา และพร้อมที่จะเหยียบย่ำเขาให้จมดินโดยไม่กะพริบตา
"ริน..." ธามินทร์เผลอหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมา เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าสมเพช จนแม้แต่ตัวเขาเองยังนึกรังเกียจ
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาบางกระตุกวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะอย่างเยือกเย็น
"กรุณาเรียกฉันว่าคุณริน หรือไม่ก็ตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษาด้วยค่ะคุณธามินทร์ เราไม่ได้สนิทกันพอที่จะใช้สรรพนามส่วนตัวแบบนั้น"
คำพูดนั้นเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกตบด้วยฝ่ามือเหล็ก ธามินทร์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัดจนแหลกสลาย เขาจำได้แม่นว่าเคยพูดประโยคที่คล้ายคลึงกันนี้ใส่เธอเป็นร้อยเป็นพันครั้งในอดีต—*“อย่ามาทำตัวสนิทสนมกับผม เราเป็นแค่สามีภรรยาบนกระดาษเท่านั้น”*
กรรมตามสนอง... ช่างรวดเร็วและสาสมเสียจนเขาแทบกระอักเลือด
ในมุมมืดของห้องประชุม คีย์ หุ้นส่วนหนุ่มรูปหล่อผู้ยืนกอดอกพิงผนังอยู่เงียบๆ ยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เขาก้าวเข้ามายืนเคียงข้างรินรดา พร้อมกับยื่นมือไปแตะข้อศอกเรียวของเธอเบาๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเชิงกลยุทธ์
"การเจรจาน่าจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้กระมังครับคุณริน ถ้าคุณธามินทร์ไม่มีข้อเสนอที่ดีกว่านี้แล้ว เราคงต้องขอตัว เพราะเรามีนัดทานดินเนอร์ต่อ" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนที่กำลังพ่ายแพ้
ธามินทร์หันขวับไปมองมือของไอ้สารเลวนั่นที่แตะอยู่บนแขนของอดีตภรรยา เส้นเลือดที่ขมับของเขาปูดโปนด้วยความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านจนฉุดไม่อยู่ เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ล้มคว่ำลงไปกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
"ริน! คุณปล่อยให้ผู้ชายคนนี้..."
"เขาคือคู่ชีวิตของฉันในปัจจุบันค่ะ" รินรดาตัดบทขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอดังชัดเจนและหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนฝาโลงความหวังทั้งหมดของเขา "และเขาไม่ใช่คนที่คุณจะมีสิทธิ์มาเอ่ยนามด้วยความไม่ให้เกียรติ เซ็นสัญญาซะธามินทร์ หรือไม่ก็เตรียมตัวรับความพินาศขั้นสุดท้ายได้เลย"
รินรดาลุกขึ้นยืน ร่างระหงภายใต้ชุดสูทหรูเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างไม่ลังเล ปลายนิ้วมือของเธอเฉียดผ่านแขนเสื้อของเขาไปเพียงนิด แต่กลับสร้างความรู้สึกร้อนรุ่มราukูกแผดเผาไปทั่วผิวหนัง ธามินทร์แทบจะเอื้อมมือคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้เพื่อกักตัวเธอให้อยู่พูดคุยกันให้รู้เรื่อง แต่สายตาที่คีย์ส่งผ่านมาเตือนสติเขาว่า เขามีค่าแค่ไหนในเกมนี้
ร่างบางเดินออกไปจากห้องประชุมโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ ไร้ตัวตน และไร้ค่าโดยสิ้นเชิง
ธามินทร์ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้อีกครั้ง ความมืดมนเข้าครอบงำจิตใจ มือหนายกขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบๆ ภาพรินรดาในอดีตที่ซ้อนทับกับรินรดาผู้เย็นชาในปัจจุบันยังคงหลอนอยู่ในโสตประสาท ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและทอดทิ้งอย่างเลือดเย็นเริ่มกัดกินหัวใจเขาจากภายในสู่ภายนอก
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความสิ้นหวัง ประตูห้องประชุมที่ปิดสนิทไปแล้วก็ถูกผลเปิดออกอีกครั้งอย่างกะทันหัน
เลขาหน้าห้องของเขาวิ่หน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมกับวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะตรงหน้าธามินทร์ด้วยมือที่สั่นเทา
"คุณธามินทร์คะ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณค่ะ หน้าซองระบุว่าเป็น... เป็นผลตรวจพันธุกรรม และเอกสารรับรองบุตร... จากสำนักงานกฎหมายส่วนตัวของคุณรินค่ะ"
ธามินทร์ชะงักกุนงัน ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจกระหน่ำเต้นรัวรากับกลองศึก มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ ขณะที่ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นชื่อของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่ระบุอยู่ในเอกสาร—เด็กชายที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเหมือนพิมพ์เดียวกัน...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 27
ภาพหลอนของความรัก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!