"กลิ่นนี้... ไม่ใช่กลิ่นเดิมของคุณ"
ปลายนิ้วแกร่งของธามินทร์ไม่ได้สัมผัสโดนพวงแก้มของรินรดาอย่างที่เขาหมายปอง เพราะเรียวแขนเพรียวบางภายใต้ชุดสูทผ้าไหมสีดำสนิทได้ยกขึ้นปัดป้องอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ท่าทางนั้นเด็ดเดี่ยว เยקטเยือก และไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น รินรดาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ รักษาระยะห่างระหว่างเธอกับอดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอให้จมดินด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
ห้องรับรอง VIP ของโรงแรมหรูใจกลางมหานครในยามค่ำคืนนี้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความโกรธขึง ธามินทร์ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและเย็นชาไร้หัวใจ บัดนี้กลับฉายแววสั่นไหวและโหยหาอย่างน่าสมเพช เขากำลังโน้มตัวเข้าหาเธอราวกับคนกระหายน้ำในทะเลทราย เพียงเพราะกลิ่นกายที่โชยมาจากเรือนร่างของหญิงสาวตรงหน้า — กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาเคยได้กลิ่นทุกค่ำคืนตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ในวันนี้... มันกลับเจือจางด้วยความเย็นชา และผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นอิสระที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง
"คุณถอยทำไม ริน" ธามินทร์เอ่ยเสียงแหบพร่า สันกรามคมสันขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลที่นิ่งสนิทราวกับผืนน้ำในหุบเหวลึก "กลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาอ่อนๆ ที่คุณเคยใช้... กลิ่นที่ผมเคยจำได้ขึ้นใจ ทำไมคืนนี้มันถึงกลายเป็นกลิ่นฟูแฌร์ (Fougère) ที่เย็นยะเยือกแบบนี้ล่ะ คุณจงใจเปลี่ยนมันใช่ไหม... เพื่อให้ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมยืนรอคุณอยู่บ้านหลังนั้นอีกต่อไปแล้ว"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชเวทนาที่เคลือบอยู่บนริมฝีปากสีแดงระเรื่อ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยราดรดความรู้สึกของเขาให้มอดไหม้ลงด้วยความหนาวเหน็บ
"คุณธามินทร์คะ ความจำของคุณยังปกติดีอยู่หรือเปล่า ถึงได้จำไม่ได้ว่าเราหย่าขาดจากกันมานานเท่าไหร่แล้ว" สุ้มเสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "ผู้หญิงที่เคยใช้กลิ่นกุหลาบอ่อนๆ เพื่อเอาใจสามีผู้เย็นชาอย่างคุณ... เธอคนนั้นตายไปตั้งแต่วันที่เธอเซ็นใบหย่าในห้องพิจารณาคดีแล้วค่ะ ตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าคุณคือรินรดา หุ้นส่วนและผู้บริหารแห่งบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนระดับโลก ไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานในกรงขังของคุณอีกต่อไป"
คำพูดนั้นแทงเข้าที่กลางใจของธามินทร์อย่างจัง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ภาพในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพของหญิงสาวร่างบางที่เคยยืนถือเอกสารรายงานผลประกอบการบริษัท หรือนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นที่เย็นชืดอย่างไร้การเหลียวแล ภาพที่เขาเคยปัดป้องความใส่ใจ ปฏิเสธความอบอุ่น และผลักไสเธอออกไปอย่างไร้เยื่อใยด้วยคำว่า 'น่ารำคาญ'
ในเวลานั้น... เขามองไม่เห็นคุณค่าของเธอเลยแม้แต่น้อย เขากล้าหาญพอที่จะปล่อยให้เธอน้ำตานองหน้า เดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ไปท่ามกลางสายฝนโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง แต่ในเวลานี้... เมื่อเขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง สูญเสียสิทธิ์ในการครอบครองหัวใจดวงนั้นไปตลอดกาล เขากลับเพิ่งตระหนักได้ว่า กลิ่นกายของเธอคือสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงลมหายใจของเขาในยามที่คฤหาสน์หลังนั้นว่างเปล่า
"ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้" ธามินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "แต่ริน... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ชดใช้ในสิ่งที่ผมเคยทำผิดพลาดไป สัมผัสผมเหมือนเดิม มองผมด้วยสายตาแบบเดิมไม่ได้เลยหรือ"
"ฝันไปเถอะค่ะ" รินรดากล่าวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "คนที่ทิ้งเพชรในมือไปเพื่อคว้าก้อนกรวดอย่างคุณ ไม่สมควรได้รับโอกาสอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่คุณควรทำในตอนนี้คือการเซ็นอนุมัติโครงการควบรวมกิจการที่เรากำลังเจรจากันอยู่ แล้วก็ไสหัวออกไปจากชีวิตของฉันซะ อย่ามาทำตัวน่าสมเพชให้มันรกหูรกตาฉันเลย"
ความดุดันและเยือกเย็นของเธอทำให้ธามินทร์ชะงักงัน เขาไม่เคยเห็นรินรดาร่างนี้มาก่อน ร่างที่ทรงพลัง เย้ายวน และเต็มไปด้วยอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลกคาเท้า เคมีระหว่างคนทั้งคู่คุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดที่ผสมผสานกับความปรารถนาอันบิดเบี้ยว ธามินทร์ไม่เพียงแต่ต้องการเอาชนะทางธุรกิจ แต่สัญชาตญาณดิบในตัวเขากำลังกรีดร้องว่า เขาต้องการเธอ... ต้องการครอบครองเรือนร่างและจิตวิญญาณของอดีตภรรยาคนนี้อีกครั้ง แม้จะต้องแลกด้วยวิญญาณของเขาก็ตาม
"คุณปากแข็งได้ไม่นานหรอก ริน" ธามินทร์ยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาเปลี่ยนเป็นประกายดุดันและเร่าร้อนขึ้นอย่างกะทันหัน "ต่อให้คุณจะเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอม เปลี่ยนสถานะ หรือเกลียดผมมากแค่ไหน... แต่ร่างกายของคุณ มันเคยเป็นของผม และมันยังจดจำสัมผัสของผมได้ดีกว่าใคร"
พรึบ!
ไม่ทันที่รินรดาจะทันตั้งตัว มือหนาของธามินทร์ก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระชากร่างบางเข้าหาอ้อมอกแกร่งอย่างแรง แรงปะทะทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นไม้หอมเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของธามินทร์พุ่งเข้าปะทะนาสิกอย่างจัง กลิ่นที่เคยสร้างรอยแผลเป็นในใจเธอ แต่วินาทีนี้มันกลับปลุกเร้าความร้อนรุ่มบางอย่างที่เธอพยายามกด
"ปล่อยนะ! คุณบ้าไปแล้วรินรดา!" เธอกัดฟันกรอด พยายามสะบัดข้อมือหนี แต่แรงมหาศาลจากอดีตสามีกลับตรึงเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"ใช่ ผมมันบ้า... บ้าเพราะคุณคนเดียว!" ธามินทร์กระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนขนลุกซู่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงซุกซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างไร้การอนุญาต สัมผัสจากริมฝีปากร้อนผ่าวที่กดจูบลากผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มทำเอารินรดาสะท้านเฮือก เปลือกตาปิดลงชั่วขณะเพื่อข่มความสั่นไหวที่ทรยศต่อจิตใจ
"ธามินทร์! หยุดนะ!" รินรดาตวาดเสียงสั่น พยายามยกมือขึ้นผลักแผงอกกว้างของเขา แต่ธามินทร์กลับรวบมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอให้แนบชิดสนิทจนไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน
รสจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจถูกทาบทับลงมาบนริมฝีปากสีระเรื่อของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ความโกรธเกรี้ยวและแรงพายุอารมณ์ที่อัดอั้นมานานระเบิดออกมาเป็นแรงต่อต้าน เธอเม้มปากแน่นไม่ยอมให้เรียวลิ้นร้อนล้ำเข้ามา แต่ธามินทร์ผู้ช่ำชองกลับใช้มืออีกข้างบีบกรามของเธอเบาๆ จนเธอต้องเผยมakuเผยอริมฝีปากออกด้วยความเจ็บแปลบ และนั่นคือจังหวะที่เขาใช้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม
จูบของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความต้องการที่ถูกกดทับมานับแรมปี รสชาติของความเค็มปร่าจากหยาดน้ำตาที่เธอเผลอปล่อยให้รินไหลลงมาผสมปนเปกับรสจูบเร่าร้อนนั้น ทำให้ธามินทร์ยิ่งคลั่งหนักขึ้น มือแกร่งลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนภายใต้ชุดสูท ออกแรงปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญ นิ้วร้อนลากผ่านผิวเนื้อนวลเนียนจนรินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยแนบชิดซ้อนทับเข้ามาในโสตประสาท ร่างกายของเธอกำลังทรยศสมอง คำปฏิเสธเริ่มกลายเป็นเสียงครางฮือในลำคอที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและลุ่มหลง
สัมผัสที่รุกเร้า หนักหน่วง และวาบหวาม ทำให้ห้องรับรองวีไอพีกลายเป็นสนามรบแห่งความปรารถนา ธามินทร์ดันร่างบางของเธอล้มลงไปบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง ร่างสูงทาบทับลงมาครอบครองพื้นที่ทุกลารางบนเรือนร่างของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว มือหนาปัดป้องเส้นผมที่ระใบหน้าสวยออกอย่างทะนุถนอม สลับกับการซุกไซร้ซอกคอและลาดไหล่เนียนจนเกิดรอยแดงจางๆ
"คุณมันคนสารเลว..." รินรดาหอบหายใจโยนคำด่าทอออกไปด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง ดวงตาสีนิลคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจผสมความวาบหวามที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่รู้สึกมัน
"ยอมรับผมเถอะ ริน..." ธามินทร์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ นัยน์ตาคมกريบฉายแววปรารถนาอย่างดิบเถื่อนและลึกซึ้ง "ไม่ว่าคุณจะเกลียดผมแค่ไหน... ร่างกายของคุณก็ยังเป็นของผม"
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะก้าวข้ามผ่านเส้นแบ่งของความสัมพันธ์อันพังทลาย เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงเปิดประตูของห้องรับรองที่ถูกปลดล็อกด้วยคีย์การ์ดสำรองจากภายนอก!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"คุณรินรดาครับ เอกสารสัญญาฉบับด่วนจากสำนักงานใหญ่ลอนดอนส่งมาถึงแล้วครับ... และ... เอ่อ... มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็นลูกของคุณ ยืนกรานจะขอพบคุณให้ได้ที่หน้าลิฟต์ครับ!"
เสียงของคีย์ หุ้นส่วนหนุ่มคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน ทำให้ธามินทร์ที่กำลังคร่อมร่างของรินรดาอยู่ถึงกับชะงักก้าง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าของเธอซีดเผือดลงในพริบตาราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ
...เด็กผู้ชายคนนั้นงั้นหรือ?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 7
กลิ่นน้ำหอมที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!