"ดิฉันคิดว่า ข้อเสนอในหน้าที่สี่สิบสองของทางคุณธามินทร์ มีความบกพร่องเรื่องความโปร่งใสในสัดส่วนผลกำไรอยู่พอสมควรนะคะ... หรือว่าในอดีต คุณเองก็ถนัดแต่การเซ็นอนุมัติโดยไม่เคยใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยแบบนี้อยู่แล้ว?"
เสียงทุ้มหวานที่เจือด้วยกระแสเสียงเยียบเย็นดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมกระจกใสขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของมหานครเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นรูปร่างระหงและสง่างาม เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่ดวงตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นกันแดดแฟชั่นที่ถูกถอดวางไว้บนโต๊ะ กลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะกรีดแทงทุกคำพูดให้กลายเป็นอาวุธ
ธามินทร์ชะงักมือที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาแพง ดวงตาคมเข้มคู่นั้นเงยขึ้นสบกับอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและความไหว
สี่ปีที่ผ่านมา... รินรดาในวันที่มีแต่น้ำตาและความเวทนา ได้ตายไปจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในวันนี้คือ "รินรดา" นักบริหารมือฉมังผู้กุมชะตากรรมของเม็ดเงินลงทุนนับหมื่นล้าน และเธอกำลังใช้สถานะทางธุรกิจนี้ เหยียบย่ำความทะนงตนของเขาให้จมดิ่งลงกับพื้นด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
"ผมยินดีจะปรับปรุงเงื่อนไขทุกข้อตามที่คุณรินรดาต้องการครับ... ขอเพียงแค่คุณเอ่ยปาก" ธามินทร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความสั่นพร่าในลำคอ สายตาของเขาไม่ได้มองเอกสารบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย มันเอาแต่จดจ้องใบหน้านวลเนียนที่ประดับด้วยเครื่องสำอางบางเบา แต่กลับทรงพลังจนทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบทุกครั้งที่ได้ยินน้ำเสียงราบเรียบห่างเหินนั้น
"อย่าใช้คำว่า 'เพียงแค่คุณเอ่ยปาก' กับฉันเลยค่ะคุณธามินทร์ มันฟังดู... ไร้ค่าเกินกว่าที่นักธุรกิจระดับคุณควรจะเอ่ยออกมา" รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา "เรากำลังประชุมเรื่องโปรเจกต์ร่วมทุนมูลค่ามหาศาล กรุณาแยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานให้มากกว่านี้ด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้น ทางบริษัทที่ปรึกษาของฉัน อาจจะต้องพิจารณาถอนตัว และปล่อยให้บริษัทของคุณเผชิญหน้ากับการฟ้องร้องเรื่องการบริหารงานที่ไม่โปร่งใสตามลำภัง"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก คีย์ หุ้นส่วนหนุ่มรูปหล่อที่นั่งอยู่เคียงข้างรินรดา ส่งยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะแขนเรียวของเธอเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุนเชิงสัญชาตญาณปกป้อง ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เส้นเลือดที่ขมับของธามินทร์เต้นตุบด้วยความหึงหวงและโกรธเกรี้ยวจนแทบคลั่ง
สายตาดุดั่งพญาอินทรีของธามินทร์ตวัดมองมือของคีย์ที่แตะอยู่บนแขนของอดีตภรรยาด้วยความเกลียดชัง เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน หากเป็นเมื่อก่อน... ผู้ชายคนนี้คงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ในรัศมีสายตาของเขาด้วยซ้ำ แต่ในยามนี้ รินรดากลับจงใจเปิดช่องว่างให้ผู้ชายคนอื่นเข้ามาใกล้ชิด เพื่อตอกย้ำว่าเธอก้าวพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปไกลแสนไกลแล้ว
"ผมคิดว่าการประชุมวันนี้สมควรแก่เวลาแล้วนะคะ" รินรดาเอ่ยตัดบทอย่างไม่iให้เกียรติ เธอปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าเสียงดังลั่นจนทุกคนในห้องสะดุ้ง "เชิญคุณธามินทร์กลับไปทบทวนข้อเสนอใหม่ทั้งหมดให้เรียบร้อย แล้วค่อยนัดหมายผ่านเลขาฯ ของฉันอีกครั้ง... หวังว่าจะมีความคืบหน้าที่ดีกว่านี้นะคะ"
ร่างบางระหงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่นั่งนิ่งค้างอยู่บนเก้าอี้ คีย์รีบขยับตัวลุกขึ้นยืนเคียงข้างเธอด้วยความสนิทสนม ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงกันออกไปจากห้องประชุม ทิ้งให้ธามินทร์นั่งอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงันและความเจ็บปวดที่กัดกินขั้วหัวใจ
ความเงียบโรยตัวปกคลุมในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดาทันทีที่ประตูปิดลง หญิงสาวทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง เปลือกตาปิดลงช้าๆ เพื่อซ่อนหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมาอย่างไม่ยอมเชื่อฟัง เธอยังจำได้ดีถึงแววตาสำนึกผิดและเวทนาที่ธามินทร์ส่งมาให้ มันน่าสมเพชเสียจนเธอแทบอยากจะหัวعอกมาดังๆ สี่ปีที่เธอต้องทนทุกข์ทรมาน เลี้ยงดูลูกน้อยในครรภ์ที่เติบโตมาพร้อมกับหยาดน้ำตาและความยากลำบาก ใครเล่าจะรู้ว่าผู้หญิงที่เคยอ่อนแอคนนั้น ต้องผ่านความตายมาแล้วกี่ครั้งกว่าจะยืนหยัดได้ในจุดนี้
"ไหวไหมริน..." เสียงนุ่มนวลของคีย์ดังขึ้น พร้อมกับแก้วกาแฟอุ่นๆ ที่ถูกวางลงตรงหน้า "อย่าลืมนะว่าคุณไม่ได้ตัวคนเดียว... ถ้ามันหนักหนาสสาหัสเกินไป ปล่อยให้ผมจัดการแทนเถอะ"
รินรดาลืมตาขึ้น ส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสนิทและพาร์ทเนอร์ผู้ซื่อสัตย์ "ขอบคุณนะคีย์ แต่รินไหว... ผู้ชายคนนั้นไม่มีทางได้เห็นน้ำตาของรินอีกเป็นครั้งที่สองหรอกค่ะ"
ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังรวบรวมสติเพื่อสะสางเอกสารกองโต เสียงเคาะประตูกประชิดก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เลขาฯ สาวเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดและแววตาตื่นตระหนก
"คุณรินคะ... คือว่า..." เลขาฯ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาที่ห้องรับแขกชั้นบนค่ะ เขาบอกว่า... ถ้าคุณไม่ยอมออกไปพบตอนนี้ เขาจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าค่ะ"
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ใครกันที่กล้าอาจหาญถึงขนาดบุกมาอาละวาดถึงสำนักงานใหญ่ของเธอ "ใครกัน?"
"คุณธามินทร์ค่ะ..." เลขาฯ เว้นจังหวะหายใจก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล "...และเขาไม่ได้มาคนเดียวค่ะ เขากำลังอุ้มเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่... หน้าตาถอดแบบมาจากคุณธามินทร์ราวกับแกะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 6
บททดสอบความอดทน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!