เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 8

ความล้มเหลวของหัวใจ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอمينตี้ออยล์ราคาแพงระยับระคนกับกลิ่นฝนจางๆ ยามค่ำคืน ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นห้าสิบของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกใสจรดเพดาน เบื้องล่างคือสายธารแห่งแสงไฟจากรถยนต์ที่ติดขัดยาวเหยียดราวกับเส้นเลือดอุดตันในร่างกายของเมืองหลวง ทว่าความวุ่นวายเหล่านั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับความนิ่งงันในอกของเธอ แฟ้มเอกสารสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานยังคงวางแน่นิ่ง มันบรรจุโครงการร่วมทุนนับพันล้านที่เธอเพิ่งจรดปากกาเซ็นอนุมัติไปเมื่อไม่กี่นาาทีก่อน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอกลับไม่ใช่ตัวเลขผลกำไร หากแต่เป็นกระดาษโน้ตสีครีมใบเล็กที่ถูกสอดไว้ใต้ประตูกระจก ลายมือตวัดหวัดๆ แต่หนักแน่นและคุ้นตาจนน่ารังเกียจ *‘ทุ่มครึ่ง… ร้านเดิมที่เราเคยชอบไปกัน ริน… ผมรออยู่ที่นั่น’* รินรดากระตุกมุมปากขึ้นน้อยนิด รอยยิ้มที่ปรากฏบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำนั้นช่างเยียบเย็นและไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง สามปีผ่านไป ธามินทร์ยังคงคิดว่าทุกสิ่งบนโลกใบนี้จะหมุนรอบตัวเขาเหมือนในอดีต เขายังคงคิดว่าเพียงแค่เอ่ยปาก นัดหมาย หรือหยิบยื่นความใส่ใจเศษเดนที่เคยถูกละเลย เธอกจะต้องวิ่งโร่เข้าไปหาด้วยความยินดีปรีดาเหมือนสุนัขตัวเมียที่รอคอยเศษเนื้อจากเจ้านาย “ความล้มเหลวของหัวใจคุณ… มันไม่ใช่ธุระอะไรของดิฉันเลยค่ะ ธามินทร์” เธอพึมพำกับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ก่อนจะขยำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือแล้วโยนมันลงถังขยะอย่างไร้เยื่อใย เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้งดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงโปรดของคีย์ หุ้นส่วนหนุ่มรูปงามจะก้าวเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟอุ่นๆ ในมือ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสำรวจร่องรอยความตึงเครียดบนใบหน้าสวยเฉี่ยวของรินรดาอย่างรู้ทัน “ผมเห็นรถหรูคันเดิมจอดนิ่งอยู่ชั้นใต้ดินตึกเรามาสองชั่วโมงแล้วนะริน” คีย์เอ่ยเสียงนุ่ม วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงาน “ผู้ชายคนนั้น… ยังมีความพยายามอย่างน่าสมเพชไม่เปลี่ยน” “ปล่อยเขาไปเถอะค่ะคีย์” รินรดาหันกลับมา น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าแววตากลับไหววูบด้วยประกายไฟแห่งความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง “เขาอยากยืนตากลมหนาวหรือรอเก้อจนร้านปิด ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของความโง่เขลาที่เขาต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง” “แล้วจะไม่ลงไปเคลียร์ให้มันจบๆ ไปหรือครับ? ตัดไฟแต่ต้นลม น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงที่ก้าวไปข้างหน้าแล้วอย่างคุณ” คีย์ถามพลางสบตาเธอนิ่ง สัมผัสได้ถึงกำแพงหนาเตอะที่รินรดาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจที่เคยแหลกสลาย “การไม่ให้ค่า… คือการแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับคนอย่างธามินทร์ค่ะคีย์” รินรดายกมุมปากยิ้มหยัน “เขาเคยทำให้ดิฉันรู้สึกเหมือนเป็นอากาศธาตุในบ้านหลังโตหลังนั้น วันนี้… ดิฉันก็จะทำให้เขารู้สึกว่าการเป็นธาตุอากาศที่ไม่มีใครมองเห็นมันทรมานแค่ไหน” ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะหันไปหยิบกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับเพนต์เฮาส์ส่วนตัว เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็แผדเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นมา หน้าจอปรากฏชื่อของเลขานุการส่วนตัวที่ดูแลตึกสำนักงานชั้นล่าง “คุณรินคะ… เกิดเรื่องแล้วค่ะ!” เสียงปลายสายร้อนรนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “มีแขกไม่速เชิญพยายามจะขึ้นมาบนชั้นนี้ ร่างกายเขาดูแย่มาก… เหมือนคนดื่มเหล้ามาอย่างหนักและยืนแทบจะไม่ไหว รปภ.กำลังพยายามกันตัวไว้อยู่ค่ะ แต่เขาตะโกนเรียกชื่อคุณลั่นล็อบบี้เลยค่ะ!” รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าสวย “ใครกัน? ทำไมปล่อยให้ขึ้นมารบกวนเวลาทำงานได้?” “เขาบอกว่าเขาคือ… คุณธามินทร์ค่ะ เขาบอกว่าถ้าคุณไม่ยอมลงไปพบ เขาก็จะยืนรออยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะลงมา… และตอนนี้… ตอนนี้เขาเหมือนจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้นแล้วด้วยค่ะคุณริน!” หัวใจของรินรดากระตุกวูบไม่ใช่เพราะความอาลัยอาวรณ์ แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ ผู้ชายคนนี้คิดจะเล่นเกมตื้นๆ อะไรอีก! ใช้ความน่าสมเพชเรียกร้องความสนใจงั้นหรือ? มุกตื้นๆ แบบนี้มันใช้ไม่ได้ผลกับรินรดาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว “บอก รปภ. ว่าไม่ต้องสนใจค่ะ ปล่อยให้เขานอนอยู่ตรงนั้น หรือไม่ก็ลากตัวออกไปให้พ้นจากเขตตึกของเรา ดิฉันไม่ใช่แม่ของเขา และไม่มีหน้าที่ต้องไปเก็บกวาดขยะที่ไหนทั้งสิ้น!” รินรดาสั่งเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความปรานีในน้ำเสียงแม้แต่น้อย เธอกดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอฟังคำท้วงติงใดๆ จากปลายสาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและความเยือกเย็นกลับคืนมา ก่อนจะหันไปสบตากับคีย์ที่ยืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “กลับกันเถอะค่ะคีย์ วันนี้ดิฉันเหนื่อยมามากพอแล้ว” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามก้าวเท้าเดินผ่านโต๊ะทำงานไปยังประตูทางออก โดยไม่แม้แต่จะชายตาแลไปที่กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเมืองยามค่ำคืนอีก แต่ทว่า… เมื่อเธอเดินมาถึงลิฟต์ส่วนตัวและกำลังจะกดปุ่มเพื่อลงไปยังชั้นจอดรถ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผดเสียงดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย รินรดากลั้วหัวใจด้วยความรำคาญก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ถ้าโทรมาเรื่องเดิม กรุณาวางสายไปซะ เพราะดิฉันไม่มีวัน…” *(“คุณรินรดาครับ… นี่ผมสารวัตรกิตตินะครับ เกรงว่าคุณต้องลงมาที่ล็อบบี้ด่วนเลยครับ สามีของคุณ… เอ่อ อดีตสามีของคุณประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะขับรถวนอยู่รอบตึกเพื่อรอพบคุณ รถของเขาชนเข้ากับเสาปูนลานจอดรถชั้นใต้ดิน อาการสาหัสมากครับ หน่วยกู้ภัยกำลังพยายามปั๊มหัวใจยื้อชีวิตอยู่ตอนนี้!”)* โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น แก้วกาแฟในมือของคีย์ร่วงหล่นกระแทกพื้นกระจกแตกกระจายเสียงดังสนั่น ทว่ารินรดากลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงก้องกังวานในหัวใจที่กำลังแตกสลายลงเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกครั้ง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%