เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 2

ใบหน้าที่คุ้นเคย

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณรินรดาคะ... ดูเหมือนแขกวีไอพีของเราจะเริ่มกังวลเรื่องเวลาแล้วนะคะ” เสียงกระซิบจากผู้ช่วยส่วนตัวที่ดังขึ้นข้างหูไม่ได้ทำให้รินรดาสะดุ้ง แต่กลับทำให้ดวงตาคู่คมที่กำลังจับจ้องไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้าหรี่ลงเล็กน้อยอย่างมีความหมาย เธอไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าจังหวะการเต้นของหัวใจที่เคยสงบนิ่งกลับเริ่มไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกหยดหมึกสีดำหยดลงไป ธามินทร์... ใบหน้าที่เคยเป็นทั้งสวรรค์และนรกในชีวิตของเธอ บัดนี้มันไม่ได้ฉายแวบความรักใคร่ที่เธอเคยโหยหา มีเพียงความฉงนระคนตกตะลึงที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น “ริน... รินจริงๆ ด้วยใช่ไหม?” เสียงของเขาแหบพร่า มันเป็นเสียงที่รินรดาจำได้ดี—เสียงที่เคยเอ่ยถ้อยคำเย็นชาและดูแคลนใส่เธอในวันที่เธอต้องหอบเอาชีวิตที่แตกสลายออกจากบ้านหลังนั้น แต่ในวันนี้ เสียงนั้นกลับสั่นไหวและเต็มไปด้วยความคาดหวังที่น่าสมเพช รินรดาหมุนตัวกลับช้าๆ ท่วงท่าของเธอสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากไม่ได้ไปถึงดวงตา มันเป็นเพียงรอยยิ้มทางธุรกิจที่แสนเย็นชา “ขอโทษนะคะ คุณธามินทร์ดูเหมือนจะจำคนผิดแล้วค่ะ ฉันชื่อ ‘รินดา’ ไม่ใช่คนที่คุณกำลังตามหา” ธามินทร์ขยับตัวเข้าหาเธอทันที แรงปะทะนั้นมากพอที่จะทำให้คีย์—หุ้นส่วนหนุ่มของเธอ—ก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยการปกป้อง “ถอยไป” ธามินทร์คำรามต่ำ สายตาของเขายังคงตรึงอยู่กับใบหน้าของหญิงสาว “ริน... อย่าคิดว่าฉันจำไม่ได้ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่รอยแผลเป็นตรงต้นคอของคุณ... ฉันจำได้แม่น” รินรดาแค่นยิ้มในลำคอ เธอขยับคอเสื้อสูทให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดรอยแผลเป็นที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุที่เขาเป็นคนก่อ “คนที่คุณพูดถึงอาจจะตายไปแล้วก็ได้ค่ะ หรือไม่ก็... ไม่เคยมีตัวตนอยู่สำหรับคนอย่างคุณตั้งแต่แรก” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะพุ่งถึงจุดเดือด สายตาของธามินทร์ก็เหลือบไปเห็นบางอย่างทางด้านหลังของเธอ ห่างออกไปไม่กี่เมตร เด็กชายตัวน้อยในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มกำลังเดินจูงมือพี่เลี้ยงอย่างว่าง่าย ท่ามกลางความวุ่นวายของงานกาล่า เด็กน้อยคนนั้นหยุดยืนและหันมาสบตาเขาพอดี ลมหายใจของธามินทร์สะดุดกึก โลกทั้งใบของเขาเหมือนถูกเหวี่ยงจนคว่ำคะมำ ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้น... และเค้าโครงใบหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ราวกับกระจกเงาที่สะท้อนภาพตัวเองในวัยเด็กกำลังยืนอยู่ตรงหน้า “เด็กคนนั้น...” เสียงของเขาหายไปในลำคอ “ริน... นั่นใคร” รินรดาเห็นท่าทีของเขาแล้ว ความสะใจเล็กๆ ที่แฝงอยู่ในความเจ็บปวดก็แล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอไม่ได้สะทกสะท้าน แต่กลับก้าวเข้าไปหาเขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธออบอวลอยู่รอบตัวเขา แต่มันช่างเย็นเยียบและห่างไกลเหลือเกิน “เด็กคนนั้นหรือคะ?” เธอถามเสียงเรียบ ทว่ามีนัยน์ตาที่คมกริบดั่งมีดกรีด “เขาคือสิ่งที่คุณไม่เคยสมควรได้รับ... และเป็นสิ่งที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อ” “นี่ลูกฉันใช่ไหม ริน! บอกฉันมา!” ธามินทร์แทบจะลืมสิ้นซึ่งความทะนงตัว เขายื่นมือออกไปหวังจะคว้าแขนของเธอ แต่คีย์กลับตบมือลงบนไหล่ของเขาอย่างแรงเป็นการเตือน “ถอยไปครับคุณธามินทร์ อย่าทำให้ตัวเองดูไร้ค่าไปมากกว่านี้เลย” คีย์เอ่ยเสียงต่ำ รินรดามองอดีตสามีด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใย เธอหมุนตัวหันหลังให้เขาอย่างเด็ดขาด ก่อนจะกวักมือเรียกเด็กน้อยคนนั้นให้เดินเข้ามาใกล้ “ต้นกล้าครับ มาหาแม่เร็วครับลูก” คำว่า ‘แม่’ ตอกย้ำเข้าไปในอกของธามินทร์ราวกับตะปูที่ถูกตอกลงบนเนื้อสดๆ เขาพยายามจะก้าวตามไป แต่ฝีเท้ากลับหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนแห่งความผิดบาปเหนี่ยวรั้งไว้ รินรดาอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ไม่มีความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่ “คุณสูญเสียสิทธิ์ที่จะอยู่ในชีวิตของเขาไปตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจทิ้งเราไปแล้วค่ะ คุณธามินทร์... อย่าให้ฉันต้องเรียกรักษาความปลอดภัยมาเชิญคุณออกไปเลยนะคะ มันจะไม่สวยงามเอาเสียเลย” ธามินทร์ยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้ความจริงที่เจ็บปวดกรีดลึกเข้าไปในหัวใจ ในจังหวะที่รินรดากำลังจะเดินจากไป เธอก็หยุดชะงักและก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งทั้งเป็น “อ้อ... ลืมบอกไปค่ะ คืนนั้นที่คุณบอกว่าเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก คุณคงลืมไปว่าคุณทิ้งบางอย่างไว้ในตัวฉัน... และมันก็เป็นของขวัญชิ้นเดียวที่ทำให้ฉันอยู่ได้ถึงวันนี้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเศษเสี้ยวความรักจอมปลอมจากคนอย่างคุณอีกต่อไป” รินรดาก้าวเดินจากไป ทิ้งให้ธามินทร์ยืนอยู่ท่ามกลางเสียงเพลงแว่วหวานของงานกาล่าที่ดูช่างขัดแย้งกับหัวใจที่แตกสลายของเขา ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของธามินทร์ก็สั่นขึ้น เขาหยิบมันออกมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะพบข้อความจากนักสืบเอกชนที่เขาจ้างวานไว้ให้ตามหาประวัติของรินรดา ในหน้าจอแสดงผลตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือดฉบับสมบูรณ์ ที่ส่งมาพร้อมกับภาพถ่ายวันที่เขายังคงโง่เขลาและมองข้ามเธอไป... และผล DNA นั้น มันฟ้องชัดเจนว่าเด็กชายคนนั้นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างไม่มีข้อสงสัย ทว่า ด้านล่างสุดของรายงาน มีประโยคสั้นๆ ที่ทำให้ธามินทร์แทบหยุดหายใจ: *“รินรดาแต่งงานใหม่แล้ว... และสามีของเธอคือชายคนเดียวกับที่คุณเพิ่งเซ็นสัญญาธุรกิจล้มละลายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ในตอนที่สองนะคะ หวังว่าทุกคนจะพร้อมสำหรับความสะใจที่กำลังจะตามมาในตอนถัดไปค่ะ! ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%