“คุณรินรดาคะ... ดูเหมือนแขกวีไอพีของเราจะเริ่มกังวลเรื่องเวลาแล้วนะคะ”
เสียงกระซิบจากผู้ช่วยส่วนตัวที่ดังขึ้นข้างหูไม่ได้ทำให้รินรดาสะดุ้ง แต่กลับทำให้ดวงตาคู่คมที่กำลังจับจ้องไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้าหรี่ลงเล็กน้อยอย่างมีความหมาย เธอไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าจังหวะการเต้นของหัวใจที่เคยสงบนิ่งกลับเริ่มไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกหยดหมึกสีดำหยดลงไป
ธามินทร์... ใบหน้าที่เคยเป็นทั้งสวรรค์และนรกในชีวิตของเธอ บัดนี้มันไม่ได้ฉายแวบความรักใคร่ที่เธอเคยโหยหา มีเพียงความฉงนระคนตกตะลึงที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น
“ริน... รินจริงๆ ด้วยใช่ไหม?”
เสียงของเขาแหบพร่า มันเป็นเสียงที่รินรดาจำได้ดี—เสียงที่เคยเอ่ยถ้อยคำเย็นชาและดูแคลนใส่เธอในวันที่เธอต้องหอบเอาชีวิตที่แตกสลายออกจากบ้านหลังนั้น แต่ในวันนี้ เสียงนั้นกลับสั่นไหวและเต็มไปด้วยความคาดหวังที่น่าสมเพช
รินรดาหมุนตัวกลับช้าๆ ท่วงท่าของเธอสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากไม่ได้ไปถึงดวงตา มันเป็นเพียงรอยยิ้มทางธุรกิจที่แสนเย็นชา “ขอโทษนะคะ คุณธามินทร์ดูเหมือนจะจำคนผิดแล้วค่ะ ฉันชื่อ ‘รินดา’ ไม่ใช่คนที่คุณกำลังตามหา”
ธามินทร์ขยับตัวเข้าหาเธอทันที แรงปะทะนั้นมากพอที่จะทำให้คีย์—หุ้นส่วนหนุ่มของเธอ—ก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยการปกป้อง
“ถอยไป” ธามินทร์คำรามต่ำ สายตาของเขายังคงตรึงอยู่กับใบหน้าของหญิงสาว “ริน... อย่าคิดว่าฉันจำไม่ได้ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่รอยแผลเป็นตรงต้นคอของคุณ... ฉันจำได้แม่น”
รินรดาแค่นยิ้มในลำคอ เธอขยับคอเสื้อสูทให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดรอยแผลเป็นที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุที่เขาเป็นคนก่อ “คนที่คุณพูดถึงอาจจะตายไปแล้วก็ได้ค่ะ หรือไม่ก็... ไม่เคยมีตัวตนอยู่สำหรับคนอย่างคุณตั้งแต่แรก”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะพุ่งถึงจุดเดือด สายตาของธามินทร์ก็เหลือบไปเห็นบางอย่างทางด้านหลังของเธอ
ห่างออกไปไม่กี่เมตร เด็กชายตัวน้อยในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มกำลังเดินจูงมือพี่เลี้ยงอย่างว่าง่าย ท่ามกลางความวุ่นวายของงานกาล่า เด็กน้อยคนนั้นหยุดยืนและหันมาสบตาเขาพอดี
ลมหายใจของธามินทร์สะดุดกึก โลกทั้งใบของเขาเหมือนถูกเหวี่ยงจนคว่ำคะมำ ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้น... และเค้าโครงใบหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ราวกับกระจกเงาที่สะท้อนภาพตัวเองในวัยเด็กกำลังยืนอยู่ตรงหน้า
“เด็กคนนั้น...” เสียงของเขาหายไปในลำคอ “ริน... นั่นใคร”
รินรดาเห็นท่าทีของเขาแล้ว ความสะใจเล็กๆ ที่แฝงอยู่ในความเจ็บปวดก็แล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอไม่ได้สะทกสะท้าน แต่กลับก้าวเข้าไปหาเขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธออบอวลอยู่รอบตัวเขา แต่มันช่างเย็นเยียบและห่างไกลเหลือเกิน
“เด็กคนนั้นหรือคะ?” เธอถามเสียงเรียบ ทว่ามีนัยน์ตาที่คมกริบดั่งมีดกรีด “เขาคือสิ่งที่คุณไม่เคยสมควรได้รับ... และเป็นสิ่งที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อ”
“นี่ลูกฉันใช่ไหม ริน! บอกฉันมา!” ธามินทร์แทบจะลืมสิ้นซึ่งความทะนงตัว เขายื่นมือออกไปหวังจะคว้าแขนของเธอ แต่คีย์กลับตบมือลงบนไหล่ของเขาอย่างแรงเป็นการเตือน
“ถอยไปครับคุณธามินทร์ อย่าทำให้ตัวเองดูไร้ค่าไปมากกว่านี้เลย” คีย์เอ่ยเสียงต่ำ
รินรดามองอดีตสามีด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใย เธอหมุนตัวหันหลังให้เขาอย่างเด็ดขาด ก่อนจะกวักมือเรียกเด็กน้อยคนนั้นให้เดินเข้ามาใกล้
“ต้นกล้าครับ มาหาแม่เร็วครับลูก”
คำว่า ‘แม่’ ตอกย้ำเข้าไปในอกของธามินทร์ราวกับตะปูที่ถูกตอกลงบนเนื้อสดๆ เขาพยายามจะก้าวตามไป แต่ฝีเท้ากลับหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนแห่งความผิดบาปเหนี่ยวรั้งไว้
รินรดาอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ไม่มีความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่ “คุณสูญเสียสิทธิ์ที่จะอยู่ในชีวิตของเขาไปตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจทิ้งเราไปแล้วค่ะ คุณธามินทร์... อย่าให้ฉันต้องเรียกรักษาความปลอดภัยมาเชิญคุณออกไปเลยนะคะ มันจะไม่สวยงามเอาเสียเลย”
ธามินทร์ยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้ความจริงที่เจ็บปวดกรีดลึกเข้าไปในหัวใจ ในจังหวะที่รินรดากำลังจะเดินจากไป เธอก็หยุดชะงักและก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งทั้งเป็น
“อ้อ... ลืมบอกไปค่ะ คืนนั้นที่คุณบอกว่าเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก คุณคงลืมไปว่าคุณทิ้งบางอย่างไว้ในตัวฉัน... และมันก็เป็นของขวัญชิ้นเดียวที่ทำให้ฉันอยู่ได้ถึงวันนี้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเศษเสี้ยวความรักจอมปลอมจากคนอย่างคุณอีกต่อไป”
รินรดาก้าวเดินจากไป ทิ้งให้ธามินทร์ยืนอยู่ท่ามกลางเสียงเพลงแว่วหวานของงานกาล่าที่ดูช่างขัดแย้งกับหัวใจที่แตกสลายของเขา ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของธามินทร์ก็สั่นขึ้น เขาหยิบมันออกมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะพบข้อความจากนักสืบเอกชนที่เขาจ้างวานไว้ให้ตามหาประวัติของรินรดา
ในหน้าจอแสดงผลตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือดฉบับสมบูรณ์ ที่ส่งมาพร้อมกับภาพถ่ายวันที่เขายังคงโง่เขลาและมองข้ามเธอไป... และผล DNA นั้น มันฟ้องชัดเจนว่าเด็กชายคนนั้นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างไม่มีข้อสงสัย
ทว่า ด้านล่างสุดของรายงาน มีประโยคสั้นๆ ที่ทำให้ธามินทร์แทบหยุดหายใจ: *“รินรดาแต่งงานใหม่แล้ว... และสามีของเธอคือชายคนเดียวกับที่คุณเพิ่งเซ็นสัญญาธุรกิจล้มละลายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้ในตอนที่สองนะคะ หวังว่าทุกคนจะพร้อมสำหรับความสะใจที่กำลังจะตามมาในตอนถัดไปค่ะ!
ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 2
ใบหน้าที่คุ้นเคย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!