เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 17

ความทะนงที่พังทลาย

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ แต่กลับไม่อาจกลบกลิ่นอายความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของอาคารระฟ้า รินรดายืนไขว่ห้างอยู่ริมกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือมหานครที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบ ทว่าโลกภายในห้องนี้กลับราวกับถูกหยุดเวลาไว้ด้วยความเงียบงันที่เฉียบคม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบหรูเหลือบมองชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงที่บัดนี้ถอดเสื้อสูทและเสื้อนอกออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เม็ดกระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผม ธามินทร์... อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้กำลังถือผ้าไมโครไฟเบอร์และน้ำยาทำความสะอาด คุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อนุ่ม เพื่อเช็ดคราบเปื้อนเล็กๆ ที่เขาเป็นคนทำหกไว้ด้วยความตั้งใจเมื่อครู่ ภาพนั้นช่างน่าขัน... และช่างน่าสมเพชในเวลาเดียวกัน "ถ้าทำความสะอาดไม่สะอาดพอ คุณรินคงไม่ว่าอะไรผมหรอกกระมังครับ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมตัวไปหน่อย" ธามินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่พยายามควบคุมความสั่นเครือ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งทะนง บัดนี้มีแต่รอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กรีดแทงหัวใจของเขาอย่างเลือดเย็น "เชิญค่ะ" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอื้อiนเอ่ยออกมา "ถ้าคุณธามินทร์ว่างงานถึงขนาดมานั่งเช็ดพื้นห้องทำงานให้ดิฉันนัก ทำไมไม่ลองใช้สมองส่วนที่เหลือคิดดูบ้างคะ ว่าการกระทำไร้สาระพวกนี้ มันไม่ได้ช่วยให้เศษเสี้ยวความทรงจำที่พังทลายของคุณมีค่าขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย" ธามินทร์ชะงักมือที่กำลังเช็ดพื้น นิ้วแกร่งกำผ้าในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขาไม่ได้โกรธ... เขากลับรู้สึกสมเพชตัวเองเสียมากกว่า สมัยก่อน แค่จะมองหน้าเธอนานๆ เขายังมองว่าเสียเวลา แต่ในวันนี้ แค่เพียงเศษเสี้ยวสายตาที่เธอมองมา เขากลับต้องแลกมาด้วยการลดตัวลงต่ำถึงเพียงนี้ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำมันให้อภัยไม่ได้ ริน..." ธามินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละก้าว ทว่ารินรดากลับไม่มีทีท่าหวาดกลัว เธอวางแก้วลงบนจานรองเสียงดังกระทบกันเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นไม่มีความรักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเกลียดชัง "อย่าเรียกชื่อนั้น" รินรดากล่าวเสียงเรียบ "เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นค่ะคุณธามินทร์ สถานะของเราในตอนนี้คือ 'คู่ค้าทางธุรกิจ' และถ้าหมดเรื่องงานแล้ว เชิญคุณออกไปจากห้องของดิฉันด้วยค่ะ ดิฉันมีงานสำคัญต้องทำต่อ" ธามินทร์ไม่ขยับเขยื้อน เขายื่นมือออกไปหมายจะแตะปลายนิ้วเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่รินรดาไวกว่า เธอชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อต้องสัมผัสกัน "ริน... คุณใจร้ายกับผมเหลือเกิน" เขากระซิบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบมีร่องรอยความเจ็บปวดร้าวราญที่ปิดไม่มิด "คุณอยากเห็นผมตายคาสนามอารมณ์ของคุณใช่ไหม ถึงจะพอใจ" "ตายเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "คุณค่าชีวิตของคุณมันไม่ได้สูงส่งพอจะแลกกับความรู้สึกของดิฉันหรอกค่ะคุณธามินทร์ ออกไปซะ!" ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็กรีดแทวงAความเงียบขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ประตูกลุ่มกระจกฝ้าจะถูกผลักเปิดออกโดยคีย์ หุ้นส่วนหนุ่มรูปหล่อผู้กุมความลับและคอยเคียงข้างเธอมาตลอด "รินครับ เอกสารสำหรับประชุมบ่ายนี้... อ้าว ธามินทร์ คุณยังอยู่อีกเหรอ นึกว่ากลับไปตั้งแต่ตอนเช้าแล้วซะอีก" คีย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองชายหนุ่มทั้งสองด้วยแววตาท้าทายกลายๆ ธามินทร์หันขวับไปมองคีย์ รังสีความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าคีย์คือคนที่รินรดาให้ความไว้วางใจ และนั่นคือสิ่งที่เขารู้สึกเจ็บปวดที่สุด "เรื่องของเรา ยังคุยกันไม่จบ..." ธามินทร์หันกลับมาเอ่ยกับรินรดา น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความดื้อรั้น "แต่ฉันหมดเรื่องจะคุยกับคุณแล้วค่ะคีย์ เชิญแขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไปทีนะคะ ดิฉันไม่อยากเสียเวลาอันมีค่ากับคนแพ้" รินรดาเอ่ยตัดบทอย่างไม่ไว้หน้า ก่อนจะหันไปสนใจกองเอกสารตรงหน้า ราวกับธามินทร์เป็นเพียงอากาศธาตุ ธามินทร์ขบกรามแน่นจนสันนูน ความทะนงตนที่เคยมีถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้เอื้อiนเอ่ยประโยคใดออกมาเพื่อยื้อเวลา เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงผลสว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนรูปถ่ายจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งที่ถูกส่งตรงเข้ามายังเบอร์ส่วนตัวของเธอ โดยปราศจากชื่อผู้ส่ง รินรดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอปรายตามองธามินทร์แวบหนึ่งก่อนจะกดเปิดดูรูปภาพนั้นด้วยความลังเล ภาพถ่ายอัลตราซาวด์สีเทาหม่นของเด็กทารกในครรภ์อายุครรภ์ราวเจ็ดสัปดาห์ พร้อมกับข้อความตัวอักษรด้านล่างที่ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง *'เด็กคนนี้... คือลูกของใครกันแน่คะคุณรินรดา? ระหว่างสามีเก่าที่คุณเกลียดแสนเกลียด... กับชู้รักคนปัจจุบันที่คุณซ่อนไว้'* ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเยือกเย็นที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที มือบางที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่ธามินทร์สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าสวยนั้น เขาจึงก้าวเข้าไปใกล้แล้วชะโงกหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทันที! ดวงตาคมกริบของธามินทร์กวาดมองข้อความและภาพอัลตราซาวด์นั้นอย่างชัดเจน... ก่อนที่นัยน์ตาของเขาจะวูบไหวด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อตัวเลขและข้อมูลในภาพระบุชัดเจนว่าเด็กในครรภ์นั้น... เกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกับค่ำคืนสุดท้ายที่เขากับเธอยังคงใช้เตียงร่วมกันก่อนหย่าร้าง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%