เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกลงบนพื้นไม้มะฮอกกانيขัดเงาวับ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 'ธนandกุล' จนทำให้เหล่าบอร์ดบริหารสูงวัยต่างสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนความเฉียบคม ยืนสงบนิ่งอยู่ปลายโต๊ะยาว ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยฉายแววเยືือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าลึกซึ้งและรุ่มร้อนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นที่ถูกเก็บงำมานานแรมปี
"พวกท่านคิดว่า อำนาจที่ถือครองอยู่ในมือตอนนี้ มันมั่นคงนักหรือคะ?"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกดังขึ้น ทลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดลงอย่างสิ้นเชิง รินรดากวาดสายตามองหน้าบรรดาผู้บริหารระดับสูงทีละคน ทุกคนที่ถูกเธอมองต่างพากันหลบสายตา ไม่เว้นแม้กระทั่งประธานกรรมการอาวุโสที่เคยคคานอำนาจเธอไว้ในอดีต วันนี้ หญิงสาวผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "ภรรยาไร้ค่า" ที่ธามินทร์เคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ได้กลับมาในฐานะหุ้นส่วนใหญ่และผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการชี้ชะตาบริษัทแห่งนี้แล้ว
ที่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้าม ธามินทร์นั่งตัวเกร็ง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่กำลังถูกไฟแผดเผา ดวงตาคมกริบของอดีตสามีจับจ้องมาที่เธอนิ่งสนิท เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสำนึกผิด และร่องรอยความอ่อนล้าที่ซ่อนไม่มิด เขากลืนก้อนความขื่นขมลงคอ ยามเมื่อเห็นหยาดเหงื่อซึมตามไรผมของคนที่เขาเคยปล่อยให้จมดิ่งอยู่กับน้ำตาเพียงลำพัง
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำของธามินทร์เปล่งออกมาอย่างยากเย็น แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบที่แทบไม่มีใครได้ยิน ทว่ามันกลับดังชัดเจนในความรู้สึกของคนทั้งห้อง
"กรุณาเรียกดิฉันว่า 'คุณรินรดา' หรือไม่ก็ 'ท่านรองประธาน' ด้วยค่ะ คุณธามินทร์" รินรดาตัดบททันควัน ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มเยาะหยันอย่างงดงามแต่ไร้ซึ่งความปรานี "ในห้องประชุมนี้ ไม่มีพื้นที่สำหรับเรื่องส่วนตัว และไม่มีความทรงจำเก่าๆ ที่คุณปรารถจะรื้อฟื้นหรอกนะคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกระลอก คีย์ ซึ่งยืนกอดอกพิงผนึกกระจกใสอยู่ด้านหลัง ส่งยิ้มมุมปากให้ท่าทีอันทรงพลังของหญิงสาว เขาก้าวเข้าไปใกล้รินรดาเล็กน้อย วางมือลงบนพนักเก้าอี้ของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในเชิงธุรกิจ ท่าทีสนิทสนมนั้นแทงทะลุเข้าไปในอกของธามินทร์ราวกับมีคมมีดนับพันเล่มกรีดซ้ำลงบนแผลเก่า
"เอกสารที่อยู่ตรงหน้าทุกท่าน คือข้อเสนอในการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมด" รินรดากล่าวต่อ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "รวมถึงการถอนทุนสนับสนุนโครงการที่ธามินทร์... อ้อ ขออภัยค่ะ ท่านประธานคนเก่า เป็นคนอนุมัติอย่างไร้เหตุผล ซึ่งนั่นจะทำให้บริษัทสูญเสียน้อยลง แต่ในขณะเดียวกัน ดิฉันได้โอนถ่ายสิทธิ์ขาดในการบริหารโครงการหลัก 70% มาไว้ภายใต้การดูแลของบริษัทที่ปรึกษาของดิฉันเรียบร้อยแล้ว"
"คุณรินรดาครับ ทำแบบนี้เท่ากับเป็นการฮุบกิจการทางอ้อมเลยนะครับ!" หนึ่งในบอร์ดบริหารอาวุโสท้วงขึ้นหน้าตาตื่น
"ฮุบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และโปร่งใสทุกประการค่ะ" รินรดาย้อนกลับทันควัน สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ถ้าพวกท่านไม่อยากให้บริษัทที่บรรพบุรุษร่วมกันสร้างมาต้องล่มจมคามือ เพราะการบริหารงานอย่างไร้ทิศทางในอดีต ก็จงเซ็นชื่อลงในมติเห็นชอบนี้เสียดีๆ หรือไม่เช่นนั้น... ดิฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากความบกพร่องในหน้าที่ของคณะผู้บริหารย้อนหลังทั้งหมด ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าพยานหลักฐานในมือของดิฉันเพียงพอที่จะส่งพวกท่านไปนอนกอดคุกได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียวค่ะ"
บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยียบลงจนแทบหายใจไม่ออก ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงแม้แต่คนเดียว อำนาจที่รินรดากำลังถือครองในตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทุน แต่มันคืออำนาจแห่งการล้างแค้นที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากน้ำตาและความเจ็บปวดในอดีต
ธามินทร์มองหน้าอดีตภรรยา หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบไปหมด ผู้หญิงตรงหน้าช่างงดงาม ทรงพลัง และน่าเกรงขามเสียจนเขาแทบจำเงาของภรรยาผู้แสนอ่อนแอที่เคยรอคอยเขาอยู่บ้านหลังเดิมไม่ได้เลย สักนิดก็ไม่มีเหลือ รินรดาในวันนี้คือพายุหมุนที่พร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางทางให้ราบเป็นหน้ากลอง และเป้าหมายหลักของพายุลูกนี้ก็คือตัวเขาเอง
"ผมยอมรับมติทั้งหมดครับ"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาหันขวับไปมองธามินทร์เป็นตาเดียว ดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มมองตรงมาที่รินรดา ไม่มีความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความยอมจำนนอย่างราบคาบและแววตาที่เจ็บปวดเจียนตาย
"คุณธามินทร์!" บอร์ดบริหารอุทานพร้อมกัน
"ผมบอกว่า ผมยอมรับ" ธามินทร์เน้นย้ำทีละคำ สายตาไม่ละไปจากใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาว "ทุกอย่างที่เป็นของผม... ทุกสิ่งที่ผมเคยสร้างและเคยทำลายลงด้วยมือตัวเอง ผมยินดีมอบมันให้คุณทั้งหมด ริน... เพื่อแลกกับการที่คุณยอมมองหน้าผม นานกว่านี้อีกนิดก็ยังดี"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาวาววับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเคียดแค้นที่เอ่อคลอขึ้นมาวูบหนึ่งแต่ถูกสะกดไว้ได้อย่างรวดเร็ว เธอก้มลงมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"อย่ามาทำตัวน่าสมเพชแถวนี้เลยค่ะ คุณธามินทร์" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน "เพราะต่อให้คุณเอาชีวิตเข้าแลก มันก็ไม่มีทางชดใช้หยดน้ำตาที่ฉันเคยเสียไปได้แม้แต่นصفหยดเดียว!"
พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าหันหลังให้กับโต๊ะประชุมทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่กำลังนั่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง คีย์รีบเดินตามเธอออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ธามินทร์จมอยู่กับความมืดมนในห้องประชุมที่เคยเป็นบัลลังก์ของตนเอง
ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังก้าวเท้าเดินพ้นประตูห้องโถงใหญ่เพื่อมุ่งตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบ
มันเป็นข้อความจากพี่เลี้ยงที่ดูแลลูกชายวัยสามขวบของเธอที่บ้านพักริมทะเล พร้อมกับรูปถ่ายหนึ่งใบที่ส่งตรงเข้ามา...
ในภาพนั้น เด็กชายตัวน้อยกำลังยืนถือตุ๊กตาหมีตัวโปรดอยู่ริมรั้ว โดยมีร่างสูงของใครบางคนกำลังคุกเข่าลงพูดคุยด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่เธอจำได้แม่นยำ... ร่างของธามินทร์ที่บังเอิญไปพบลูกชายของพวกเขาโดยที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน!
หัวใจของรินรดาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลลมหายใจสะดุดกึก ร่างเพรียวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม เมื่อความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปีพังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 16
เถ้าถ่านที่เริ่มคุโชน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!