กลิ่นอายความอับชื้นของหยาดฝนยามค่ำคืนยังคงเกาะกะอยู่บนบานกระจกใส ขณะที่ปลายนิ้วเรียวของรินรดาจรดลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อตรวจสอบตัวเลขโครงการล่าสุดอย่างไร้ความรู้สึก ไอร้อนจากกาแฟดำในแก้วเซรามิกราคาแพงช่วยขับไล่ความเหน็บหนาวในห้องทำงานส่วนตัว แต่ไม่สามารถละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมอยู่ภายในอกข้างซ้ายของเธอได้เลยสักนิด
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งสั้นๆ ดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงโปรดของคีย์จะก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ แววตาของเขาซ่อนความกังวลไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาอย่างมิดชิด
"เขาอยู่ที่หน้าโครงการแล้วครับริน" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นพอที่จะทำให้คนที่กำลังก้มหน้าอ่านเอกสารชะงักมือ "ยืนตากฝนอยู่ตรงป้อมรักษาความปลอดภัยมาสามชั่วโมงเต็มแล้ว โดยไม่ยอมขยับไปไหนเลย"
รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เธอยังคงจ้องมองตัวเลขบนหน้าจอราวกับว่ามันน่าสนใจกว่าอดีตสามีที่เคยเหยียบยยี่หัวใจเธอจนแหลกเหลว ปากรูปกระจับเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างนึกสมเพชเวทนา
"ปล่อยให้เขาแข็งตายไปซะสิคะ" น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างกลางหิมะเอ่ยลอดไรฟัน "ในเมื่อเขาเลือกที่จะเดินออกจากชีวิตรินในวันที่รินร้องขอความเห็นใจ ทำไมวันนี้ถึงเพิ่งมาสำนึกรู้คุณค่าเอาตอนที่สายเกินไปล่ะคะ"
"ผมจะให้ รปภ. เชิญเขาออกไปให้พ้นเขตพื้นที่ส่วนบุคคลดีไหมครับ" คีย์เสนอทางเลือกที่เฉียบขาดสมฐานะหุ้นส่วนผู้ปกป้องเธอ
"ไม่ต้องค่ะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยิ่งขับเน้นให้เธอดูทรงอำนาจและเย่อหยิ่งเกินกว่าที่ใครจะแตะต้องได้ "ปล่อยให้เขายืนอยู่ตรงนั้น ให้ความหนาวเหน็บมันตอกย้ำลงไปในกระดูกดำของเขา ว่าสิ่งที่เขาเคยทำกับรินมันให้ผลลัพธ์แบบไหน... ตามรินมาค่ะคีย์ รินอยากจะไปดูด้วยตาตัวเองสักหน่อยว่า สุนัขที่เคยหิวกระหายอำนาจในวันนั้น ตอนนี้มันน่าสมเพชขนาดไหนเวลาที่ต้องมานั่งรอเศษเสี้ยวความเมตตา"
ลมฝนที่พัดกรรโชกยามดึกในย่านที่พักอาศัยส่วนตัวระดับไฮ엔ดไม่ได้ทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้นเลย ธามินทร์ในชุดสูทสีเข้มที่เปียกปอนลู่แนบไปกับแผ่นอกกว้าง ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีดำสนิท ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ ทว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานที่กัดกินหัวใจอยู่เบื้องลึก
ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เขารู้ดีว่าภาพของตัวเองในตอนนี้คงไม่ต่างอะไรจากคนบ้าคนหนึ่ง แต่ต่อให้ต้องคุกเข่าอ้อนวอนอยู่ตรงนี้จนถึงเช้า เขาก็ไม่มีวันถอย
ทันทีที่ไฟจากรถสปอร์ตคันหรูสาดส่องเข้ามา ธามินทร์ก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวังอันริบหรี่ หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำราวกับจะหลุดออกมานอกอกเมื่อเห็นเงาร่างระหงของหญิงสาวก้าวลงมาจากรถ โดยมีชายหนุ่มผู้เป็นหุ้นส่วนคอยกางร่มให้อย่างทะนุถนอม
รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หลังประตูรั้ว ห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ สายตานิ่งเฉยและไร้ซึ่งเยื่อใยที่เธอมองมา ทำให้ลมหายใจของธามินทร์สะดุดกึก
"ริน..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อภรรยาเก่าด้วยความสั่นเครือ ร่างสูงพยายามก้าวเข้าไปใกล้รั้วเหล็กให้มากที่สุด "ได้โปรด... ฟังผมพูดสักคำเถอะนะริน ผมขอร้อง"
"คุณมีสิทธิ์อะไรมาขอร้องฉันคะ คุณธามินทร์" รินรดาเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าบาดลึกทุกอณูความรู้สึก สายตาคู่สวยกวาดมองสภาพที่เปียกปอนราวกับลูกสุนัขตกน้ำของเขาอย่างเย้ยหยัน "จำไม่ได้แล้วหรือคะ ว่าวันนั้นคุณเป็นคนไล่ให้ฉันไสหัวออกไปจากชีวิตของคุณเองไม่ใช่เหรอคะ ทำไมวันนี้ถึงความจำเสื่อมเร็วจังล่ะคะ หรือว่าความโลภมันบังตาจนทำให้ลืมแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของตัวเองไปหมดแล้ว"
"ผมรู้ว่าผมเลว..." ธามินทร์ละล่ำละลักพูดออกมาด้วยความเจ็บปวด น้ำตาที่ผสมปนเปไปกับหยาดฝนไหลอาบแก้มสากระคาย "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้ แต่ริน... ได้โปรดให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ชดใช้ความผิดทั้งหมดที่ผมเคยทำร้ายคุณ... ผมยอมทำทุกอย่าง ขอแค่คุณยอมพูดกับผมดีๆ สักคำ"
"ชดใช้เหรอคะ?" รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับเยือกเย็นเสียจนธามินทร์รู้สึกเหมือนถูกกรีดด้วยมีดนับพันเล่ม "ชีวิตที่พัง 100% ของรินในวันนั้น คุณจะเอาอะไรมาแลกให้มันกลับมาเท่าเดิมคะ เงินทองที่คุณหามาได้ทั้งหมด หรือแม้แต่ชีวิตของคุณตอนนี้... มันก็ยังไม่มีค่าพอที่จะเอามาเทียบกับหยาดน้ำตาที่รินเคยหลั่งรินให้คุณเลยด้วยซ้ำ!"
"ริน...!"
"กลับไปซะเถอะค่ะ" เธอสะบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "อย่ามาทำตัวน่าสมเพชให้รินต้องรู้สึกคลื่นไส้ไปมากกว่านี้เลย พื้นที่ตรงนี้มันมีไว้สำหรับคนที่มีค่าพอเท่านั้น และคุณ... ตกชั้นจากคำว่า 'มนุษย์' ในสายตาของฉันไปนานแล้วค่ะคีย์ พาฉันกลับเข้าไปข้างในเถอะค่ะ ตรงนี้อากาศเป็นพิษเหลือเกิน"
สิ้นคำพูดอันแสนเชือดเฉือน รินรดาก็หันหลังกลับทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่กำลังทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นถนนเปียกแฉะ คีย์ปรายตามองธามินทร์ด้วยความสมเพชเวทนาก่อนจะกางร่มเดินตามหญิงสาวกลับเข้าไปในตัวบ้าน ปล่อยให้ธามินทร์จมดิ่งอยู่กับความมืดมิดและเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาซ้ำเติม
ภายในห้องนั่งเล่นอันอบอุ่นและหรูหรา รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว ดวงตาคู่สวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสะใจ เจ็บปวด และว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเพื่อดับกระหายความแค้นที่แผดเผา
แต่แล้ว... ความเงียบงันภายในบ้านก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง คีย์ที่กำลังจะเดินขึ้นชั้นบนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
"ให้ผมออกไปจัดการเองครับริน" คีย์เอ่ยเสียงเครียด
"ไม่ต้องค่ะคีย์" รินรดาลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเรียบตึง "รินจะออกไปจัดการให้มันจบๆ ไปซะที คนแบบนี้ถ้าไม่ตัดให้ขาดจากราก ก็คงจะตามมารังควานไม่รู้จักจบจักสิ้น"
เธอเดินกลับมาที่ประตูหน้าบ้านด้วยฝีมือการก้าวที่มั่นคงและดุดัน มือบางกระชากเปิดประตูออกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว โดยตั้งใจจะเอ่ยปากไล่ตะเพิดอดีตสามีให้ออกไปให้พ้นชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย
ทว่า... ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า
ไม่ใช่ร่างที่เปียกปอนของธามินทร์... แต่กลับเป็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบคนหนึ่ง ในชุดนอนลายการ์ตูนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตู โดยมีธามินทร์ที่ทรุดตัวลงประคองกอดลูกน้อยไว้แนบอกด้วยความปกป้อง
และเมื่อเด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตากลมโตและแพขนตางอนยาวคู่นั้น... ถอดแบบมาจากรินรดาแทบจะพิมพ์เดียวกัน
"คุณแม่..." เสียงเล็กๆ สั่นเครือเอ่ยเรียกออกมาราวกับปาฏิหาริย์ "คุณพ่อบอกว่า... พาผมมาหาคุณแม่แล้ว... เราเข้าไปข้างในกันได้หรือยังครับ?"
รินรดานิ่งงิ่งค้างไปในอากาศ หัวใจที่เคยถูกสร้างเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบ พังทลายลงในพริบตาเดียวเมื่อได้ยินคำว่า "คุณแม่" จากปากของเด็กชายผู้เป็นสายเลือดที่เธอถูกพรากไปจากอกเมื่อหลายปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 13
กำแพงน้ำแข็ง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!