กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ชั้นห้าสิบของตึกระฟ้าใจกลางเมืองไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ไอเย็นเยือกนั้นกลับแทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำของผู้ชายที่กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะกระจกนิรภัย
"ข้อเสนอของบริษัทเรา... คิดว่าน่าจะชัดเจนพอแล้วนะคะ คุณธามินทร์"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งเยื่อใย แต่นุ่มนวลและทรงพลังดังขึ้น รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับผิวให้ดูโดดเด่น เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ สายตาคู่คมที่เคยมองเขาด้วยความเวทนาและหยาดน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่า ราวกับเขาก็เป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตนคนหนึ่งบนโลกใบนี้
ธามินทร์กลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก สันจوดของเขาขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเครียดจัด เอกสารสัญญาโครงการร่วมทุนมูลค่าหมื่นล้านบาทกำลังนอนนิ่งอยู่ตรงหน้า มันคือ ‘ทางรอด’ เดียวที่จะช่วยพยุงอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลเขาให้พ้นจากวิกฤตสภาพคล่อง แต่ทว่า... เงื่อนไขในกระดาษแผ่นนั้น กลับบีบรัดคอเขาให้แทบหายใจไม่ออก
"ริน... คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่" ธามินทร์เอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้มีร่องรอยความร้าวรานและความเหนื่อยล้าฉายชัด เขาจ้องมองอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน "หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ และสิทธิ์ขาดในการบริหาร... มันมากเกินไปสำหรับบริษัทที่ปรึกษาหน้าใหม่อย่างพวกคุณ"
"บริษัทที่ปรึกษาหน้าใหม่?" รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มันช่างเย็นชาและบาดลึกเสียจนธามินทร์ต้องกําหมัดแน่นใต้โต๊ะ "คุณน่าจะทำการบ้านมาให้ดีกว่านี้นะคะ คุณธามินทร์... 'Aura Investment' ภายใต้การนำของฉัน ไม่ได้เป็นแค่บริษัทที่ปรึกษาธรรมดา แต่เราคือผู้ถือครองหนี้สินส่วนใหญ่ที่คุณเอาบริษัทไปค้ำประกันไว้ต่างหากล่ะคะ"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ธามินทร์เบิกตากว้างอย่างลืมตัว เขาจำได้ทันที...
ย้อนกลับไปเมื่อหกเดือนก่อน ตอนที่บริษัทของเขากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตสภาพคล่องครั้งใหญ่ มีกลุ่มทุนปริศนาเข้ามาช้อนซื้อหนี้เสียของเขาอย่างเงียบเชด และค่อยๆ คุกคามเข้ามาทีละน้อย จนกระทั่งวันนี้... วันที่เขาเพิ่งกระจ่างแจ้งว่า ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเกมกระดานอันเลือดเย็นนี้ คือผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบยละศักดิ์ศรีอย่างไม่ใยดีในอดีต
"ที่แท้... ทั้งหมดนี้ก็คือแผนที่คุณวางไว้ตั้งแต่แรก" ธามินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจเจ็บแปลบจนแทบแหลกสลาย ไม่ใช่เพราะความพ่ายแพ้ทางธุรกิจ แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า ผู้หญิงคนที่เขาเคยทอดทิ้งให้อยู่กับความเจ็บปวด ได้เติบโตขึ้นเป็นคมมีดที่พร้อมจะปลิดชีพเขาได้ทุกเมื่อโดยที่เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโอดครวญ
"แผนเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นช่างเย้ยหยันและทรงอำนาจ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ฝ่ามือเรียวบางวางทราบบนโต๊ะกระจก สายตาสอดประสานกับเขาอย่างท้าทาย "อย่าใช้คำว่าแผนให้มันดูสกปรกเลยค่ะคุณธามินทร์ สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่... มันเป็นเพียงแค่ 'ดอกผล' จากเมล็ดพันธุ์แห่งความโหดร้ายที่คุณเป็นคนหว่านลงไปเองต่างหากล่ะคะ"
ภาพวันวานย้อนกลับมาในหัวของธามินทร์ราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่เธอยืนร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจ วันที่เธอตั้งครรภ์อ่อนๆ และถูกเขาขับไล่ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานี วันที่เธอสูญเสียทุกอย่าง... รวมทั้งลูกในท้อง
ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปีพรั่งพรูขึ้นมาจนเขาแทบกระอักเลือด ธามินทร์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามด้วยความลืมตัว มือหนาเอื้อมไปหมายจะคว้ามือเธอไว้เพื่ออ้อนวอนขอความเห็นใจเหมือนเช่นผู้ชายที่หมดหนทาง
"ริน... ผมขอร้อง... ลงโทษผมให้พอเถอะ อยากได้อะไร ผมยอมแลกทุกอย่าง แม้แต่ชีวิตของผม... ขอแค่คุณให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ไถ่บาป... สักครั้งก็ยังดี"
ทว่า รินรดากลับไม่ถอยหนี เธอยืนนิ่งสนิท ดวงตาสีนิลจ้องมองความเวทนาและทุรนทุรายของอดีตสามีด้วยความสมเพชระคนเกลียดชัง เธอยกมือขึ้นปัดสัมผัสของเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขายิ่งกว่าสิ่งใด
"โอกาสเหรอคะ?" รินรดายิ้มเยาะ หยัดกายขึ้นด้วยความมั่นใจ "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่า 'โอกาส' กับฉันด้วยซ้ำค่ะ คุณธามินทร์... เซ็นสัญญาฉบับนี้ซะ หรือไม่ก็ปล่อยให้บริษัทของคุณพินาศย่อยยับไปต่อหน้าต่อตา เลือกเอาเองค่ะ!"
เธอผลักเอกสารสัญญาฉบับนั้นเข้าหาเขาด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขาอีกเลย ความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยวของเธอบดขยี้อีโก้ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่จนไม่เหลือชิ้นดี ธามินทร์ยืนตัวชา มือที่ถือปากกาKINสั่นเทาราวกับคนเป็นโรคพาร์กินสัน เขามองแผ่นหลังบางที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องไป...
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจากด้านนอก พร้อมกับร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ใบหน้าคมคายรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นมิตร แต่แววตากลับคมกริบทรงพลัง... คีย์ หุ้นส่วนหนุ่มผู้เคียงข้างรินรดามาตลอดกาลก้าวเข้ามา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ขอโทษด้วยนะครับคุณธามินทร์ พอดีผมกับรินมีนัดไปรับ 'น้องันต์' ลูกชายของเราที่โรงเรียนต่อ... เกรงว่าคุณคงต้องรีบตัดสินใจแล้วล่ะครับ เพราะเราไม่อยากปล่อยให้ลูกรอนาน"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างกายของธามินทร์ก็คล้ายกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสองจนชาดิกไปทั่วร่าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ลูกชาย...? รินรดามีลูกชายอย่างนั้นหรือ? และเด็กคนนั้น... มีอายุเท่าไหร่กัน!?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน•ตอนที่ 10
กับดักในห้องประชุม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ กับอดีตสามีผู้ไร้สิทธิ์หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!