"ถอยไปยัยทึ่ม! นั่นไม่ใช่ปุ่มสำหรับกดซะหน่อย!"
เสียงตะโกนพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ ทำให้เรย์เกือบทำคัมภีร์หนังมนุษย์ในมือหลุดร่วงลงพื้น หินเรืองแสงสีม่วงเข้มรอบห้องใต้ดินสั่นสะเทือนจนฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาเหมือนหิมะ ไอความเย็นเยือกของบอสลับระดับตำนานที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่เปิดเซิร์ฟเวอร์แผ่ซ่านทะลุกำแพงศิลาเข้ามาจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามเกราะหนังของลูน่าอย่างรวดเร็ว
"ใจเย็นน่าคุณอดีตโปรเพลเยอร์ ผมแค่อยากรู้ว่าระบบมันจะใจดีแถมไอเทมปลอบใจมารึเปล่า" เรย์ตอบด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เหลืออยู่ รอยยิ้มมุมปากยังคงกวนประสาทตามเคย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะกดดันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือรอยแยกขนาดมหึมาบนผนึกโบราณ กลิ่นอายความตายอันเข้มข้นทะลักล้นออกมาจนหน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าตรงหน้าของเรย์กระพริบเตือนสีแดงฉาน เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดึกดำบรรพ์ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมืดมิด
[คำเตือน: สิ่งมีชีวิตในตำนาน "ราชาแห่งซากปรักหักพัง โบรอน" กำลังจะตื่นจากการหลับใหลในอีก 180 วินาที!]
[ผู้เล่นไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการปลุก หรือถูกทำลายล้าง!]
ลูน่ากัดฟันกรอด ขวานยักษ์ในมือสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นผสมความหวาดหวั่น เธอเป็นเบอร์เซิร์กเกอร์สายบู๊ล้างผลาญที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน แต่ไม่มีเรดบอสตัวไหนในแพตช์เปิดตัวที่ส่งกลิ่นอายความสิ้นหวังได้เท่านี้
"นายยังจะมีอารมณ์มาเล่นอีกเหรอเรย์! นั่นมันบอสที่ทีมอันดับหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์เคยลองชนแล้วตายยกตี้ในสามวินาทีนะ!" ลูน่าหันมาตวาด ดวงตากลมโตฉายแววไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มข้างกายถึงยังทำหน้าเหมือนคนกำลังเลือกซื้อขนมในร้านสะดวกซื้อ
"สามวินาทีก็ถือว่านานนะสำหรับผม..." เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะปัดหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเพื่อเปิดหน้าต่างสกิลลับที่เพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ จากการทำเควสต์ลับสุดเพี้ยนเมื่อครู่ ดวงตาคู่คมกวาดมองตัวอักษรสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้น
[ท่านได้รับสกิลระดับ SSS: "อัญเชิญวิญญาณป่วนเมือง" (Summon Urban Phantom)]
[คำอธิบายสกิล: อัญเชิญดวงวิญญาณปริศนาจากมิติคู่ขนานมาร่วมรบ วิญญาณเหล่านี้มีความสามารถเหนือความคาดหมายและมักจะไม่ทำตามคำสั่งของเนโครแมนเซอร์ แต่รับประกันความปั่นป่วนระดับวินาศสันตะโรต่อศัตรู (และบางทีก็ต่อผู้ใช้เอง)]
เรย์กะพริบตาปริบๆ เขากวาดสายตาอ่านเงื่อนไขการใช้งานซ้ำอีกรอบ แล้วจึงหันไปมองหน้าลูน่าที่กำลังตั้งท่าเตรียมรับมือกับการพังทลายของผนึก
"เอ่อ... ลูน่า" เรย์ส่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงแปลกๆ
"อะไรอีกเล่า! ถ้าจะสั่งเสียก็รีบพูดซะ ก่อนที่เจ้านั่นจะออกมาบดขยี้เราเป็นจุล!" ลูน่าตวาดกลับโดยไม่หันมามอง
"ผมคิดว่า... เราอาจจะไม่ต้องตายก็ได้นะ" เรย์ยิ้มแห้งๆ "เพราะดูเหมือนว่าสกิลสุ่มที่ผมได้มา มันจะพาเพื่อนร่วมทีม 'พิเศษ' มาให้เราช่วยเคลียร์บอสแล้วล่ะ"
*เปรี๊ยะ!*
เสียงผนึกหินแกรนิตหนาเตอะแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของเรย์และลูน่ากระเด็นไปคนละAทิศคนละทาง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงใต้ดิน รัศมีสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่เพดาน พร้อมกับร่างมหึมาของ "โบรอน" ที่ค่อยๆ ก้าวเท้าอันหนักอึ้งออกมาจากความมืด ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นกวาดมองผู้บุกรุกตัวจ้อยด้วยความดูแคลน
เรย์ยันตัวลุกขึ้นจากกองเศษหิน เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสมาธิแล้วเอ่ยปากท่องบทสัญญาลับของเนโครแมนเซอร์ฝึกหัด พร้อมกับตวัดมือเรียกใช้สกิลใหม่ทันที
"เอาล่ะเพื่อนรัก... ออกมาโชว์ลีลาให้สวรรค์กุมหัวกันหน่อย!"
วงแหวนเวทมนตร์สีม่วงเข้มสลักลวดลายประหลาดปรากฏขึ้นที่พื้นเบื้องหน้า บรรยากาศรอบตัวนิ่งงันไปชั่วขณะ แรงกดดันจากบอสระดับตำนานพลាន់สะดุดลงเมื่อแสงสว่างวาบขึ้นจากวงแหวนอัญเชิญ
ทว่า... สิ่งที่ปรากฏออกมาจากละอองแสงนั้น กลับไม่ใช่โครงกระดูกนักรบเกราะเหล็ก หรือยมทูตถือเคียวเงาตามที่ตำราเนโครแมนเซอร์ทุกเล่มบนโลกใบนี้ระบุไว้
ร่างแรกที่ก้าวออกมาคือ... ชายชราในชุดนอนลายการ์ตูนหมีพูห์ กำลังถือหมอนข้างเดินง่วงนอนส่ายไปส่ายมา ก่อนจะหาวหวอดใหญ่แล้วล้มตัวลงนอนหลับกลางสนามรบอย่างไร้เยื่อใย
และตามมาด้วยร่างที่สอง... โครงกระดูกติดปีกสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง ที่ทันที,ที่โผล่ขึ้นมาก็เปิดลำโพงบลูทูธเสียงดังลั่น เปิดเพลงลูกทุ่งจังหวะสามช่าโจ๊ะๆ จนห้องใต้ดินสะเทือน
โบรอน ราชาแห่งซากปรักหักพัง ผู้ปกครองความตายที่หลับใหลมานับพันปี ถึงกับชะงักกึก มันก้มมองสิ่งมีชีวิตประหลาดที่กำลังแดนซ์กระจายอยู่หน้ามันด้วยความรู้สึกที่ระบบ AI ของตัวเกมไม่สามารถประมวลผลออกมาเป็นคำพูดได้
ลูน่าอ้าปากค้าง ขวานยักษ์ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นโดยไม่รู้ตัว เธอกะพริบตาปริบๆ หันมามองหน้าเรย์ที่ยืนเอามือถือคัมภีร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
"นี่... นายบอกว่าเรียกวิญญาณระดับสูงมาช่วยสู้ไม่ใช่เหรอเรย์?" ลูน่าถามเสียงสั่น เจือความสับสนระคนเหลือเชื่อ
"ก็นั่นแหละครับ..." เรย์ตอบหน้าตาเฉยพลางยักไหล่ "วิญญาณสายปั่นไงล่ะครับ รับรองว่าบอสตัวนี้คงไม่ได้นอนตายตาหลับแน่ๆ"
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่เพลงสามช่ากำลังเร่งจังหวะถึงจุดไคลแม็กซ์ ดวงตาสีแดงฉานของราชาซากปรักหักพังโบรอนก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ความเงียบงันอันน่าขนลุกแผ่ขยายออกไปอีกครั้งเมื่อพลังงานรอบตัวบอสเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป
เสียงกระซิบแหบพร่าและเย็นเยียบดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหูของเรย์... เป็นเสียงที่ไม่ได้มาจากโบรอน และไม่ได้มาจากวิญญาณป่วนเมืองทั้งสองตนนั้น
*“...เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา เจ้ากล้าดียังไง... ถึงได้ปลุก 'แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ' อีกตนขึ้นมาในดินแดนแห่งนี้ด้วย?”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาโลดแล่นในโลกสุดป่วนนี้ด้วยกันนะครับ
สกิลปลุกศพของผมดันเทพเกินกว่าจะเป็นเนจำแลง•ตอนที่ 2
สกิลสุ่มที่สวรรค์ยังต้องกุมหัว
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกิลปลุกศพของผมดันเทพเกินกว่าจะเป็นเนจำแลง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
