"บอกแล้วไงวะ ว่าระบบมันล็อกอัตราความสำเร็จไว้! โธ่เว้ย! อุตส่าห์ฟาร์มวัตถุดิบระดับตำนานมาตั้งสามวันสามคืน!"
เสียงทุบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนแก้วเบียร์บนเคาน์เตอร์สั่นกระพือ ของเหลวสีอำพันกระฉอกเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ แต่นั่นไม่ได้ดึงดูดสายตาของเรย์เท่ากับเศษชิ้นส่วนโลหะสีนิลที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น มันคือ 'ดาบใหญ่โลหิตมังกร' ไอเทมระดับหายากที่เพิ่งถูกตีบวกจนแหลกละเอียดคามือ ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ มองหญิงสาวเรือนผมสีเงินยวดยวงในชุดเกราะหนังนักรบที่กำลังยืนหายใจหอบโยน ใบหน้าเรียวสวยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีเพลิงฉายแววเดือดดาลราวกับพร้อมจะเผาโรงตีเหล็กแห่งนี้ให้เป็นจุล
นี่คือ "ลูน่า" อดีตโปรเพลเยอร์สาวระดับตำนานผู้ผันตัวมาเล่นเกมนี้ในฐานะเบอร์เซิร์กเกอร์สายบ้าพลัง และดูเหมือนว่าเธอเพิ่งจะเสียค่าโง่ให้กับระบบตีบวกสุดเคี่ยวของเกม *New World Online* ไปหมาดๆ
เรย์ถอนหายใจเบาๆ เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองอย่างใช้ความคิด ขณะที่สายตายังคงจดจ้องอยู่กับไอเทมชิ้นสุดท้ายที่รอดพ้นจากการทำลายล้าง นั่นคือเศษซากดาบที่ยังหลงเหลือไอออนเวทมนตร์จางๆ
*“...เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา เจ้ากล้าดียังไง... ถึงได้ปลุก 'แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ' อีกตนขึ้นมาในดินแดนแห่งนี้ด้วย?”*
เสียงปริศนาจากเหตุการณ์ในดันเจี้ยนก่อนหน้ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขา ปลุกกระดูกและวิญญาณในแหวนเนโครแมนเซอร์ให้สั่นพับๆ แต่ในความเป็นจริงตอนนี้ ปัญหาตรงหน้าดูจะเร่งด่วนเสียยิ่งกว่าการไปนั่งกังวลเรื่องเสียงกระซิบจากความมืด เพราะถ้าลูน่าอาละวาดทำลายร้านค้าแห่งนี้ต่อ มีหวังพวกเขาได้โดนทหารยาม NPC ลากตัวไปนอนคุกข้ามคืนแน่ๆ
"เอ่อ... คือว่านะคุณลูกค้า" เรย์ก้าวเข้าไปใกล้ด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ พยายามทำเสียงให้สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ถ้ายังเอาแต่ทุบโต๊ะแบบนั้น เกรงว่าค่าเสียหายมันจะแพงกว่าไอเทมที่เพิ่งพังไปเสียอีกนะครับ"
ลูน่าสะดุ้งเล็กน้อย เธอกลับหลังหันมามองต้นเสียงด้วยสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนเรย์ต้องผถดถอยหลังไปครึ่งก้าว "แกเป็นใคร? อยากหาเรื่องรึไงไอ้หนู หน้าตาอย่างกับพวกนักเวทย์ไก่กา ทำไม? จะมาซ้ำเติมฉันงั้นสิ!"
"ใจเย็นก่อนครับ ผมไม่ได้จะมาหาเรื่องใครทั้งนั้น" เรย์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเชิงยอมจำนน ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว "ผมแค่ผ่านมาเห็นคนกำลังอกหักจากระบบตีบวก แล้วรู้สึกเห็นอกเห็นใจก็เท่านั้นเอง... อีกอย่าง ในฐานะที่ผมพอจะมีความรู้เรื่อง 'โครงสร้างเวทมนตร์' อยู่บ้าง ผมคิดว่าผมอาจจะพอช่วยอะไรได้นะ"
หญิงสาวแค่นเสียง "หอะ" ในลำคอ เธอไขว้แขนเข้าหากัน หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ยังไม่สงบ "ช่วย? แกเนี่ยนะ? ขนาดช่างตีบวกเลเวลสิบแปดยังบอกว่ามันหมดทางแก้ แล้วเด็กฝึกหัดใส่เสื้อคลุมรุ่ยๆ อย่างแกจะไปทำอะไรได้ ดาบนั่นฉันอุตส่าห์หาวัตถุดิบเควสต์ระดับยากมาหลอมรวมกันนะเว้ย!"
เรย์ไม่ได้โต้เถียง เขาก้มตัวลงเก็บเศษโลหะสีนิลชิ้นหนึ่งขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ลงบนรอยแตกที่ยังคงมีละอองมานาสีแดงระอุ ความรู้จากสกิลเนโครแมนเซอร์ของเขาไม่ได้มีดีแค่การปลุกศพ แต่การมองทะลุถึงแก่นแท้ของความตายในวัตถุและวิญญาณของไอเทม ก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด
"ระบบตีบวกของเกมนี้ไม่ได้สุ่มแบบไร้เหตุผลหรอกครับคุณลูน่า" เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาฉายความมั่นใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางสบายๆ "มันใช้หลักการ 'สังเวยความเสถียร' เพื่อแลกกับพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้น แต่ปัญหาของดาบเล่มนี้คือ ช่างตีบวกคนก่อนหน้าคุณเขาใส่ 'ผงแร่หินอัคคีทมิฬ' มากเกินไป จนโครงสร้างธาตุไฟมันเกิดภาวะวิกฤตและกัดกินแกนกลางที่เป็นเหล็กกล้า... พูดง่ายๆ คือ ดาบมันธาตุไฟแตกดับตั้งแต่ยังไม่ทันตีบวกครั้งที่สามแล้วครับ ต่อให้คุณเติมเงินซื้อค้อนเทพเจ้ามาตี มันก็ระเบิดเป็นจุลอยู่ดี"
ลูน่าชะงักไป ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย "ทะ... ทางแก้ล่ะ? แกพูดเหมือนรู้ดีนักนี่"
"หึๆ ง่ายมากครับ" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "ในเมื่อซ่อมแซมให้มันกลับไปเป็นดาบเหล็กธรรมดาไม่ได้ เราก็ไม่ต้องซ่อมมันครับ... แต่เราจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็น 'อาวุธวิญญาณ' แทน"
"อาวุธวิญญาณ?" ลูน่าทวนคำ
"ถูกต้องครับ" เรย์สะบัดข้อมือเบาๆ แหวนเงินบนนิ้วมือพลันเปล่งแสงสีม่วงจางๆ ออกมา "ในเมื่อชิ้นส่วนพวกนี้มันมีความแค้น ความเสียดาย และพลังงานความร้อนหลงเหลืออยู่ ทำไมเราไม่ใช้มันเป็นสื่อกลางในการอัญเชิญจิตวิญญาณของอสูรไฟที่ตายไปแล้วสิงสถิตลงไปล่ะครับ? รับรองว่าพลังโจมตีจะไม่ได้มาจากคมดาบกายภาพอีกต่อไป แต่จะเป็นการฟันด้วยเปลวเพลิงแห่งความตายที่แม้แต่เกราะเหล็กก็ละลายได้ในดาบเดียว"
คำพูดของเรย์ทำให้เจ้าของร้านตีบวกที่แอบฟังอยู่มุมห้องถึงกับอ้าปากค้าง ขณะที่ลูน่าจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความหงุดหงิดหัวร้อน กลายเป็นความทึ่งในตรรกะที่บ้าบิ่นและแปลกประหลาด
"แก... เป็นเนโครแมนเซอร์ไม่ใช่เหรอวะ ทำไมถึงมาใช้เวทมนตร์ธาตุไฟกับวิญญาณผสมกันได้มั่วซั่วแบบนี้?" ลูน่าเอ่ยถามเสียงเบาลง ความระแวงถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เนโครแมนเซอร์ที่ดี ก็ต้องรู้จักรีไซเคิลของเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิครับ" เรย์ยักไหล่ "ว่าไงล่ะคุณโปรเพลเยอร์ สนใจจะให้ผมลองวิชาหน่อยไหม? ถ้าสำเร็จ คุณจะได้ดาบที่โกงกว่าเดิมสองเท่า แต่ถ้าพัง... อย่างน้อยเราก็แค่เสียเศษขยะชิ้นนั้นไปแค่นั้นเอง"
ลูน่ายืนกัดริมฝีปากตัวเองชั่วครู่ ดวงตากลมโตมองเศษซากดาบในมือของเรย์สลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเด็กหนุ่ม ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วยอมจำนน
"เออ! เอาวะ! ไหนๆ มันก็พังคามือฉันจนไม่รู้จะพังยังไงแล้ว อยากทำอะไรก็เชิญตามสบายเลยไอ้หนู!"
เรย์ยิ้มกว้าง เขาเดินไปที่กลางลานพิธีของร้านตีบวก วางเศษซากดาบลงบนแท่นหิน นำผงกระดูกและศิลาวิญญาณระดับต่ำที่สะสมไว้ในกระเป๋ามาโรยล้อมรอบเป็นวงกลม บรรยากาศภายในร้านเริ่มลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว ไอเย็นยะเยือกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ผสมผสานกับไอความร้อนสีแดงฉานจากเศษดาบ เกิดเป็นปฏิกิริยามานาที่ปั่นป่วนและงملดงามในคราวเดียวกัน
"เตรียมตัวรับแรงกระแทกนะครับคุณลูน่า..." เรย์พึมพำเบาๆ มือขวายกขึ้นชี้ไปยังกองซากเหล็ก พร้อมกับท่องคาถาอัญเชิญบทสั้นที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ
แววตาสีดำสนิทสะท้อนประกายแสงสีม่วงเข้ม ทว่า ในวินาทีที่มานาสายแรกพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดาน เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เรย์ไม่คาดคิดก็ดังขึ้นในหัว พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่สะเทือนเลื่อนลั่นมาจากใต้พื้นใต้ถุนร้านราวกับแผ่นดินไหว
[ติ๊ง! ตรวจพบการใช้สกิลผสานธาตุในพื้นที่ต้องห้าม...]
[คำเตือน: ไอเทมเป้าหมายตอบสนองต่อ 'คลื่นความถี่วิญญาณ' ที่แปลกปลอม]
[ระบบกำลังเชื่อมต่อพิกัด... ตรวจพบ 'สิ่งแปลกปลอมระดับ SSS' ที่ถูกปลุกขึ้นมาจากใต้ดินกำลังพุ่งตรงมายังจุดที่คุณยืนอยู่!]
เรย์ชะงักกึก รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่แข็งค้างอยู่บนใบหน้า เมื่อพื้นไม้เบื้องล่างระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างเงาสีดำทมิฬขนาดมหึมาที่พุ่งทะยานขึ้นมากลางร้านตีบวก พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่ทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียดเป็นผุยผง และร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมโบราณที่ก้าวออกมาจากกลุ่มควัน...
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมผจญภัยไปกับความปั่นป่วนนี้นะครับ
สกิลปลุกศพของผมดันเทพเกินกว่าจะเป็นเนจำแลง•ตอนที่ 3
การพบกันที่ร้านตีบวกริมทาง
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกิลปลุกศพของผมดันเทพเกินกว่าจะเป็นเนจำแลง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
