เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 15

เปิดร้านค้าลับในตัวอำเภอ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
ก้อนสบู่สมุนไพรสีชาเข้มห่อด้วยกระดาษไขสีน้ำตาลเรียบง่าย วางเรียงรายอยู่บนแผ่นไม้กระดานเก่าๆ ที่ขัดจนเนียนมือ กลิ่นหอมเย็นสดชื่นของสะระแหน่ผสมน้ำมันสนป่าโชยแตะจมูกจางๆ ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของตรอกแคบหลังสถานีรถไฟประจำอำเภอ "สบู่ก้อนนี้... เจ้าบอกว่าขายแปดเหมาจริงหรือสหายเฉิน?" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีหม้อฮ่อมเก่าๆ ดังขึ้น ดวงตาเรียวเล็กจดจ้องมองก้อนสบู่ในมือสลับกับใบหน้าของเฉินเว่ยด้วยความเคลือบแคลง ในยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารยังต้องใช้คูปองปันส่วน การนำสินค้าฟุ่มเฟือยเช่นนี้ออกมาวางขาย แม้จะเป็นมุมอับลับสายตาผู้คน แต่ก็ยังถือว่าท้าทายสายตาของเจ้าหน้าที่รัฐไม่น้อย เฉินเว่ยแย้มยิ้มบางเบา นัยน์ตาคมกริบดั่งกระบี่ที่ซ่อนฝักกวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวัง เขายืนพิงผนังอิฐสีเทาเก่าคร่ำคร่า มือสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวโคร่ง ท่าทีเยือกเย็นราวกับไม่ได้กำลังทำผิดกฎหมายควบคุมราคาของรัฐ "แปดเหมาสำหรับสบู่ทั่วไปอาจจะแพงเกินไปครับพี่หลิว..." เฉินเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ก้าวเข้าไปใกล้ชายวัยกลางคนครึ่งก้าว "แต่สบู่ก้อนนี้ของผม ผสมสมุนไพรป่าที่ช่วยรักษาอาการผื่นคันจากเหงื่อไคล และทำให้ผิวหนังเกลี้ยงเกลาไร้กลิ่นอับ ลองคิดดูสิครับว่า คนงานเหมืองอย่างพวกท่านที่ต้องทำงานหนักใต้ดิน กลับขึ้นมาเนื้อตัวมอมแมม หากได้อาบน้ำชำระล้างด้วยสบู่ก้อนนี้เพียงครั้งเดียว ร่างกายจะเบาสบายสักแค่ไหน" หลิวต้าเฉียง กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เขาเป็นหัวหน้าคนงานขนถ่ายสินค้าประจำสถานีรถไฟ ย่อมรู้ซึ้งถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิตของเหล่าแรงงานดี ผิวหนังที่อักเสบและมีกลิ่นตัวสะสมคือเรื่องปกติของคนใช้แรงงาน หากมีสิ่งนี้มาช่วยบรรเทาได้จริง แปดเหมานับว่าคุ้มค่ายิ่งกว่ายาหมอโบราณเสียอีก "แล้วถ้าเจ้าหน้าที่สหกรณ์ผ่านมาเห็น..." หลิวต้าเฉียงยังคงกังวล สายตากวาดมองไปที่ปากตรอก "เราไม่ได้ตั้งแผงเร่ขายกลางถนนครับพี่หลิว..." เฉินเว่ยหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมปลาบมองลึกลงไปในดวงตาอีกฝ่าย "นี่คือการแลกเปลี่ยนแบ่งปันสิ่งของระหว่างสหาย... สินค้าชิ้นนี้หลุดมาจากคลังสำรองของโรงงานใหญ่ทางเหนือ ไม่ได้ผ่านระบบจัดสรรของรัฐโดยตรง แต่มันสะอาดบริสุทธิ์และใช้งานได้จริง หากท่านไม่มั่นใจ ผมให้ท่านลองนำไปใช้ดูก่อนหนึ่งก้อน หากติดใจ พรุ่งนี้เวลานี้ เจอกันที่จุดเดิม" หลิวต้าเฉียงชะงัก ชายหนุ่มตรงหน้ามีท่าทีสุขุมเกินกว่าวัย ดวงคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความมั่นใจที่แผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพลังไร้รูป "ตกลง! ข้าเอาสองก้อนนี้!" หลิวต้าเฉียงตัดสินใจเด็ดขาด ควักธนบัตรยับยู่ยี่ออกมาส่งให้เฉินเว่ยอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยัดสบู่ทั้งสองก้อนใส่กระเป๋าเสื้ออย่างมิดชิด ก่อนจะรีบเดินหายลับไปกับฝูงชนที่หน้าสถานี เฉินเว่ยรับธนบัตรมาพิจารณาชั่วครู่ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย เงินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับค่าแป้งและน้ำมันพืชที่หลี่มู่ฮุ่ยใช้ประทังชีวิตในอีกหลายวันข้างหน้า ตลอดหลายวันที่ผ่านมา การสร้างกิจการใต้ดินแบบถูกกฎหมายในมุมมองของยุคสมัยไม่ใช่เรื่องง่าย เขาต้องอาศัยช่องว่างทางกฎหมายของการ "แลกเปลี่ยนแรงงานและผลิตผลส่วนเกิน" มาประยุกต์ใช้ สินค้าทุกชิ้นที่นำมาขายไม่ว่าจะเป็นสบู่สมุนไพร แผ่นรองรองเท้าผ้าฝ้ายหนาพิเศษ หรือน้ำมันพริกสูตรลับ ล้วนผ่านการแปรรูปจากหยาดเหงื่อของภรรยาและฝีมือการคำนวณของเขาเอง หลี่มู่ฮุ่ยที่หลบรออยู่มุมเสาห่างออกไป เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย นางซ่อนมือที่กำแน่นไว้ในชายเสื้อ แววตากังวลฉายชัด "พี่เว่ย... เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้าหน้าที่เทศบาลเดินตรวจตราอยู่ฝั่งตรงข้าม ใจข้าแทบหยุดเต้น..." เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย แม้จะเชื่อมั่นในตัวสามี แต่ความหวาดกลัวต่ออำนาจรัฐในยุคนี้ยังคงฝังรากลึกในใจผู้คน เฉินเว่ยเอื้อมมือไปตบไหล่บางเบาอย่างปลอบโยน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้าเก่าๆ ไปสู่ตัวนาง ทำให้หัวใจที่สั่นไหวของหญิงสาวสงบลงอย่างประหลาด "มู่ฮุ่ย... มองตาผมสิครับ" เฉินเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าเชื่อถือ "กฎหมายมีไว้ควบคุมคนโง่ แต่ปัญญาชนใช้ช่องว่างเพื่อความอยู่รอด เราไม่ได้ปล้นชิง เราไม่ได้โกงกิน เราใช้แรงงานและสมองแลกมาซึ่งข้าวปลาอาหาร เจ้าหน้าที่พวกนั้นมองไม่เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เงาหรอก หากเราไม่ประมาท" หลี่มู่ฮุ่ยเงยหน้าขึ้นสบตาคมคายคู่นั้น ความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของสามีทำให้ความหวาดกลัวของนางมลายหายไปสิ้น นางพยักหน้ารับช้าๆ "ข้าเชื่อท่าน..." ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเก็บแผงไม้กระดานเพื่อเดินทางกลับหมู่บ้าน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นสะท้อนก้องมาจากปากตรอก *ปัง! ปัง! ปัง!* เงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตรวจการตลาด เดินเข้ามาปิดกั้นทางออกของตรอกเอาไว้ทั้งหมด สีหน้าของพวกเขาทลายความเงียบสงบลงในพริบตา ผู้นำกลุ่มเป็นชายหนุ่มร่างหนาไว้หนวดเคราครึ้ม ดวงตากวาดมองสำรวจรอบตัวก่อนจะมาหยุดอยู่ที่แผ่นไม้กระดานเปล่าในมือของเฉินเว่ย "พวกแกสองคน... ทำลับๆ ล่อๆ อะไรกันตรงนี้! ส่งกระเป๋าใบนั้นมาตรวจเดี๋ยวนี้!" หลี่มู่ฮุ่ยสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปชนผนังอิฐโดยไม่รู้ตัว ทว่าเฉินเว่ยกลับก้าวขึ้นมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง สีหน้ายังคงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ราวกับคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว เขายกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะประสานมือคารวะตามธรรมเนียมโบราณอย่างสุภาพ "เรียนท่านหัวหน้า... พวกเราเป็นเพียงชาวบ้านยากจน นำเศษผ้าและสมุนไพรเหลือใช้มาแลกเปลี่ยนเศษสตางค์ประทังชีวิต ไม่ทราบว่าพวกเราทำผิดกฎข้อไหนหรือครับ?" หัวหน้าเจ้าหน้าที่แค่นเสียงหึในลำคอ ก้าวเข้าไปใกล้เฉินเว่ยจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว "กฎข้อไหนงั้นรึ? ข้อหาค้าขายเก็งกำไรนอกระบบสหกรณ์ยังไงล่ะ! จับตัวมันไปสอบสวนที่ทำการ!" เฉินเว่ยไม่ได้ขัดขืน เขากลับยื่นมือทั้งสองข้างออกไปข้างหน้าอย่างว่าง่าย แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น สายตาคมปlaบดั่งเหยี่ยวของอดีตเจ้าสำนักก็กวาดมองไปเห็นตราสัญลักษณ์บนกระเป๋าเอกสารของหัวหน้าเจ้าหน้าที่เข้าอย่างจัง... ตราสัญลักษณ์ที่ควรจะอยู่ในมือของหน่วยงานระดับสูงในตัวเมือง ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระดับล่างเช่นนี้! ความลับบางอย่างกำลังถูกเปิดเผย และชะตากรรมของพวกเขากำลังจะพลิกผันไปสู่อีกจุดเปลี่ยนหนึ่งที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%