เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 16

การมาถึงของคู่แข่งทางธุรกิจ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงเคาะโต๊ะไม้ดัง "ก๊อก... ก๊อก..." สามครั้งติดต่อกัน เป็นจังหวะที่จงใจเว้นระยะเพื่อกดดันคู่สนทนา หลี่มู่ฮุ่ย วางสมุดบัญชีเล่มเก่าลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวล แต่แววตาของนางกลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้เป็นสามีที่กำลังนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่บนเตียง "เฉินเว่ย... ท่านยังจะนั่งทำสมาธิได้ลงคออีกหรือ? คนของหอการค้าเขตเหนือเริ่มเคลื่อนไหวแล้วนะ" เสียงของหลี่มู่ฮุ่ยกระซิบเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความกังวล นางเดินไปปิดประตูไม้หน้าบ้านให้สนิท ก่อนจะหันกลับมามองกองสินค้า "สบู่สมุนไพรสูตรลับ" และ "แป้งสาลีเนื้อละเอียด" ที่ผลิตขึ้นมาล็อตใหม่ ซึ่งวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบในห้องโถงเล็กๆ แห่งนี้ สินค้าเหล่านี้ไม่ใช่แค่สินค้าธรรมดา... แต่มันคือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสั่นคลอนรากเหรียญการค้าผูกขาดในอำเภอหลงเหมิน ยุค 70 ที่ทุกอย่างถูกควบคุมโดยสหกรณ์รัฐและกลุ่มพ่อค้าท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพล การที่ชาวบ้านเริ่มหันมาซื้อของจากสองสามีภรรยาตระกูลเฉิน ย่อมหมายถึงการ "ตัดช่องทางทำมาหากิน" ของคนตัวใหญ่เข้าอย่างจัง เฉินเว่ยลืมตาขึ้น ช้าๆ นัยน์ตาของอดีตเจ้าสำนักคู่นั้นไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันลึกซึ้งราวกับบ่อน้ำโบราณที่สะท้อนภาพความจริงทั้งหมดของโลกใบนี้ "ปล่อยให้พวกมันเคลื่อนไหวไปเถอะฮุ่ยเอ๋อร์..." เฉินเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มั่นคงจนน่าประหลาด เขาค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่กางเกงผ้าฝ้ายสีเข้มออกเบาๆ "ไม้ใหญ่ย่อมมีลมแรงเป็นธรรมดา สินค้าของเราขายดีจนเป็นที่สะดุดตา เป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว หากพวกมันนิ่งเฉยสซิแปลก" "แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการส่งคนมาสอดแนมเมื่อวานนี้?" หลี่มู่ฮุ่ยขยับเข้ามาใกล้ มือเรียวบางกำชายเสื้อของตัวเองแน่น "ข้าจำหน้าชายแปลกหน้าที่ทำทีมาถามซื้อแป้งสาลีแต่กลับคอยชะเง้อมองเตาหลอมด้านหลังได้ เขาคือ 'อิวเฉิง' ลูกน้องคนสนิทของเฒ่าจาง เจ้าพ่อตลาดมืดและผู้มีอิทธิพลตัวจริงของอำเภอ" เฒ่าจาง... ชื่อนี้กระชับความตึงเครียดในห้องให้พุ่งสูงขึ้นทันที ในยุคเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ กฎหมายยังตามไปไม่ทั่วถึงทุกซอกมุม อำนาจที่แท้จริงคือเงินตราและกำลังคน เฒ่าจางผูกขาดการค้าขายแป้งและเครื่องใช้ในครัวเรือนมานานนับทศวรรษ ใครก็ตามที่กล้าชิมลางแย่งส่วนแบ่งตลาด ย่อมไม่แคล้วจบลงด้วยการถูกกลืนกินหรือไม่ก็ถูกกำจัดให้หายไปจากสารบบ เฉินเว่ยยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่เหนือกว่า "เฒ่าจาง... สุนัขแก่ที่หวงกระดูกชิ้นใหญ่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามองการณ์ไกลพอสมควร ถึงได้ส่งคนมาดูลาดเลาเพื่อประเมินว่าเราใช้ 'สูตร' อะไรในการผลิต" "แล้วเราควรทำอย่างไรดี? จะให้ข้าซ่อนวัตถุดิบหลักไว้ที่อื่นก่อนไหม?" หลี่มู่ฮุ่ยเสนอด้วยความรอบคอบ "ไม่ต้องซ่อนอะไรทั้งสิ้น" เฉินเว่ยโบกมือปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แววตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้อง "ยิ่งเราซ่อน พวกมันยิ่งสงสัย ยิ่งเราทำตัวลับๆ ล่อๆ พวกมันยิ่งคิดว่าเรามีจุดอ่อน... ในทางกลับกัน จงปล่อยให้มันเห็น จงปล่อยให้มันสอดแนมให้เต็มที่" หลี่มู่ฮุ่ยขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจความคิดของสามี "ท่านหมายความว่าอย่างไร? เปิดทางให้ศัตรูเข้ามาดูไพ่ในมือเราเนี่ยนะ?" "ไพ่ในมือของข้า... ต่อให้พวกมันเห็นทั้งหมด ก็ไม่มีทางลอกเลียนแบบได้" เฉินเว่ยเดินเข้าไปใกล้ภรรยา เอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของนางไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่าย ทอดความมั่นใจมาสู่จิตใจที่หวาดหวั่นของหญิงสาว "วิชาปรุงยาและกระบวนการสกัดสารสมุนไพรของสำนักเมฆาอัคคี อาศัยพลังปราณและการควบคุมอุณหภูมิที่ละเอียดอ่อนระดับมิลลิเมตร ต่อให้เฒ่าจางจะเอาช่างฝีมือเก่งที่สุดในอำเภอมานั่งดูสิบคน พวกมันก็ทำได้แค่ 'หน้าตาคล้าย' แต่ไม่มีทางได้ 'คุณภาพ' เช่นเดียวกัน" เฉินเว่ยหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหน้าต่างไม้ที่ปิดสนิท ภายนอกมีเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชัดเจนว่าสายสอดแนมของเฒ่าจางยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆ บ้านหลังนี้ "อีกอย่าง..." เฉินเว่ยโน้มตัวลงกระซิบข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทรงพลัง "การที่เฒ่าจางส่งคนมาสอดแนม แปลว่าเขา 'กลัว' และ 'ลังเล' เขายังไม่กล้าใช้กำลังเข้าปล้นทันที เพราะกลัวว่าเราจะมีแบ็คอัพจากทางการหรือคนในคอมมูน... สุนัขที่ยังไม่กล้ากัด มักจะเห่าเพื่อลองเชิงก่อนเสมอ" หลี่มู่ฮุ่ยผ่อนลมหายใจยาวออกมา ความตึงเครียดในอกคลายลงบ้าง แต่นางก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ "แล้วถ้ามันลองเชิงจนพอใจ แล้วตัดสินใจลงมือจริงๆ ล่ะคะ? อำนาจของเฒ่าจางในตลาดมืดนั้นน่ากลัวมาก พวกเราเป็นแค่คนธรรมดาที่เพิ่งย้ายมา..." "คนธรรมดาหรือ?" เฉินเว่ยหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาฉายประกายอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง จนหลี่มู่ฮุ่ยถึงกับผงะ "ฮุ่ยเอ๋อร์... จำคำของข้าไว้ ในยุทธภพไม่ว่ายุคสมัยไหน ผู้ที่กุมความรู้และสติปัญญาคือผู้ที่กุมชะตากรรม เฒ่าจางคิดว่าตัวเองเป็นเสือคาบเหยื่อ แต่เขาไม่รู้เลยว่า เขากำลังเดินเข้าไปในเขตอาคมของพยัคฆ์หลับที่เพิ่งตื่นต่างหาก" ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงเคาะเบาๆ แบบลองเชิง แต่มันเป็นการทุบประตูด้วยความรุนแรงและไร้มารยาท จนบานประตูไม้เก่าๆ สั่นสะเทือนฝุ่นร่วงกราว ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปทันที หลี่มู่ฮุ่ยหันไปมองหน้าสามีด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เฉินเว่ยไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นห้ามภรรยาไม่ให้ขยับ ก่อนจะเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบไปที่ประตู แอด... เสียงบานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์สองคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำแบบยุค 80 ทรงผมรองทรงหวีเรียบ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและรอยยิ้มเยาะหยัน หนึ่งในนั้นคือนายหน้าชื่ออิวเฉิงที่หลี่มู่ฮุ่ยจำได้ไม่ผิดเพี้ยน "อ้าว... เจ้าของบ้านหน้าใหม่ เปิดช้าเสียจริงนะ" อิวเฉิงส่งยิ้มหยัน กวาดสายตามองเข้าไปในบ้านผ่านไหล่ของเฉินเว่ย ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มขู่ "พอดีลูกพี่ 'จาง' ของเราสนใจสินค้าแป้งและสบู่ของพวกแกมาก อยากจะขอ 'ซื้อสิทธิ์' การผลิตทั้งหมดไปดูแลต่อ... ว่าไงล่ะ สนใจจะรับเงินก้อนโตแล้วเลิกกิจการไปซะดีๆ ไหม?" หลี่มู่ฮุ่ยกำหมัดแน่นในความมืด เตรียมจะก้าวออกไปต่อปากต่อคำ แต่วินาทีนั้นเอง เฉินเว่ยกลับยกมือขึ้นขวางไว้ เฉินเว่ยแย้มยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่สุภาพจนน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นจ้องมองอิวเฉิงราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังไต่ขึ้นมาบนรองเท้าของเขา "ซื้อสิทธิ์งั้นหรือ?" เฉินเว่ยทวนคำ เสียงทุ้มนุ่มกังวานชัดเจน "เกรงว่า... สินค้าของตระกูลเฉินมีค่าเกินกว่าที่ 'สุนัขรับใช้' อย่างพวกแกจะเอ่ยปากตีราคาเสียอีก" สีหน้าของอิวเฉิงเปลี่ยนจากเยาะหยันเป็นบึ้งตึงทันที รอยยิ้มหายวับไปจากใบหน้า ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหยามหน้าต่อหน้าลูกน้อง "แก... ว่าไงนะไอ้หนุ่มปากดี! แกรู้อยู่คุยกับใครวะ!" อิวเฉิงเงื้อมือขึ้นทำท่าจะกระชากคอเสื้อของเฉินเว่ย ทว่า... ก่อนที่มือหยาบกร้านนั้นจะสัมผัสโดนเสื้อผ้า เฉินเว่ยก็ขยับตัวเพียงเล็กน้อยด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ มือเรียวยาวคว้าข้อมือของอิวเฉิงไว้ราวกับคีมเหล็กที่หลอมจากเตาอัคคี! กรอบแกรบ...! เสียงกระดูกข้อมือลั่นเบาๆ พร้อมกับใบหน้าของอิวเฉิงที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดสุดขีดจนร้องไม่ออก "กลับไปบอกเฒ่าจางของพวกแก..." เฉินเว่ยโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูอิวเฉิงด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก แววตาคมกริบทอดมองทะลุผ่านร่างอีกฝ่ายไปไกล "ถ้าอยากได้สูตรสินค้าของข้า... ให้เฒ่าจางคลานมาคุกเข่าขอร้องด้วยตัวเองที่หน้าบ้านข้า... ภายในสามวัน มิฉะนั้น... ตลาดมืดทั้งหมดในอำเภอหลงเหมิน อาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้ให้พวกแกได้ทำมาหากินอีกต่อไป!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%