แฟ้มเอกสารปกกระดาษสีน้ำตาลปึกนั้นถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักเก่าจนเกิดเสียงดังทึบ ทว่า เฉินเว่ยกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา ชายหนุ่มเพียงแค่ยกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องเคลือบสีหม่นขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นอายของชาสมุนไพรราคาถูกลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องสอบสวนของสำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์อำเภอ
"คุณเฉินเว่ย... คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นกับไฟอะไรอยู่?"
น้ำเสียงของสหายผู้ตรวจการ "จาง" แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความระแวง ดวงตาของอีกฝ่ายจ้องมองชายหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ รอบตัวพวกเขามีเจ้าหน้าที่รัฐในชุดเครื่องแบบสีกากีอีกสามคนยืนล้อมกรอบ บรรยากาศกดดันจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังแทบจะไม่ได้ยิน
เฉินเว่ยค่อยๆ วางถ้วยแช่ลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"ไฟหรือครับ? สำหรับบางคนมันคือเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาทำลายบ้านเรือน แต่สำหรับผม... มันคือพลังงานที่ขับเคลื่อนเตาหลอมให้เหล็กกล้ากลายเป็นเครื่องมือทำมาหากินต่างหากล่ะครับ ผู้ตรวจการจาง"
คำตอบที่ไร้ความเกรงกลัวทำให้จางซูซานถึงกับชะงัก เขาคาดหวังจะได้เห็นอาการลนลาน เหงื่อตก หรือคำแก้ตัวฟังไม่ขึ้นเหมือนพ่อค้าเถื่อนรายอื่นๆ ที่เคยสอบสวนมา แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นความนิ่งสงบราวกับภูเขาไท่ซานที่ตั้งตระหง่านท้าทายพายุ
จางซูซานแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ พลิกเปิดแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือด้วยความหงุดหงิด "ปากแข็งนักนะ! หลักฐานในมือผมระบุชัดเจนว่า สหกรณ์หมู่บ้านภายใต้การดูแลของคุณ มีการลักลอบผลิตสินค้าแปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังมีการกระจายสินค้าข้ามเขตอำเภอโดยใช้ช่องทางจำหน่ายที่อยู่นอกเหนือระบบควบคุมของรัฐ นี่มันความผิดฐาน 'บ่อนทำลายเศรษฐกิจส่วนรวม' โทษถึงขั้นยึดทรัพย์และจำคุกนะ!"
สิ้นเสียงคำขู่ เจ้าหน้าที่ด้านหลังคนหนึ่งก็ขยับตัวทำท่าจะเข้ามาล็อกตัวเฉินเว่ยทันที
ทว่า เฉินเว่ยเพียงแค่ยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีสุขุม นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาที่เพิ่งหามาสวมเพื่อเสริมภาพลักษณ์ เปล่งรัศมีอำนาจกดดันที่แม้แต่ข้าราชการระดับสูงยังต้องผะผะ
"บ่อนทำลายเศรษฐกิจส่วนรวมอย่างนั้นหรือครับ?" เฉินเว่ยทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ผู้ตรวจการจางลองพลิกไปดูหน้าสี่ของเอกสารชุดนั้นดูสิครับ หน้าที่ท่านเพิ่งกระแทกลงมาเมื่อครู่"
จางซูซานขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้ตรวจการ เขาจึงก้มลงเปิดหน้ากระดาษตามที่ถูกทักท้วง ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองตัวอักษรจีนตัวบรรจงที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท
นั่นคือ "ร่างข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก" ที่เฉินเว่ยร่างขึ้นเองโดยอาศัยช่องว่างจากนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจระยะเปลี่ยนผ่านที่เพิ่งประกาศมาจากส่วนกลางเมื่อเดือนก่อน
"นี่มัน..." จางซูซานชะงัก ตัวอักษรแต่ละบรรทัด อัตราส่วนการแบ่งกำไรให้แก่รัฐ และแผนการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน ถูกแจกแจงไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ รัดกุมเสียยิ่งกว่าโครงการนำร่องของอำเภอเสียอีก
"ผมไม่ได้ลักลอบผลิตครับ ผู้ตรวจการจาง" เฉินเว่ยโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง "สิ่งที่สหกรณ์หมู่บ้านของเรากำลังทำอยู่ คือการ 'ทดลองกลไกตลาดเสรีภายใต้การกำกับดูแลของท้องถิ่น' เพื่อลดภาระงบประมาณในการแจกจ่ายเสบียงของรัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคให้ถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด"
"แต่... แต่คุณไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการประเภทนี้!" จางซูซานพยายามหาช่องโหว่มาแย้ง แม้ว่าน้ำเสียงจะเริ่มสั่นพร่าด้วยความประหลาดใจ
"นั่นเป็นเพราะกฎหมายเก่าตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างหากล่ะครับ" เฉินเว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ท่านผู้ตรวจการเป็นคนฉลาด ย่อมมองออกว่าในอีกสามปีข้างหน้า นโยบายจากปักกิ่งจะมุ่งไปในทิศทางใด หากท่านเลือกที่จะจับกุมพ่อค้าตัวเล็กๆ ที่กำลังพยายามดิ้นรนสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ท่านคิดว่า... นายอำเภอหรือแม้แต่ท่านเลขาธิการพรรคประจำจังหวัด จะมองเห็นวิสัยทัศน์ของท่านในแง่บวก หรือจะมองว่าท่านคือคนที่ขัดขวางความเจริญกันแน่ครับ?"
คำพูดประโยคสุดท้ายราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องสอบสวน
จางซูซานนิ่งค้างไปสนิท มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผม เขาเป็นข้าราชการที่ไต่เต้ามาจากล่าง ย่อมรู้ดีว่าลมหายใจทางการเมืองในยุคเปลี่ยนผ่านนี้พัดไปทางไหน การจับกุมชาวบ้านที่ทำมาหากินอาจสร้างผลงานชิ้นเล็กๆ ได้ แต่ถ้าหากไปขัดขวาง "นโยบายทดลองเศรษฐกิจ" ที่พวกเบื้องบนกำลังแอบจับตาดูอยู่... อนาคตการทำงานของเขาก็จบสิ้นลงแค่นั้น
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กๆ เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต่างพากันมองหน้ากันเลิกลั่ก ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแทรกสักคน
เนิ่นนาน... จนกระทั่งจางซูซานถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ความดุดันบนใบหน้ามลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งแก Jแกมยอมรับ
"คุณเฉิน..." ผู้ตรวจการหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "คุณเป็นใครกันแน่? คนบ้านนอกธรรมดาไม่มีทางมองการณ์ไกลถึงขั้นมองทะลุยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติได้หรอก"
"ผมก็เป็นแค่สามีของภรรยาคนหนึ่ง และเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องการให้คนรอบตัวมีข้าวกินอิ่มท้องในยุคสมัยที่ยากลำบากนี้ก็เท่านั้นเองครับ" เฉินเว่ยตอบด้วยรอยยิ้มสุภาพ พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสง่างาม "หวังว่าเอกสารฉบับนี้ จะเพียงพอที่จะทำให้ท่านผู้ตรวจการเข้าใจเจตนาอันบริสุทธิ์ของเรานะครับ"
จางซูซานมองหน้าเฉินเว่ยอยู่อีกครู่ใหญ่ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างจนปัญญา เขาสบัดมือปิดแฟ้มเอกสารกระดาษสีน้ำตาลนั้นลงเสียงดังปัง
"เอาล่ะ! ในเมื่อเอกสารหลักฐานระบุชัดเจนว่านี่คือ 'โครงการทดลองความร่วมมือ' และยังไม่มีข้อบังคับส่วนกลางห้ามไว้อย่างเด็ดขาด... ทางสำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์ จึงขอสรุปผลการตรวจสอบว่า สหกรณ์หมู่บ้านของท่าน 'มีความบริสุทธิ์ และไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น!'"
เสียงประกาศิตนั้นทำเอาเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ถึงกับอ้าปากค้าง แต่ไม่มีใครกล้าคัดค้าน
เฉินเว่ยโค้งศีรษะลงเล็กน้อยด้วยมารยาทอันงดงาม "ขอบพระคุณท่านผู้ตรวจการที่ให้ความเป็นธรรม และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลยิ่งนักครับ"
เมื่อก้าวพ้นจากประตูสำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของเฉินเว่ย รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ภารกิจแรกผ่านพ้นไปได้อย่างงดงาม รากฐานของอาณาจักรธุรกิจยุค 70 ถูกปักหมุดลงอย่างมั่นคงแล้ว
ทว่า... ในจังหวะที่เฉินเว่ยกำลังจะเดินไปขึ้นรถจักรยานเพื่อกลับไปหาหลี่มู่ฮุ่ยที่บ้านพัก เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงหอบหายใจของเด็กส่งจดหมายประจำหมู่บ้านก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"พี่เฉิน!แย่แล้วครับ! ที่บ้าน... ที่บ้านเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เฉินเว่ยชะงักฝีเท้า รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที เมื่อเด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาใกล้และกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"มีคนกลุ่มหนึ่ง... อ้างตัวว่าเป็น 'ญาติผู้ใหญ่ฝั่งภรรยา' บุกเข้ามาที่บ้าน พร้อมกับพากลุ่มชายฉกรรจ์มาพังข้าวของและลากตัวพี่สะใภ้หลี่ไปแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
- เฉินเว่ยสายลุย
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 14
รอดพ้นข้อกล่าวหาอย่างงดงาม
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!