"พวกเจ้ากล้าตรวจค้นโกดังสินค้าของรัฐโดยไม่มีหมายค้นทางการเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างนั้นหรือ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นผ่าความเงียบของโกดังสินค้าหมายเลขสี่ กลิ่นอับชื้นของกระสอบปูนและเศษไม้ผสมผสานกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศ เจ้าหน้าที่รัฐในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มสามนายชะงักฝีมือลงทันที มือที่กำลังจะเอื้อมไปกระชากผ้าใบคลุมสินค้าชะงักค้างกลางอากาศ
เฉินเวคโนโลกายยืนกอดอกพิงเสาเหล็กเนื้อหนา ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสามคนด้วยแววตาเยือกเย็น รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม ทำให้เจ้าหน้าที่ยศสูงที่สุดที่มีนามว่า 'จ้าวเต๋อ' ซึ่งแอบรับผลประโยชน์มาจากตระกูลหวังถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เฉินเว่ย! อย่ามาเล่นลิ้นกับกฎหมายนะ" จ้าวเต๋อพยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นเกรงในใจ "เราได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า โกดังแห่งนี้ซุกซ่อนสินค้าเถื่อนจากตลาดมืด และมีการกักตุนเก็งกำไรในยามที่บ้านเมืองกำลังก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน นี่คือความผิดอาญาแผ่นดิน โทษถึงขั้นใช้แรงงานหนักสิบปี!"
ภายในโกดัง หลี่มู่ฮุ่ยที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากสามี ขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย ใบหน้างามนิ่งสงบแต่มือเรียวบางที่กำชายเสื้อแน่นบ่งบอกถึงความกังวล นางรู้ดีว่าตระกูลหวังไม่มีทางรามือเรื่องเส้นทางการค้าในอำเภอหนานเฉิง แต่นางไม่คาดคิดว่าพวกมันจะเล่นสกปรกถึงขั้นใช้เจ้าหน้าที่รัฐมาปิดเกมในคราวเดียว
เฉินเว่ยยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"พลเมืองดีงั้นหรือ..." เฉินเว่ยทวนคำ ชายหนุ่มเดินช้าๆ เข้าหาจ้าวเต๋อ ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงราวกับเสียงกลองศึกที่สะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคน "หัวหน้าจ้าว ท่านบอกว่านี่คือสินค้าเถื่อน แต่ท่านยังไม่ได้เปิดผ้าใบดูด้วยซ้ำ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้างใต้คืออะไร? หรือว่า... ท่านรู้ดีอยู่แล้ว เพราะพวกมันเป็นคนบอกรายละเอียดให้ท่านฟังก่อนที่ท่านจะก้าวเท้าเข้ามาเหยียบที่นี่เสียอีก?"
สีหน้าของจ้าวเต๋อเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่สั่นกระตุก "เหลวไหล! ข้าทำตามหน้าที่ ได้รับแจ้งมาอย่างไรก็ต้องตรวจสอบตามนั้น เปิดผ้าใบออกเดี๋ยวนี้!"
จ้าวเต๋อส่งสัญญาณให้ลูกน้องพุ่งเข้าไปกระชากผ้าใบสีดำสนิทออกทันที ฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นลังไม้เรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อยนับร้อยลัง
ทว่า... สิ่งที่อยู่ข้างในกลับไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคหนีภาษีอย่างที่ตระกูลหวังวาดฝันไว้
ดวงตาของจ้าวเต๋อเบิกกว้าง ค้างเติ่งด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ภายในลังไม้เหล่านั้นไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย แต่มันคือ "เครื่องจักรกลเกษตรขนาดเล็ก" และ "คู่มือการใช้งานเครื่องจักรพลังงานแสงอาทิตย์ต้นแบบ" ซึ่งมีตราประทับรับรองอย่างถูกต้องจากสำนักงานอุตสาหกรรมมณฑล
"นี่... นี่มันอะไรกัน?" จ้าวเต๋อเสียงสั่นเทา หันขวับมามองหน้าเฉินเว่ย "ไม่ใช่สินค้าเถื่อน... แต่เป็น... โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน?"
เฉินเว่ยยื่นมือไปหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากอกเสื้อ ส่งให้จ้าวเต๋อด้วยท่าทีสุขุม "ถูกต้องครับหัวหน้าจ้าว สินค้าเหล่านี้คือทรัพย์สินของบริษัทร่วมทุนระหว่างสหกรณ์การเกษตรอำเภอหนานเฉิงกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เอกสารสิทธิ์การครอบครองและการขนส่งถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ท่านสามารถตรวจสอบหมายเลขซีเรียลลอตนี้กับส่วนกลางได้ทันที"
จ้าวเต๋อกระดาษในมือสั่นเทาลนลาน เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้า เขารู้ตัวแล้วว่าตกหลุมพรางชิ้นใหญ่เข้าให้ การมาร้องเรียนแจ้งความเท็จเพื่อปิดปากคู่แข่งทางธุรกิจในครั้งนี้ กลายเป็นการกระโดดลงหลุมฝังศพที่เฉินเว่ยขุดรอไว้โดยสมบูรณ์
"ส่วนเรื่องที่ท่านรับแจ้งความเท็จ..." เฉินเว่ยโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้าง เยียบเย็นจนจ้าวเต๋อรู้สึกราวกับถูกแช่แข็งในฤดูหนาว "ผมได้บันทึกภาพและเสียงการปฏิบัติหน้าที่ของพวกท่านตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในพื้นที่ไว้หมดแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งประชาชน มีโทษสถานหนักในกฎหมายอาญามาตราใหม่ ท่านคิดว่า... ตำรวจสอบสวนกลางจะสนใจฟังคำแก้ตัวของท่านไหมครับ?"
"ท่าน... ท่านเฉิน ได้โปรดระงับโทสะ..." จ้าวเต๋อเปลี่ยนท่าทีทันควัน ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความหวาดกลัวต่ออนาคตราชการที่กำลังจะพังทลาย "เรื่องนี้... น่าจะเป็นความเข้าใจผิด..."
"ความเข้าใจผิดหรือครับ?" เฉินเว่ยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความปรานี "ไว้ไปอธิบายความเข้าใจผิดนี้กับคณะกรรมการตรวจสอบวินัยข้าราชการเถอะครับ"
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ หลี่มู่ฮุ่ยที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความทึ่ง ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ นางมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส เฉินเว่ยไม่ได้เป็นเพียงแค่ชายหนุ่มที่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมคน แต่เขามีวิสัยทัศน์ที่มองทะลุอนาคตและวางหมากตลบหลังศัตรูได้อย่างไร้รอยต่อ
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและชัยชนะตกเป็นของฝ่ายเฉินเว่ยอย่างเด็ดขาด เสียงปรบมือเบาๆ จากมุมมืดด้านหลังโกดังก็ดังแทรกขึ้นมา
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสไตล์ตะวันตกก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอันตราย ดวงตาเรียวรีคมกริบราวกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์
"สมคำร่ำลือจริงๆ นายน้อยเฉิน..." เสียงแหบต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ลูกน้องนับสิบชีวิตเดินล้อมกรอบทางออกทั้งหมดไว้ในพริบตา "จัดการหมากตัวกระจ่อยร่อยอย่างหัวหน้าจ้าวได้ง่ายดายเหลือเกิน แต่... ท่านคิดจริงๆ หรือว่า... เกมนี้มีแค่ตระกูลหวังที่เล่นอยู่เบื้องหลัง?"
เฉินเว่ยหรี่ตามองผู้มาใหม่ทันที สัญชาตญาณเซียนยุทธภพเตือนภัยลึกในอก ชายคนนี้ไม่ใช่คนในอำเภอหนานเฉิง รัศมีและพลังกดดันที่แผ่ออกมาเหนือกว่าตระกูลหวังหลายเท่าตัวนัก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 13
ข่าวลือเรื่องสินค้าเถื่อน
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!