"คุณสารวัตรหวัง... การที่คุณพาสุนัขรับใช้มาเดินเล่นในเขตการค้าของผมแบบนี้ เกรงว่าจะเสียเวลาทำมาหากินของชาวบ้านเปล่าๆ นะครับ"
เฉินเว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนสารวัตรหวังที่กำลังจะเปิดปากพูดถึงกับชะงัก สายตาคมกริบของเฉินเว่ยไม่ได้จ้องไปที่ชายในเครื่องแบบตรงหน้า แต่ทอดผ่านไหล่ไปจับจ้องยัง 'หลินโม่' อดีตศิษย์ทรยศที่เขานึกไม่ถึงว่าจะตามกลิ่นเขามาถึงมณฑลทุรกันดารแห่งนี้
หลินโม่ในชุดสูทตะวันตกดูผิดที่ผิดทางท่ามกลางฝุ่นควันและกลิ่นดินของยุค 70 เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ พลางขยับแว่นสายตา "เฉินเว่ย... ไม่คิดเลยว่าศิษย์พี่ผู้สูงส่ง จะยอมลดตัวลงมาเล่นขายของกับพวกกุลีในที่แบบนี้ กลิ่นน้ำมันหมูและปลาร้ามันติดตัวคุณจนจำแทบไม่ได้เลยนะ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากแถวผู้คนที่ยืนรอซื้อสินค้าแปรรูปของเฉินเว่ย แต่ไม่มีใครกล้าขยับ เพราะรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของร้านนั้นกดทับจนอากาศรอบตัวหนักอึ้ง
เฉินเว่ยไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เขาเพียงแค่ยกยิ้มเย็นเยือก "ธุรกิจคือลมหายใจของยุคสมัย ส่วนความแค้นคือขยะที่คนฉลาดเขาไม่หยิบมาวางไว้บนโต๊ะอาหารหรอกครับหลินโม่... วันนี้ผมมีงานสำคัญกว่าการมานั่งรำลึกความหลังกับคนตาย"
เขาหันไปพยักหน้าให้ 'หลี่มู่' ที่ยืนรออยู่หลังเคาน์เตอร์ เธอเข้าใจจังหวะนี้ดีที่สุด หลี่มู่เปิดผ้าคลุมถังเหล็กบรรจุสินค้าแปรรูปสูตรลับทันที กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้ออบเครื่องเทศสมุนไพรจีนโชยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีร้อยเมตร จนคนที่กำลังต่อคิวอยู่ต่างส่งเสียงฮือฮาและเบียดเสียดกันเข้ามา
"เหลืออีกสองร้อยห่อสุดท้ายครับ! ใครช้าถือว่าพลาดโอกาสทองที่จะได้ลิ้มรสอาหารระดับภัตตาคารในราคาชาวบ้าน!" เฉินเว่ยตะโกนก้อง เสียงของเขาไม่ได้แหบพร่าแต่กังวานลึกไปถึงโสตประสาทของผู้คน
ฝูงชนเหมือนถูกกระตุ้นด้วยเวทมนตร์ เงินหยวนนับร้อยถูกยื่นผ่านมือหลี่มู่ไม่ขาดสาย สินค้าที่พวกเขาใช้เวลาเตรียมการตลอดทั้งคืนถูกกวาดเรียบภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง กำไรมหาศาลที่เฉินเว่ยคำนวณไว้ในหัวพุ่งทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงสามเท่าตัว
สารวัตรหวังหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธที่ถูกเมินเฉย เขาพยายามจะแทรกเข้ามาเพื่อขัดขวาง แต่ถูกบรรดาชาวบ้านที่กลัวจะพลาดของอร่อยดันตัวออกไปอย่างไม่ตั้งใจ
"ดูสิครับหลินโม่... พลังของเงินและปากท้อง มันน่าเกรงขามกว่าตราประทับของเจ้าหน้าที่บางคนเสียอีก" เฉินเว่ยเดินเข้าไปใกล้หลินโม่จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ตัดกับกลิ่นเหงื่อไคลของชาวบ้านอย่างสิ้นเชิง เขาหยิบถุงเงินปึกใหญ่ที่หลี่มู่ส่งให้ วางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ดัง 'ปึก'
"นี่คือกำไรของวันนี้... แค่จุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งในยุคที่คนมองไม่เห็นโอกาส" เขากระซิบข้างหูหลินโม่ "ส่วนคุณ... ถ้ายังไม่อยากให้ชีวิตในยุคนี้จบลงเร็วกว่าที่คิด ก็จงกลับไปบอกนายท่านของคุณ ว่าเฉินเว่ยคนนี้ไม่ใช่อดีตที่เขาจะมาขยี้เล่นได้ตามใจชอบ"
หลินโม่หน้าซีดเผือด เขาพบว่าตัวเองขยับร่างกายไม่ได้ราวกับถูกวิชาสกัดจุดของยอดฝีมือที่เฉินเว่ยเคยใช้ในชาติก่อน ทั้งที่นี่คือยุคสมัยที่ไร้วรยุทธ์ แต่เฉินเว่ยกลับยังคงไว้ซึ่งอำนาจแห่งการควบคุมสถานการณ์อย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า ในขณะที่เฉินเว่ยกำลังจะหันหลังกลับไปจัดการบัญชีกับหลี่มู่ จู่ๆ เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกคันใหญ่ก็แผดดังสนั่นมาจากท้ายตลาด รถคันนั้นพุ่งตรงเข้ามาหยุดลงที่หน้าร้านของเขาก่อนจะเปิดประตูลงมาพร้อมกับชายในเครื่องแบบระดับสูงที่สวมหมวกปิดบังใบหน้า และคนข้างหลังที่เดินตามลงมาทำให้เฉินเว่ยถึงกับชะงักงัน
ชายคนนั้นคือคนที่เฉินเว่ยพยายามตามหามาตลอดตั้งแต่ทะลุมิติมา... พ่อของเขาที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของตระกูลเฉิน!
"พ่อ..." เฉินเว่ยพึมพำขณะที่สายตาของชายวัยกลางคนคนนั้นจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและร่องรอยของการสั่งลา
"เก็บร้านให้เรียบร้อยเฉินเว่ย... เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว และครั้งนี้... มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือเรื่องความเป็นความตายของตระกูลเรา"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางของผมนะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ!
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 27
ความสำเร็จสะเทือนมณฑล
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!