“กระเป๋าใบนั้น... อย่าลืมหยิบสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลไปด้วย มู่ฮุ่ย มันคืออาวุธชิ้นเดียวที่เรามีหากสถานการณ์ในเมืองหลวงพลิกผันเกินควบคุม”
ผมวางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบกันของกระเบื้องดังแว่วท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วบ้าน ผมหันไปมองมู่ฮุ่ยที่กำลังจัดเตรียมสัมภาระ สายตาของเธอไม่ได้มีความหวาดหวั่น แต่มันกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับก้อนหินที่ถูกหล่อหลอมด้วยเปลวเพลิง ประโยคที่ทิ้งท้ายไว้เมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในหู มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่มันคือการเดิมพันด้วยเลือดและสายเลือดของตระกูลเฉิน
“ฉันไม่ได้ลืมหรอกค่ะ... เอ้อ ผมหมายถึง ฉันเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว” มู่ฮุ่ยแก้ไขคำพูดทันควัน เธอรู้ดีว่าผมไม่ชอบความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความกดดันกำลังบีบคั้นจากทุกทิศทาง
เราก้าวออกมาจากบ้านไม้หลังเก่า ความมืดของยามใกล้รุ่งยังปกคลุมอยู่ ทว่าทิศทางที่เรามุ่งไปคือเมืองหลวง... หัวใจหลักของอำนาจที่เต็มไปด้วยงูพิษและเสือร้าย ผมสูดหายใจเข้าลึก รับเอาไอเย็นที่เจือกลิ่นดินชื้นๆ เข้าสู่ปอด ฐานะอดีตเจ้าสำนักในโลกก่อนสอนให้ผมรู้ว่า ในยามที่ต้องก้าวเข้าสู่ถิ่นศัตรู การสวมหน้ากากที่เรียบเฉยนั้นสำคัญยิ่งกว่าดาบในมือ
รถไฟสายมุ่งสู่ปักกิ่งส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกจองจำในคุกเหล็ก ผู้คนเบียดเสียดแย่งชิงที่นั่ง ผมกุมมือมู่ฮุ่ยไว้แน่น สายตาของผมสอดส่ายไปทั่วขบวนรถ มันไม่ใช่การมองหาที่นั่ง แต่เป็นการประเมิน "ผู้คน" ชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีมอซอแต่มีรอยกดทับที่ไหล่จากสายสะพายปืน หรือหญิงสาวที่แกล้งหลับแต่สายตาเหลือบมองกระเป๋าของผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา... ทุกอย่างดูชัดเจนเกินไปสำหรับคนที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน
“คนพวกนี้ไม่ได้มาเพื่อค้าขายเพียงอย่างเดียว” ผมกระซิบข้างหูเธอ เสียงที่เบาหวิวแต่หนักแน่น
มู่ฮุ่ยพยักหน้าเล็กน้อย “สายตาของพวกเขา... เหมือนกำลังรอสัญญาณอะไรบางอย่าง”
“ถูกแล้ว สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลง” ผมตอบพลางหยิบหนังสือพิมพ์เก่าๆ ขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้ ผมไม่ได้อ่านข่าวสารในนั้น แต่กำลังจับจังหวะการหายใจของคนรอบข้าง เมื่อใดที่เป้าหมายขยับ เมื่อนั้นเราจะขยับ
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเดินทางผ่านระยะทางทางภูมิศาสตร์ แต่มันคือการเดินทางเข้าสู่ใจกลางของความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน ผมต้องใช้ความรู้เชิงธุรกิจที่ผมมีในฐานะเซียนผู้หยั่งรู้ เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มองเห็นโอกาสในยุคสมัยใหม่ หากผมล้มเหลว ตระกูลเฉินที่กำลังก่อร่างสร้างตัวจะกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นในกระดานหมากของพวกผู้มีอิทธิพล
สามชั่วโมงผ่านไป รถไฟชะลอความเร็วลงเมื่อเข้าใกล้เขตสถานีใหญ่ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป ผู้คนต่างแต่งกายดูภูมิฐานขึ้น ทว่าสายตาที่จ้องมองมานั้นกลับมีความระแวงซ่อนอยู่ ผมลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ความสง่างามที่ติดตัวมาจากวิญญาณเดิมช่วยเสริมบุคลิกให้ดูน่าเกรงขามโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
เมื่อก้าวลงจากสถานี ลมหนาวที่พัดผ่านตึกสูงระฟ้าชั่วคราวช่างแตกต่างจากชนบทที่จากมาอย่างสิ้นเชิง ป้ายโฆษณาที่เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ายุคสมัยแห่งความมืดมิดกำลังจะถูกแทนที่ด้วยยุคแห่งการค้าเสรี
“เฉินเว่ย... ดูนั่น” มู่ฮุ่ยชี้ไปที่รถสีดำคันหรูที่จอดอยู่ห่างออกไป
คนขับรถสวมชุดสีเทาทะมัดทะแมง ยืนพิงตัวถังรถราวกับรอคอยใครบางคน เมื่อเขาสบตากับผม เขาก็ขยับแว่นตากันแดดแล้วเดินตรงเข้ามาท่ามกลางผู้คนมหาศาล เขาไม่ได้ดูเหมือนนักธุรกิจทั่วไป แต่ท่าเดินที่มั่นคงและส้นเท้าที่กระแทกพื้นอย่างเป็นจังหวะ บอกผมได้ทันทีว่าคนผู้นี้มาจากหน่วยงานที่ ‘พิเศษ’ กว่าใคร
“คุณเฉินใช่ไหมครับ?” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงแรงกดดัน
“ผมเฉินเว่ย” ผมตอบกลับสั้นๆ สายตาจับจ้องไปที่มือขวาของเขาที่วางอยู่ใกล้กับเอว
เขายิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก “นายท่านรอคุณอยู่ที่โรงแรมลึกสุดของย่านการค้า... และขอเตือนไว้ก่อนนะว่า สิ่งที่คุณถือมาในกระเป๋าใบนั้น... มันอาจจะเปลี่ยนแผนที่ของประเทศนี้ได้เลยทีเดียว”
ผมหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความกลัว “ความรู้คืออำนาจ แต่มันก็เป็นดาบสองคมเสมอ ท่านว่าจริงไหม?”
ในจังหวะที่ผมก้าวขึ้นรถ ประตูฝั่งตรงข้ามที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ผมจำได้แม่นยำว่าเป็นคนของตระกูลอริที่เคยบีบคั้นเราจนเกือบสิ้นเนื้อประดาตัวก้าวออกมาจากมุมมืด พร้อมกับปืนพกที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของมู่ฮุ่ยโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“นายท่านบอกว่าให้เชิญคุณไป... แต่ถ้าคุณดื้อดึง ศพของคุณกับเมียจะเป็นตั๋วเข้าเมืองของผมแทน!”
ผมชะงัก สายตาเย็นชาของผมจับจ้องไปที่ปากกระบอกปืนนั่น ก่อนจะหันมามองมู่ฮุ่ยที่ยังคงนิ่งสงบผิดมนุษย์ เธอไม่ได้กรีดร้อง แต่มือของเธอในกระเป๋าเสื้อ... เริ่มขยับเข้าหาบางอย่างที่ผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางที่แสนระทึกของเฉินเว่ยนะครับ!
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 28
การเดินทางเข้าเมืองหลวงครั้งแรก
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!