เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 43

การพิสูจน์ความจริงออกสื่อ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"หากคุณกล้าพอที่จะก้าวเข้ามาในโรงงานของผม ก็จงเตรียมใจรับความจริงที่อาจจะทำลายชื่อเสียงจอมปลอมที่พวกคุณสร้างขึ้นมาเสียให้ดี" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่หนักแน่นดั่งขุนเขาที่ไม่มีวันสั่นคลอน สายตาของผมจ้องมองไปยังชายร่างท้วมสวมแว่นตาหนาเตอะในชุดสูทเชยๆ ที่พยายามหลบสายตาผมอยู่ใต้เงาของกล้องถ่ายภาพข่าวโรงงานที่กำลังรอสัญญาณเปิดฉาก ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่หน้าทางเข้าโรงงานผลิตเครื่องจักรกลเกษตรของผม เสียงฝีเท้าของนักข่าวสำนักดังหลายแห่งที่แห่กันมาตามคำเชิญของผม ดังสนั่นก้องไปทั่วลานปูน ฮุ่ยยืนอยู่ข้างผม เธอสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่ผมพยายามกดทับเอาไว้ มือเล็กของเธอเอื้อมมาจับมือผมแน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือเธอคือเครื่องเตือนใจว่า ผมไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเผชิญหน้ากับพายุนี้ "เฉินเว่ย... มั่นใจนะ?" เธอถามเสียงแผ่ว ผมไม่ได้หันไปตอบ แต่บีบมือเธอตอบกลับเบาๆ ก่อนจะหันไปหาพวกนักข่าว "เชิญครับ พวกคุณอยากเห็นอะไร อยากตรวจสอบจุดไหนในสายการผลิต เชิญได้เต็มที่ วันนี้ผมเปิดประตูต้อนรับทุกความสงสัย แต่จำไว้อย่างหนึ่ง... เมื่อเห็นความจริงแล้ว อย่าได้หาทางบิดเบือนมัน เพราะการโกหกในยุคสมัยที่ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงเกินกว่าที่ใครจะรับไหว" ผมสะบัดชายเสื้อแล้วเดินนำเข้าไปในอาคารโรงงาน กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นเหล็กกล้าที่ผ่านการตีขึ้นรูปฟุ้งกระจาย นี่ไม่ใช่โรงงานที่จัดฉาก ทุกกระบวนการคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและความเป็นธรรม ท่ามกลางแสงไฟที่สว่างจ้าจากแฟลชกล้อง ผมเดินผ่านสายพานการผลิต หยุดตรงจุดที่เครื่องจักรถูกประกอบขึ้นทีละชิ้น นักข่าวคนหนึ่งพยายามซักไซ้เรื่องการจัดซื้อวัตถุดิบที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นการใช้วัสดุเกรดต่ำ ผมหยิบสมุดบัญชีแยกประเภทที่โปร่งใสที่สุดออกมาวางไว้ตรงหน้าเขา พร้อมกับเรียกหัวหน้าช่างผู้ซื่อสัตย์มาอธิบายขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ "ดูนี่นะครับ" ผมชี้นิ้วไปยังรอยเชื่อมเหล็กที่ประณีต "คุณภาพไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันคือมาตรฐานที่เรายึดถือ หากใครพบจุดบกพร่องแม้แต่นิดเดียว ผมยินดีปิดโรงงานนี้ทิ้งทันที" ท่าทีที่เด็ดขาดและแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวทำให้บรรดานักข่าวเริ่มเปลี่ยนท่าที จากที่ตั้งใจมาขุดคุ้ยหาเรื่องอื้อฉาว กลับกลายเป็นความตื่นตะลึงในระเบียบวินัยและการจัดการที่ล้ำหน้ากว่าโรงงานรัฐวิสาหกิจหลายแห่งในยุคนี้ ทว่า ในขณะที่ผมกำลังอธิบายเรื่องนวัตกรรมเครื่องจักรให้พวกเขาทึ่งอยู่นั้น สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นเงาดำของใครบางคนที่ยืนอยู่มุมมืดของประตูทางออกฉุกเฉิน ชายคนนั้นสวมหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้า แต่ลักษณะท่าทางการยืนที่สงบนิ่งและกลิ่นอายที่แผ่ออกมา มันทำให้เลือดในกายผมเย็นวาบ นั่นไม่ใช่คนของสำนักข่าว และไม่ใช่พนักงานของผม ผมขอตัวกับนักข่าวด้วยรอยยิ้มที่ฝืนทำ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาผ่านทางเดินแคบๆ ไปยังด้านหลังอาคาร หัวใจของผมเต้นระรัวเหมือนจังหวะกลองศึก คำพูดของคนผู้นั้นในบทก่อนหน้ายังคงก้องอยู่ในหัว... *เรื่องของความแค้นที่ฝังรากลึกข้ามภพข้ามชาติ* ผมสาวเท้าเร็วขึ้นจนมาถึงมุมมืดนั้น แต่ทว่า... ตรงนั้นกลับว่างเปล่า มีเพียงซองจดหมายสีน้ำตาลใบหนึ่งวางอยู่บนถังน้ำมันเก่าๆ ผมหยิบมันขึ้นมาเปิดออก ภายในมีภาพถ่ายใบหนึ่ง ภาพของป้ายหลุมศพในสุสานโบราณที่ผมคุ้นเคยดี มันคือสุสานของตระกูลเฉินในภพภูมิเดิม มือของผมสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความแค้นที่สะสมมานานนับร้อยปีเริ่มปะทุขึ้น "คุณคิดว่าจะซ่อนตัวอยู่ได้นานแค่ไหนกัน?" ผมพึมพำกับความว่างเปล่า ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหาผมจากด้านหลัง "เฉินเว่ย... อย่าหันกลับมาถ้าไม่อยากเห็นสิ่งที่อาจทำให้คุณล้มเลิกธุรกิจนี้เสียตั้งแต่วันนี้" เสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นชิดใบหูผมพร้อมกับปลายเหล็กแหลมที่จี้เข้าที่แผ่นหลังอย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่นด้วยแรงอาฆาต "เพราะสิ่งที่เจ้าตามหา ไม่ใช่เงินทอง... แต่คือลมหายใจสุดท้ายของเจ้าเอง" ผมหยุดนิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงโกลาหลของนักข่าวที่กำลังชื่นชมความสำเร็จของโรงงานอยู่ห่างออกไปเพียงกำแพงกั้น ผมค่อยๆ ผ่อนลมหายใจอย่างใจเย็น เพราะผมรู้ดีว่าเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับการเปิดโปงความจริงและปมปริศนาที่กำลังจะระเบิดขึ้นในบทถัดไปนะครับครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%