“ถ้าเจ้าคิดว่าการส่งคนมาป่วนโรงงานของข้าในคืนที่ข้าไม่อยู่ จะทำให้ข้าต้องก้มหัวให้พวกเจ้าได้... เจ้าก็คงมองข้าผิดไปถนัดตาเลยนะ หลี่ตง”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องอยู่ในห้องโถงไม้เก่าๆ ของสำนักงานชั่วคราว อุณหภูมิในห้องดูจะลดต่ำลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เฉินเว่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าที่เขาสั่งปรับปรุงใหม่ แววตาของเขาดุดันดั่งเหยี่ยวที่จ้องมองเหยื่อโดยไม่กะพริบ เขาไม่ได้ขยับตัว แต่กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมานั้นทำเอาคนตรงหน้าถึงกับตัวสั่นเทา
หลี่ตง ชายร่างท้วมที่เป็นหัวหน้ากลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นในหมู่บ้านนี้ พยายามฝืนยิ้มที่บิดเบี้ยว “เฉินเว่ย... เจ้าเพิ่งกลับมาจากการค้าในเมือง อย่าเพิ่งทำเป็นใจร้อนไปเลย ที่ข้าทำไปก็เพราะความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของคนในหมู่บ้านเท่านั้น”
เฉินเว่ยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน เขาค่อยๆ วางกระเป๋าหนังใบหนักลงบนโต๊ะ เสียง ‘ตึง’ นั้นหนักแน่นและกังวานประหนึ่งเสียงระฆังแห่งความตาย เงินปึกหนาถูกโยนออกมาต่อหน้าหลี่ตง มันคือเงินที่เขาได้มาจากการวางแผนขยายธุรกิจที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัยไปหลายปี
“ความห่วงใย? หรือว่าส่วนแบ่งกำไรที่เจ้าหมายตาเอาไว้กันแน่?” เฉินเว่ยเอนหลังพิงเก้าอี้ ประสานมือวางบนตัก “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วนะว่าในโลกของข้า... สุนัขที่ชอบเห่าพร่ำเพรื่อมักจะมีจุดจบอย่างไร”
หลี่มู่ฮุ่ยที่ยืนเคียงข้างสามีมาโดยตลอด เธอไม่พูดแทรก แต่สายตาที่เธอมองไปยังศัตรูนั้นคมกริบพอที่จะเชือดเฉือนได้ เธอวางมือลงบนไหล่ของเฉินเว่ยเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้เขาระวังตัว เพราะเธอมองเห็นความผิดปกติในแววตาของหลี่ตง มันไม่ใช่ความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่มันมีความกระหายที่ซ่อนเร้นอยู่
“เจ้ามีเงิน... แต่เจ้าไม่มีอำนาจเหนือระเบียบของหมู่บ้านหรอกเฉินเว่ย” หลี่ตงข่มความกลัวแล้วพูดสวน “ชาวบ้านที่นี่เกลียดชังคนแปลกปลอมอย่างเจ้า ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะรีบเก็บข้าวของแล้วหนีกลับไปก่อนที่ทุกอย่างจะพังพินาศ”
เฉินเว่ยลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสูงใหญ่และเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก เขาเดินเข้าไปใกล้หลี่ตงจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว “ระเบียบ? เจ้าหมายถึงระเบียบที่เจ้าเขียนขึ้นเองเพื่อกดขี่คนอื่นงั้นหรือ? งั้นวันนี้ ข้าจะแสดงให้ดูว่า ‘ระเบียบใหม่’ ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร”
เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง ลมหายใจที่หนักหน่วงของลูกน้องหลี่ตงที่ยืนอยู่หน้าประตูเริ่มติดขัด เฉินเว่ยไม่ได้พกอาวุธ แต่รัศมีของเจ้าสำนักที่เขาสั่งสมมานับสิบปีนั้นเพียงพอที่จะทำให้คนขี้ขลาดต้องเข่าอ่อน
“หลี่มู่ฮุ่ย” เฉินเว่ยเรียกภรรยาโดยไม่หันไปมอง “เอาเอกสารสัญญาที่ดินที่ข้าให้เจ้าเก็บไว้มาให้พวกเขาดูหน่อยสิ เผื่อพวกเขาจะลืมไปว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของที่ดินผืนที่เขากำลังยืนเหยียบอยู่นี้”
หลี่มู่ฮุ่ยหยิบม้วนกระดาษเก่าๆ ออกมา เธอคลี่มันออกด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ “นี่คือโฉนดที่ดินที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานระดับมณฑล ไม่ใช่แค่ที่ตั้งโรงงาน แต่รวมถึงบ้านเรือนส่วนใหญ่ในเขตตะวันออกของหมู่บ้านนี้ด้วย”
ใบหน้าของหลี่ตงถอดสีจนซีดเผือด “เป็นไปไม่ได้... เจ้าไปเอาเงินมาจากไหนมากมายเพื่อซื้อที่ดินพวกนี้!”
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่สุนัขอย่างเจ้าต้องรู้” เฉินเว่ยกระชากคอเสื้อของหลี่ตงขึ้นมาเล็กน้อย “วันนี้ข้ากลับมาพร้อมกับมาตรการเด็ดขาด ใครที่คิดจะลอบกัดข้า หรือขัดขวางการค้าของข้า ข้าจะให้พวกเจ้าได้รู้ซึ้งว่าการถูกเนรเทศออกจากหมู่บ้านที่พวกเจ้าหวงแหนนั้น มันน่าอับอายเพียงใด”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดใจ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วดังขึ้นจากภายนอก เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความรีบร้อนและหวาดวิตกอย่างที่สุด ประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยชายหนุ่มร่างผอมเกร็งที่เป็นสายลับของเฉินเว่ย เขาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกมาให้
“คุณเฉินครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ... ทางการส่งคนมาตรวจสอบที่โกดังของเรา พวกเขาบอกว่าได้รับรายงานว่าเรากักตุนสินค้าผิดกฎหมายและอาจจะมีส่วนพัวพันกับกลุ่มอิทธิพลมืดที่ทางการกำลังกวาดล้างอยู่ครับ!”
เฉินเว่ยชะงัก สายตาเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าข่าวนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็น ‘กับดัก’ ที่ถูกขุดไว้รอเขาตั้งแต่วินาทีที่เขาก้าวเท้าเข้าหมู่บ้าน หลี่ตงที่ได้ยินดังนั้นถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ดูเหมือนว่าวันนี้ ‘เจ้าของที่ดิน’ จะกลายเป็นนักโทษไปเสียแล้วนะเฉินเว่ย!” หลี่ตงแสยะยิ้ม “เจ้าคิดจะเล่นเกมธุรกิจกับข้า แต่เจ้ากลับลืมดูไปว่า ในโลกนี้ยังมีคนที่มีอำนาจเหนือกว่าทั้งเจ้าและข้าที่เฝ้าดูอยู่”
เฉินเว่ยไม่ได้สะทกสะท้าน เขาส่งยิ้มเย็นเยียบตอบกลับไป “เหนือฟ้ายังมีฟ้าก็จริง... แต่เจ้าแน่ใจหรือว่า คนที่กำลังมาน่ะ... คือศัตรูของข้าจริงๆ?”
เขาสะบัดตัวหลี่ตงทิ้งแล้วเดินตรงไปที่หน้าต่าง มองเห็นรถบรรทุกทหารจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าโกดัง ท่ามกลางชาวบ้านที่มุงดูด้วยความหวาดกลัว เฉินเว่ยหยิบเหรียญตราประจำตัวบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือสิ่งที่จะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล
“เตรียมรับมือให้ดี เพราะคนที่กำลังพังประตูโกดังเข้ามาน่ะ... คือคนที่ข้าเป็นคนส่งจดหมายเชิญมาด้วยตัวเอง เพื่อตรวจสอบ ‘ความสะอาด’ ของหมู่บ้านนี้ให้ถึงรากถึงโคน!”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายของผมมาจนถึงตอนนี้ครับ เป็นกำลังใจให้ผมเฉินเว่ยสายลุยด้วยนะครับ
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 32
กลับสู่ชนบทด้วยมาตรการเด็ดขาด
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!