“วางกระดาษแผ่นนั้นลงเดี๋ยวนี้!” เสียงตะคอกของจางหย่งดังก้องไปทั่วโกดังเก็บสินค้า เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มด้วยความหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือดราวกับศพ
ผมขยับเนกไทให้เข้าที่อย่างใจเย็น สายตากวาดมองชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกสมเพชมากกว่าโกรธเคือง ผมไม่ได้ตอบโต้อะไร แค่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานตรวจสอบเขตที่ยืนอยู่ข้างหลังผมเดินผ่านหน้าไปราวกับอากาศธาตุ
“จดหมายเชิญที่คุณได้รับเมื่อวาน... ผมตั้งใจส่งให้ถึงมือด้วยตัวเองเลยนะ” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวกับค้อนทุบลงบนแผ่นเหล็ก “คุณน่าจะรู้ดีว่ากฎหมายในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องคนโกง แต่มีไว้เพื่อกวาดล้างขยะที่ขวางทางความเจริญ”
หลี่มู่เดินเข้ามาเงียบๆ เธอวางถ้วยน้ำชาร้อนๆ ลงบนลังไม้ที่ใกล้ที่สุด ดวงตาคมกริบของเธอเหลือบมองเอกสารในมือเจ้าหน้าที่ ก่อนจะหันไปยิ้มให้จางหย่ง ยิ้มที่ทำให้คนใจเด็ดเดี่ยวอย่างเขายังต้องถอยกรูดไปสามก้าว
“คุณจางคะ” หลี่มู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่บาดลึก “ที่นี่ไม่ใช่ยุคที่ใครมีอำนาจเถื่อนแล้วจะครองเมืองได้อีกต่อไป ภาษีที่ค้างจ่ายสามปี สินค้าหนีภาษีที่ซุกซ่อนอยู่ใต้กองเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด... คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าความลับพวกนี้จะรอดพ้นสายตาของ ‘คนส่งจดหมาย’ ที่คุณดูแคลนไปได้?”
ความเงียบเข้าปกคลุมโกดัง เสียงลมพัดผ่านช่องโหว่ของกำแพงดินดูเหมือนจะดังกว่าปกติ เจ้าหน้าที่หยิบสมุดบัญชีเล่มสีน้ำตาลออกมาจากซอกลับใต้พื้นไม้ เสียงเปิดหน้ากระดาษดังแกรกกรากนั้นเปรียบเสมือนเสียงนับถอยหลังของตระกูลจาง
ผมก้าวเข้าไปใกล้จางหย่งอีกก้าวหนึ่ง จนได้กลิ่นเหงื่อที่โชยออกมาจากความตื่นตระหนกของเขา “ตระกูลจางครองตลาดในหมู่บ้านนี้มาสิบปี ด้วยวิถีทางที่สกปรก ผมไม่เคยว่า เพราะในยุทธภพธุรกิจ ใครแข็งแกร่งคนนั้นย่อมเป็นฝ่ายชนะ แต่คุณพลาดตรงที่... คุณดันเข้ามาแตะต้องเส้นทางที่ผมวางไว้ เพื่อลูกหลานในหมู่บ้านนี้”
จางหย่งทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ดินในโกดังเปรอะเปื้อนกางเกงราคาแพงของเขา เขาเงยหน้ามองผม สายตาที่เคยเหยียดหยามบัดนี้เหลือเพียงความเวทนา “เฉินเว่ย... แกทำแบบนี้แกก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา หมู่บ้านจะพินาศไปพร้อมกับฉัน! คู่แข่งคนอื่นๆ จะไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
“คู่แข่งคนอื่นๆ ที่คุณว่า... หรือหมายถึงนายหน้าค้าที่ดินจากเมืองหลวงที่พยายามกดราคาชาวบ้านน่ะหรือ?” ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “พวกนั้นน่ะเหรอที่ผมกำลังจะจัดการหลังจากจบธุระกับคุณที่นี่”
ผมหันไปพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ “จัดการตามขั้นตอนครับ ผมไม่อยากเห็นการประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น ความถูกต้องต้องชัดเจน ถ้าเอกสารนี้ครบถ้วน ทรัพย์สินของตระกูลจางทั้งหมดต้องถูกอายัดเพื่อชดใช้ค่าเสียหายต่อชาวบ้าน”
เจ้าหน้าที่พยักหน้าอย่างเคร่งขรึมก่อนจะเริ่มอ่านหมายอายัด จางหย่งปิดตาแน่น ร่างกายสั่นเทาเหมือนใบไม้ถูกพายุพัดกระหน่ำ เกมธุรกิจที่เขาวางไว้เพื่อบีบคั้นผม กลายเป็นบ่วงบาศที่รัดคอตัวเองจนดับสิ้น
ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังถึงจุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังก้องมาจากด้านนอกโกดัง ไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่ แต่เป็นเสียงของรองเท้าหนังขัดมันที่ดูหรูหราเกินกว่าจะเป็นคนในหมู่บ้านนี้
ชายในชุดสูทสีเทาเข้มเดินนำหน้าเข้ามา เขาสวมแว่นตากันแดดสีดำสนิท แม้จะเป็นเวลาเย็นย่ำ แสงไฟจากหลอดไฟนีออนสลัวๆ สะท้อนที่ปลายรองเท้าของเขาอย่างชัดเจน เขาหยุดยืนอยู่หน้าจางหย่งที่คุกเข่าอยู่ ก่อนจะหันมามองผมผ่านเลนส์แว่นดำนั้น
“เฉินเว่ย... ฝีมือคุณไม่เลวนี่” ชายปริศนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือก “แต่คุณคงลืมไปว่าจางหย่งเป็นแค่ 'หมาก' ตัวแรก... และหมากตัวนี้ ยังเป็นหนี้ 'เจ้าของ' ตัวจริงอยู่มาก”
เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ผมหนึ่งซอง เมื่อผมเปิดดู... หัวใจของผมก็เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ภายในนั้นไม่ใช่เอกสารธุรกิจ แต่มันคือรูปถ่ายเก่าๆ ของหลี่มู่เมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับตราประทับของหน่วยงานลับที่ผมเคยคิดว่ามันสาบสูญไปพร้อมกับมิติที่ผมจากมาแล้ว
หลี่มู่หน้าซีดเผือด มือของเธอคว้าแขนเสื้อผมไว้แน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
“ดูเหมือนว่า ‘การล่มสลาย’ ครั้งนี้... จะไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจในยุค 70 แล้วล่ะนะ เฉินเว่ย” ชายคนนั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก “คุณอยากจะเล่นเกมนี้ต่อ หรือจะยอมแพ้ตั้งแต่วินาทีนี้ เพื่อรักษาชีวิตของคนข้างๆ คุณไว้?”
ผมกระชับมือที่กำซองเอกสารนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และนี่ไม่ใช่ธุรกิจธรรมดา แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้เพื่อรอให้ผมก้าวเข้ามาตั้งแต่วันแรกที่ผมเริ่มสร้างตัว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายธุรกิจที่ไม่อาจถอยหลังกลับได้นะครับ
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 33
การล่มสลายของตระกูลคู่แข่ง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!