เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 34

สร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
“เอกสารฉบับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อต้อนรับผมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ แต่มันคือตราประทับโทษประหารชีวิตหากผมก้าวพลาดเพียงครึ่งก้าว” ผมวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดัง ‘ปึก’ ฟังดูหนักแน่นและเย็นเยียบในห้องทำงานที่เงียบสงัด หลี่มู่ฮุ่ยไม่ตอบโต้ เธอเพียงแค่วางถ้วยน้ำชาลงข้างๆ แล้วเลื่อนสายตาไปที่ปึกเอกสารเหล่านั้น สองมือของเธอประสานกันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้จะไม่ออกเสียง แต่แววตาที่มองมาที่ผมมีความกังวลที่ซ่อนไม่อยู่ “เฉินเว่ย... คนพวกนั้นไม่ได้ต้องการแค่ส่วนแบ่งจากโรงงานแปรรูปอาหารของเรา” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน “พวกเขาต้องการกระดูกของหมู่บ้านนี้ เพื่อไปปูทางสู่ความสำเร็จในเมืองหลวง” ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก “รู้ครับ ผมถึงต้องรีบเปลี่ยนสถานะจาก 'เกษตรกรผู้โชคดี' ให้กลายเป็น 'เจ้าของโรงงาน' ที่รัฐบาลท้องถิ่นไม่อาจแตะต้องได้ง่ายๆ ก่อนที่มรสุมลูกนั้นจะมาถึง” ในโลกยุค 70 นี้ การจะเติบโตโดยไม่มีโล่กำบังคือการฆ่าตัวตาย ผมกางแผนผังที่วาดด้วยมือลงบนโต๊ะ นี่ไม่ใช่แค่โรงงาน แต่มันคือป้อมปราการ การที่ผมตัดสินใจรับคนในหมู่บ้านเข้าทำงานนับร้อยคน ไม่ใช่เพราะความเมตตาปรานีแบบนักบุญ แต่เพราะผมต้องการสร้าง 'ตาข่ายนิรภัย' ที่ทำจากชีวิตและอนาคตของคนทั้งหมู่บ้าน หากใครคิดจะทุบหม้อข้าวใบนี้ พวกเขาต้องผ่านด่านชาวบ้านที่ผมชุบเลี้ยงมากับมือเสียก่อน “วันนี้เราจะเริ่มติดตั้งเครื่องจักรชุดแรก” ผมประกาศพลางสวมเสื้อนอก “มู่ฮุ่ย เตรียมบันทึกรายชื่อคนงานทั้งหมด 120 คนที่ผ่านการคัดเลือก ใครที่มีประวัติขัดแย้งกับตระกูลอิทธิพลในเมืองให้แยกไว้ต่างหาก ผมต้องการรู้ว่าใครเป็นไส้ศึก” เมื่อก้าวออกมาจากบ้าน เสียงความวุ่นวายของอุตสาหกรรมขนาดย่อมที่กำลังก่อตัวดังขึ้นทันที กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นดินโคลนหลังฝนตกเป็นสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันย้อนกลับ ผมเดินตรวจตราตามโรงเรือนที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นสายการผลิต ชาวบ้านที่เคยจับจอบจับเสียม บัดนี้เริ่มเรียนรู้วิธีการคุมเครื่องจักรอย่างเก้ๆ กังๆ “ท่านเฉินครับ! เครื่องจักรตัวที่สามมีปัญหา!” เสียงตะโกนของหัวหน้าคนงานดังขึ้น ผมสาวเท้าเข้าไปใกล้ เห็นเฟืองตัวหนึ่งขัดตัวอยู่ ผมไม่ได้ตื่นตระหนก ผมหยิบประแจจากมือเขาแล้วบรรจงขันน็อตด้วยน้ำหนักมือที่แม่นยำ ทุกจังหวะของการทำงานคือการสาธิตให้คนเหล่านี้เห็นว่า 'อำนาจ' ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาเพราะโชคชะตา แต่เกิดจากการรู้จักกลไกของมันอย่างถ่องแท้ “จำไว้นะครับ” ผมพูดขณะที่เครื่องจักรเริ่มหมุนเดินหน้าอีกครั้ง เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวาน “งานของพวกคุณไม่ใช่แค่การผลิตสินค้า แต่คือการสร้างอำนาจต่อรอง ถ้าโรงงานนี้ล้ม ทุกคนจะกลับไปอดตาย แต่ถ้าเรายืนหยัดอยู่ได้ เราคือผู้คุมกฎในแถบนี้” ตลอดทั้งวัน ผมต้องรับมือกับทั้งปัญหาทางเทคนิคและแรงกดดันจากการเมืองท้องถิ่น มีคนจากตัวเมืองเข้ามาด้อมๆ มองๆ พร้อมใบอนุญาตที่ดูเหมือนจะถูกต้องแต่เต็มไปด้วยช่องโหว่ทางกฎหมาย ผมให้พวกเขารอนอกรั้ว ปล่อยให้ลมร้อนและแสงแดดแผดเผาอยู่นานนับชั่วโมง เพื่อยืนยันว่าที่นี่ใครคือเจ้าของพื้นที่ จนกระทั่งยามอาทิตย์อัสดง ลับขอบฟ้าไปทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มหม่น ผมเดินกลับเข้ามาในสำนักงานด้วยความเหนื่อยล้า หลี่มู่ฮุ่ยกำลังจุดตะเกียงน้ำมันอยู่เพียงลำพัง “มีจดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งมาใต้ประตูในขณะที่คุณออกไปตรวจโรงงานครับ” เธอกล่าวพร้อมยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีรอยยับย่นให้ผม ผมรับมาอ่าน หัวใจของผมกระตุกวูบ มันเป็นกระดาษที่มีเพียงอักษรไม่กี่ตัว แต่ลายมือนั้น... ผมจำได้แม่นยำว่าเป็นลายมือของใคร ลายมือของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ยุคที่ผมยังเป็นเจ้าสำนักในมิติโน้น 'ข้าเห็นธุรกิจที่เจ้าสร้างแล้ว เฉินเว่ย... แต่จงระวังให้ดี อดีตที่เจ้าหนีมา ไม่เคยปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระจริงๆ หรอก' เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูโรงงาน ไม่ใช่เสียงของชาวบ้าน แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทหนังที่มีราคาเกินกว่าคนในยุคนี้จะสวมใส่ได้ ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ โดยชายแปลกหน้าที่ผมไม่เคยเห็นหน้า แต่กลิ่นหอมของกำยานโบราณที่โชยมาเตะจมูก กลับทำให้ผมรู้ทันทีว่า... ความสงบสุขของโรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้ ได้จบสิ้นลงแล้วในวินาทีนี้เอง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมและร่วมลุ้นไปกับการพลิกชะตาครั้งสำคัญนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%