“กลิ่นกำยานจากวังหลวง... ในยุคที่ผู้คนยังอดอยาก ขาดแคลนแม้กระทั่งแป้งทำหมั่นโถว กลับมีคนยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อซื้อความหอมรัญจวนแบบนี้งั้นหรือ?”
ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากดดัน ประสานสายตากับชายแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามา มือขวาของผมซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงาน นิ้วมือกำรอบมีดสั้นที่พกติดตัวไว้แน่น แววตาของชายคนนั้นเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เขาสวมสูทตัดเย็บประณีตเกินกว่าจะเป็นคนท้องถิ่น ความกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาจนคนงานที่อยู่รอบนอกเริ่มขยับถอยหนี
“เฉินเว่ย... ชื่อนี้ข้าได้ยินมานาน” ชายคนนั้นกล่าวพลางกวาดสายตามองไปรอบโรงงานที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรที่ผมดัดแปลงขึ้น “ดูเหมือนข่าวลือเรื่อง ‘ปาฏิหาริย์แห่งอำเภอหยวน’ จะไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่ก็นะ... ของดีแบบนี้ ถ้าไม่ได้อยู่ในมือของคนที่คู่ควร มันก็เป็นเพียงขยะที่มีมูลค่าเท่านั้น”
ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของร่างใหม่ในยุค 70 นี้อาจจะเทียบไม่ได้กับวิทยายุทธ์ในร่างเดิม แต่จิตวิญญาณของเจ้าสำนักที่ผ่านความเป็นตายมานับครั้งไม่ถ้วนยังคงอยู่เต็มเปี่ยม
“แขกที่ไม่ได้รับเชิญ มักจะได้รับบริการที่ไม่เป็นมิตรกลับไปเสมอ” ผมก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “ถ้าคุณมีธุระจะคุยเรื่องธุรกิจ ก็นั่งลงแล้วพูดมา แต่ถ้าจะมาเพื่อท้าทายอำนาจข้าในถิ่นของข้า… ข้าแนะนำให้คุณหันหลังกลับไปซะ ก่อนที่รองเท้าบูทแพงๆ ของคุณจะเปื้อนเลือด”
ชายคนนั้นชะงัก สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มที่มุมปาก “ข้าชอบความใจถึงของเจ้า แต่วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อทำลายความสงบ... ข้าแค่มาดูว่า ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหลี่มู่ฮุ่ย มีน้ำยาพอที่จะปกป้องเธอได้จริงหรือไม่”
หัวใจผมกระตุกวูบ แต่นิ่งสงบไว้อย่างดีเยี่ยม มู่ฮุ่ย... การที่คนนอกรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
“บอกมาสิว่าเจ้าต้องการอะไร” ผมเปลี่ยนประเด็นทันที
“งานหมั้นหมายที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้” เขาวางการ์ดเชิญสีทองอร่ามลงบนโต๊ะ “มีคนอยากให้มันเป็นงานที่ ‘ลืมไม่ลง’ ข้าแค่มาส่งคำเตือนในฐานะคนกันเอง... ระวังตัวไว้ให้ดี เฉินเว่ย วงการนี้ไม่ได้มีแค่ธุรกิจ แต่มันมีเบื้องหลังที่แม้แต่เจ้าก็ยังมองไม่เห็น”
เขากลับออกไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานที่จางลงตามแรงลม ผมยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่หลี่มู่ฮุ่ยจะเดินเข้ามาจากมุมมืดของโรงงาน ใบหน้าของเธอเรียบเฉย แต่ในดวงตาซ่อนความกังวลไว้ลึกๆ
“เขาเป็นใครครับ?” มู่ฮุ่ยถาม เสียงของเธอแผ่วเบา
“ศัตรูที่มาในคราบมิตร หรืออาจจะเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง” ผมคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น “แต่ไม่ว่ามันจะเป็นใคร พรุ่งนี้งานหมั้นของเราต้องเกิดขึ้น และไม่มีใครหน้าไหนมาพรากคุณไปจากผมได้”
วันรุ่งขึ้น งานหมั้นหมายแห่งปีของอำเภอหยวนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายทว่าหรูหราเกินหน้าเกินตาชาวบ้านทั่วไป ผมสั่งให้คนจัดดอกไม้และอาหารชั้นเลิศ ลานกลางโรงงานที่เคยเป็นที่ทำงานถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่เฉลิมฉลอง ชาวบ้านต่างมารวมตัวกันด้วยความตื่นเต้น หลายคนมองมาที่เราด้วยสายตาอิจฉาปนชื่นชม
มู่ฮุ่ยในชุดเดรสสีครีมเรียบหรูที่ผมเป็นคนออกแบบเองดูงดงามราวกับนางฟ้าที่ลงมาจุติ เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่มีสติปัญญาที่ทันผมในทุกฝีก้าว
“ตื่นเต้นไหมครับ?” ผมกระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงดนตรีที่เริ่มบรรเลง
“ถ้าถามว่ากังวลไหม... ก็คงใช่ค่ะ” เธอยิ้มตอบ “แต่พอเห็นแววตาของคุณ ฉันก็รู้ว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี”
จังหวะนั้นเอง ฝูงชนเริ่มแตกฮือ เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อรถยนต์สีดำสนิทหลายคันขับเข้ามาจอดหน้าทางเข้าโรงงาน ชายในชุดสูทนับสิบก้าวลงจากรถพร้อมกับพวงหรีดสีแดงสดที่เป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความยินดีแบบโบราณที่หาดูได้ยาก
ชายที่มาหาผมเมื่อวานก้าวลงจากรถเป็นคนแรก เขาสวมหมวกปีกกว้าง เดินตรงมาที่เวทีที่ผมกับมู่ฮุ่ยยืนอยู่ สายตาของแขกเหรื่อทุกคนจับจ้องมาที่จุดเดียว
“เฉินเว่ย” เขาตะโกนเสียงดังพอให้คนทั้งงานได้ยิน “ข้ามาเพื่อแสดงความยินดีกับการหมั้นหมายที่อาจจะ... สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลหลี่”
ผมก้าวขึ้นไปยืนบังหน้ามู่ฮุ่ยไว้ รัศมีแห่งความดุดันแผ่ออกมาจากตัวผมจนบรรยากาศโดยรอบเย็นเยียบขึ้นทันตา ผมไม่ได้ตอบโต้อะไรเพียงแต่คว้ามือมู่ฮุ่ยขึ้นมาจูบเบาๆ ต่อหน้าทุกคน เป็นการยืนยันถึงความรักและความเป็นเจ้าของที่ไม่มีใครเปลี่ยนได้
“ขอบคุณสำหรับคำอวยพร” ผมเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง “แต่จำไว้นะครับ สิ่งเดียวที่สั้นในงานนี้ คือความอดทนของข้าที่มีต่อพวกคุณ”
ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย เสียงกรีดร้องจากท้ายแถวก็ดังขึ้น! ร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับคราบเลือดที่กระอักออกมา พลันสายตาของผมก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่คอเสื้อของมู่ฮุ่ย... มันเป็นตราสัญลักษณ์ประหลาดที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นเป็นรอยสีดำราวกับรอยสักต้องคำสาป!
เธอกุมลำคอตัวเองด้วยความเจ็บปวด ดวงตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับถูกครอบงำด้วยอำนาจมืดบางอย่างที่ผมเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อนในยุคนี้!
“เฉินเว่ย... วิ่ง... หนีไป!” มู่ฮุ่ยกัดฟันแน่น มือของเธอคว้าต้นแขนผมไว้จนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
ในวินาทีนั้นเอง ชายชุดสูทที่มาป่วนงานกลับคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกันทุกนาย ราวกับพวกเขากำลังรอคอยใครบางคน... หรือบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าจะก้าวเท้าเข้ามาในเขตอำเภอนี้ เพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของพวกเขา...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งพลังใจมาให้เฉินเว่ยเสมอนะครับ!
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 35
งานหมั้นหมายแห่งปี
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!