เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 39

การเมืองท้องถิ่นที่ร้อนระอุ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"คุณเฉิน ผมเชื่อว่าคุณฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า ลำพังเพียงแค่การขายสินค้าเกษตรแปรรูปในตลาดมืดนั้น มันเป็นเพียงการเดินบนเส้นด้ายที่รอวันขาด แต่งานในกรมปกครองส่วนท้องถิ่น... มันคือเกราะป้องกันที่ไม่มีวันพังทลาย" เสียงทุ้มต่ำของเลขาฯ ประจำอำเภอหยางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องรับรองของโรงน้ำชาลับตาคน ผมวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบก้องกังวานดุจเสียงสัญญาณเตือนภัย ผมเงยหน้าขึ้นสบตาชายวัยกลางคนตรงหน้า สายตาที่ผ่านการอ่านคนมานับพันจากยุทธภพเก่า ทำให้ผมมองทะลุไปถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมนั่น ผมยิ้มรับด้วยความสุภาพ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่น "ขอบพระคุณท่านเลขาฯ ที่เอ็นดูผมและครอบครัว แต่การทำธุรกิจของผมยึดถือความอิสระเป็นที่ตั้ง การเข้าสู่วงโคจรของอำนาจ... บางครั้งก็เหมือนการเลือกที่จะก้าวเท้าลงในหล่มโคลน แม้จะดูมั่นคง แต่มันก็ยากที่จะขยับกายอย่างใจหวังครับ" เลขาฯ หยางหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วชี้เคาะจังหวะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบแต่กดดัน "ความอิสระเหรอครับ? ในยุคสมัยที่ลมเปลี่ยนทิศเพียงชั่วข้ามคืน ความอิสระนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้คนตายเร็วที่สุด หากคุณยังดื้อรั้นที่จะยืนหยัดด้วยตัวเอง ผลกำไรที่คุณหามาได้ จะกลายเป็นสิ่งล่อตาล่อใจพวกหมาป่าในคราบผู้ตรวจการให้เข้ามารุมทึ้งในไม่ช้า" ผมไม่ได้โต้ตอบในทันที ผมหันไปมองผ่านหน้าต่างออกไปยังถนนเบื้องล่าง เห็นหลี่มู่ภรรยาของผมกำลังจัดการกับบัญชีรายรับรายจ่ายของโรงงานด้วยท่าทีคล่องแคล่ว แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและไว้วางใจในตัวผม นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมต้องปกป้อง ไม่ใช่เก้าอี้ราชการที่เน่าเฟะไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน "ท่านเลขาฯ ครับ" ผมหันกลับมาประจันหน้าด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่า "การเมืองท้องถิ่นเปรียบเสมือนหมากรุกกระดานใหญ่ ผู้ที่เดินหมากพลาดเพียงก้าวเดียวอาจหมายถึงการล่มสลายของตระกูล ผมเป็นเพียงพ่อค้าตัวเล็กๆ ที่อยากให้ครอบครัวได้กินอิ่มนอนอุ่น ไม่ได้ต้องการมีส่วนร่วมในการพลิกฟื้นอำนาจของใครครับ" "คุณปฏิเสธโอกาสที่จะได้ถืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดงั้นหรือ?" เลขาฯ หยางโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นบุหรี่ราคาแพงโชยเข้าจมูก "คุณคิดว่าคุณฉลาดกว่าพวกเรางั้นหรือ เฉินเว่ย?" "ผมไม่ได้ฉลาดกว่าใครครับ" ผมตอบสั้นๆ "ผมเพียงแค่รู้ว่า ตนเองต้องการสิ่งใด และอะไรคือราคาที่ผมไม่เต็มใจจะจ่าย" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะคว้าจับได้ เลขาฯ หยางแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาทิ้งซองเอกสารสีน้ำตาลไว้บนโต๊ะหนึ่งซอง พร้อมกับคำพูดทิ้งท้ายที่แฝงไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย "งั้นก็ขอให้คุณโชคดีกับการ 'อิสระ' ของคุณ ต่อไปนี้อย่ามาโทษกันว่าผมไม่เคยเตือน... เพราะเมื่อตลาดมืดถูกกวาดล้างครั้งใหญ่ คุณจะเป็นคนแรกที่ถูกใช้เป็นบันไดให้เราเหยียบขึ้นไป!" เขาก้าวเดินออกไปจากห้องอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความเงียบและแรงกดดันที่ยังอบอวล ผมหยิบซองเอกสารขึ้นมาเปิดดู ข้างในเป็นรายการบัญชีรายชื่อร้านค้าทั้งหมดที่ผมส่งของให้ พร้อมตราประทับสีแดงฉานของหน่วยงานตรวจสอบพิเศษ... มันคือรายชื่อ "เป้าหมาย" ที่จะถูกกวาดล้าง มือของผมกำเอกสารนั่นแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ หัวใจของอดีตเจ้าสำนักผู้เยือกเย็นเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง ผมไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครมาบงการชีวิตโดยง่าย โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นกำลังเหยียบย่ำอนาคตของภรรยาผม เย็นวันนั้น ขณะที่ผมกำลังเดินกลับบ้านด้วยความคิดที่แตกซ่าน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังไล่หลังมา ผมหยุดเท้าลงกลางซอยเปลี่ยว แสงไฟจากโคมถนนกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลง เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุม ทันใดนั้น เงาร่างของชายชุดดำสามคนก็พุ่งทะยานออกมาจากมุมตึก พร้อมกับอาวุธในมือที่สะท้อนแสงจันทร์วาววับ "สั่งมาว่าให้จัดการให้จบ ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นในวันพรุ่งนี้!" หนึ่งในนั้นตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงกระด้าง ผมถอนหายใจเบาๆ ปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตออกอย่างใจเย็น นี่ไม่ใช่การเมืองท้องถิ่นธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือการประกาศสงครามอย่างเปิดเผย ทันทีที่ร่างแรกพุ่งเข้ามา ผมเบี่ยงตัวหลบด้วยวิชาตัวเบาที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก่อนจะหักข้อมืออีกฝ่ายด้วยแรงที่แม่นยำและรุนแรงจนมีเสียงกระดูกลั่น ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะจัดการคนที่สอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟจากรถจี๊ปคันหรูที่สาดส่องเข้ามาจนร่างของนักฆ่าทั้งสามต้องชะงักลง ประตารถเปิดออกอย่างรวดเร็ว ปรากฏร่างของคนที่ผมคาดไม่ถึงที่สุด... คนที่ผมนึกว่าอยู่ไกลเกินกว่าจะก้าวเข้ามาในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ "หยุดมือเดี๋ยวนี้!" เสียงทรงอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบจากส่วนกลางที่ผมเคยช่วยชีวิตไว้ในคดีก่อนหน้าดังขึ้น เขาลงจากรถด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ผมมาเพื่อเชิญคุณเฉินไปพบกับท่านผู้ว่าการฯ เป็นการส่วนตัว... และดูเหมือนว่าผมจะมาทันเห็น 'การต้อนรับ' ที่แสนพิเศษพอดี" ผมมองไปยังเลขาฯ หยางที่ยืนยิ้มอยู่หลังเงามืดของอาคารอีกฝั่งหนึ่ง เขากำลังยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูเหมือนกำลังแจ้งข่าวบางอย่าง... ข่าวที่อาจทำให้ผมต้องสูญเสียทุกอย่างในชั่วข้ามคืน หากผมไม่เลือกตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งในวินาทีนี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามของเฉินเว่ยนะครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%