"วางของให้เป็นระเบียบ! ถ้าข้าเห็นสินค้าวางคละกันจนลูกค้าเลือกไม่ถูกแม้แต่ชิ้นเดียว วันนี้ใครคนนั้นก็ไม่ต้องไปกินข้าวเย็น!"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของเฉินเว่ยดังก้องไปทั่วพื้นที่อาคารพาณิชย์สามคูหาใจกลางเมืองภาคเหนือ บรรยากาศภายในร้านสะดวกซื้อต้นแบบ 'เฉินมาร์ท' ไม่ได้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของร้านค้าแบบเดิมที่เคาน์เตอร์สูงท่วมหัวกั้นคนซื้อออกจากของ แต่เป็นระบบชั้นวางแบบเปิดโล่งที่จัดเรียงสินค้าอย่างเป็นระบบ สะอาดตา และชวนให้หยิบจับ ซึ่งเป็นแนวคิดที่คนยุค 70 ยังไม่คุ้นชิน
หลี่มู่เดินเข้ามาหาเขาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความเหนื่อยล้าให้เห็น มีเพียงความมุ่งมั่นที่สะท้อนผ่านสายตา
"อาเว่ย... คนงานเริ่มบ่นแล้วนะ สองวันมานี้เราไม่ยอมให้พวกเขานอนเกินสี่ชั่วโมง ทั้งการจัดสต็อก ทั้งระบบบัญชีที่เธอให้ทำใหม่หมด แต่มองดูรอบๆ สิ มันคุ้มค่าจริงๆ" หลี่มู่กล่าวพลางกวาดสายตามองไปรอบร้าน สินค้าอุปโภคบริโภคที่เคยหาได้ยากในตลาดทั่วไป ถูกนำมาจัดวางอย่างสวยงามด้วยการบริหารจัดการแบบก้าวกระโดด
เฉินเว่ยหันไปมองภรรยา มุมปากของเขายกยิ้มเล็กน้อย พลางเดินไปหยิบกระป๋องนมผงที่วางเอียงอยู่เล็กน้อยให้ตรงล็อก "ธุรกิจไม่ใช่แค่การซื้อมาขายไป หลี่มู่... แต่มันคือการสร้าง 'มาตรฐาน' ในวันที่ผู้คนยังหลงทางอยู่กับความขาดแคลน ใครที่สร้างความสะดวกสบายได้ก่อน คนนั้นคือเจ้าตลาด"
"แต่การทำแบบนี้... มันเป็นการดึงคนจากตลาดสดมานะ พวกพ่อค้าแม่ค้าขาประจำในตลาดเก่าคงไม่พอใจแน่" เธอเตือนด้วยความระมัดระวัง
เฉินเว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขามองผ่านกระจกหน้าร้านออกไปเห็นกลุ่มคนที่มายืนมุงดูการตกแต่งภายในด้วยความตื่นตาตื่นใจ "ความพอใจของพวกเขาไม่เคยอยู่ในแผนธุรกิจของข้า สิ่งที่ข้าสนใจคือตัวเลขในบัญชีและอำนาจการต่อรองที่ข้าจะได้รับในเขตภาคเหนือต่างหาก"
เขาสั่งงานต่อด้วยน้ำเสียงดุดันแต่เต็มไปด้วยเหตุผล การขยายอาณาจักรค้าปลีกในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปิดร้าน แต่มันคือการวางรากฐานโครงสร้างเครือข่ายขนส่งที่จะเชื่อมโยงสินค้าจากโรงงานต้นทางมาถึงมือลูกค้าโดยตรง ตัดตัวกลางที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งเป็นวิธีที่เฉินเว่ยเคยใช้ในยุทธภพเพื่อโค่นล้มตระกูลใหญ่ แต่คราวนี้เขาเปลี่ยนจากการใช้กระบี่มาเป็นการใช้ 'ข้อมูลและตัวเลข'
ช่วงบ่าย การเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายเริ่มเข้มข้นขึ้น เฉินเว่ยตรวจความเรียบร้อยทุกจุด เขาเน้นย้ำเรื่อง 'การบริการลูกค้า' ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในระบบรัฐวิสาหกิจยุคนั้น พนักงานทุกคนต้องกล่าวทักทายและยิ้มแย้ม นี่คือกลยุทธ์ที่เขาหมายมั่นจะทำให้เฉินมาร์ทกลายเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย
ทว่า ในขณะที่เขากำลังสาธิตการใช้เครื่องคิดเลขแบบพกพาที่เพิ่งสั่งนำเข้ามาให้พนักงานดู ประตูหน้าร้านก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่สนป้าย 'ยังไม่เปิดให้บริการ'
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มภูมิฐานเดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน ใบหน้าของเขานิ่งเรียบแต่แฝงด้วยรัศมีของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก สายตาที่จ้องมองมายังเฉินเว่ยไม่ได้สื่อถึงความเป็นมิตร
"เฉินเว่ย... เจ้าคิดจะเปลี่ยนโลกที่นี่จริงๆ หรือ?" เสียงของชายคนนั้นแผ่วเบาแต่ก้องกังวานไปทั่วร้าน
เฉินเว่ยยืนนิ่ง มือที่ถือปากกาลูกลื่นไม่ได้สั่นไหว เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยแววตาเยือกเย็นตามแบบฉบับเจ้าสำนักผู้มากบารมี เขาจำชายคนนี้ได้แม่นยำ... เขาคือ 'หวังเจี้ยน' ผู้มีอิทธิพลตัวจริงที่ควบคุมเครือข่ายค้าส่งสินค้าอุปโภคในเขตนี้มานานกว่ายี่สิบปี
"โลกมันหมุนไปข้างหน้าเสมอครับคุณหวัง" เฉินเว่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาทั้งคู่ประสานกันราวกับจะประลองกำลังภายในที่มองไม่เห็น "ถ้าคุณมาเพื่อแสดงความยินดี ผมก็ยินดีรับฟัง แต่ถ้ามาเพื่อทวงพื้นที่ตลาด... ผมเกรงว่าคุณอาจจะมาช้าไปสักก้าวแล้ว"
หวังเจี้ยนหัวเราะร่วน ก่อนจะเดินไปหยิบกระป๋องอาหารจากชั้นวางขึ้นมาดู แล้ววางกลับลงที่เดิมด้วยท่าทางเยาะหยัน "ก้าวเดียวที่เจ้าพูดถึง อาจจะเป็นหลุมศพที่เจ้าขุดเองก็ได้... รู้ไหมว่าสินค้าพวกนี้ เจ้าเอามาจากไหน? และถ้าหากพรุ่งนี้เช้า โรงงานเหล่านั้นปฏิเสธที่จะส่งของให้เจ้าล่ะ?"
หลี่มู่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับหน้าถอดสี แต่เฉินเว่ยยังคงรักษาความสงบไว้ได้อย่างน่าประหลาดใจ
"คุณหวังครับ..." เฉินเว่ยเดินเข้าไปใกล้จนห่างเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้บอดี้การ์ดของหวังเจี้ยนเผลอจับที่เอวเสื้อโดยสัญชาตญาณ "ผมไม่ได้เตรียมมาแค่ 'ร้านค้า' แต่ผมเตรียม 'ทางเลือก' ให้กับผู้ผลิตทั่วทั้งมณฑลไว้แล้ว และบางที... คุณอาจจะเป็นฝ่ายที่ต้องมาขอร้องผมให้ช่วยกระจายสินค้าให้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็ได้"
หวังเจี้ยนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก เขาไม่ตอบโต้ แต่เดินหันหลังกลับไปที่ประตู ก่อนจะหยุดกึกแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในร้านเย็นเฉียบลงทันที
"หวังว่าเจ้าจะมั่นใจในแผนการขนาดนั้นนะ... เพราะพรุ่งนี้เช้า ตอนที่ร้านของเจ้าเปิดให้บริการ ข่าวเรื่องการตรวจพบสินค้าปลอมปนในสต็อกของเจ้า จะถึงหูสำนักงานควบคุมคุณภาพเป็นเรื่องแรก"
เขาเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัด หลี่มู่รีบพุ่งเข้ามาหาเฉินเว่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"อาเว่ย! เขาหมายความว่ายังไงเรื่องสินค้าปลอม? ของทุกชิ้นเราตรวจรับมากับมือเองหมดเลยนะ!"
เฉินเว่ยยืนมองเงาของหวังเจี้ยนที่ลับไปทางหน้าต่าง แววตาของเขาไม่ได้สั่นคลอนด้วยความกลัว ตรงกันข้าม... เขากลับยกยิ้มที่ดูอันตรายออกมา
"เขาวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วหลี่มู่... เขาไม่ได้มาเพื่อข่มขู่ แต่เขามาเพื่อส่ง 'ของขวัญ' ชิ้นแรกให้เรา" เฉินเว่ยหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วกางมันออกให้หลี่มู่ดู ข้อมูลการโอนเงินและใบเสร็จลับๆ ของหวังเจี้ยนกับโรงงานผลิตสินค้าบางแห่งปรากฏชัดเจน
"ถ้าเขาเล่นเกมสกปรก... เราก็แค่ต้องทำในสิ่งที่ผู้กล้าเขาทำกัน" เฉินเว่ยกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูภรรยา "ในเมื่อเขาอยากให้เป็นข่าวใหญ่ พรุ่งนี้เช้า... เราก็จะจัดฉากให้ใหญ่กว่าที่เขาคาดคิดหลายเท่า"
เฉินเว่ยเดินไปที่ปุ่มเปิดระบบไฟภายในร้าน แสงสว่างจ้าส่องประกายขึ้นทั่วทั้งอาคาร เขามองไปที่หน้าประตูร้านที่หวังเจี้ยนเพิ่งเดินออกไป พร้อมกับความนัยที่ซ่อนอยู่ในแผนการขั้นต่อไป
"เตรียมตัวให้พร้อมหลี่มู่... คืนนี้เราจะ 'แก้ไข' สินค้าทั้งหมดในสต็อกใหม่ ก่อนที่นักข่าวที่หวังเจี้ยนจ้างมาจะมาถึงตอนหกโมงเช้า"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งพลังใจมาให้เฉินเว่ยเสมอในทุกบทตอนนะครับ!
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 38
การขยายอาณาจักรค้าปลีก
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!