"หากเจ้ายังยืนลังเลอยู่ตรงนี้ ต้นกล้าในนาของหมู่บ้านเราคงได้กลายเป็นฟางแห้งกรอบภายในสามวันแน่ มู่ฮุ่ย ถอยไปข้างหลัง ข้าจะลงมือเอง"
ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่ชั้นดินแตกระแหงเบื้องหน้า มือแกร่งที่ผ่านการฝึกฝนวิชาดรรชนีสยบฟ้ามานับสิบปีในชาติก่อน บัดนี้กำลังกำด้ามจอบเหล็กกล้าแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ผมไม่ได้เพียงแค่ขุดดิน แต่นี่คือการอ่าน 'เส้นชีพจรของแผ่นดิน' ตามตำราวิชาฮวงจุ้ยสายวิศวกรรมที่ผมเคยศึกษา
มู่ฮุ่ยเม้มริมฝีปากแน่น เธอส่งกระบอกน้ำไม้ไผ่ให้ผม ดวงตาของเธอยามนี้ไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อความอดอยากเฉกเช่นชาวบ้านคนอื่นๆ แต่เป็นความเชื่อมั่นที่ฉายชัดออกมา
"ท่านพี่... ดินแถบนี้แห้งจนแตกระแหงเป็นเกล็ดเต่า คนเฒ่าคนแก่บอกว่าน้ำบาดาลตรงนี้ไหลไปทางทิศตะวันออกเมื่อยี่สิบปีก่อน หากขุดไปแล้วไม่พบ ท่านจะถูกคนในหมู่บ้านนินทาเอาได้นะคะ"
ผมหยุดมือเพียงชั่วครู่ หันไปยิ้มให้เธอเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนแอเจือปน "คนอื่นจะว่าอย่างไรไม่สำคัญ เท่ากับว่าในอนาคตอันใกล้ ครอบครัวเราและคนในหมู่บ้านจะรอดพ้นจากปากเหวแห่งความตายได้หรือไม่ มู่ฮุ่ย... การทำธุรกิจในยุคที่ขาดแคลน สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดไม่ใช่เงินทอง แต่คือการหยิบยื่น 'ทางรอด' ให้ผู้คน"
ผมลงมือขุดอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้ขุดสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ผมใช้พลังลมปราณแฝงลงไปในพื้นดิน สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนและความชื้นที่อยู่ลึกลงไปเบื้องล่าง นี่คือการผสมผสานวิชาดั้งเดิมเข้ากับหลักการทางวิศวกรรมที่ผมได้อ่านจากตำราเทคนิคยุค 70 ที่แอบซื้อมาจากตลาดมืด
ทฤษฎีการวางท่อระบายอากาศและหลักการแรงดันสูญญากาศแบบประยุกต์ถูกนำมาใช้ ผมสั่งให้คนงานในหมู่บ้านที่ผมว่าจ้างมา เตรียมไม้ไผ่ลำยาวที่ถูกเจาะรูจนพรุนทำเป็นท่อกรองชั้นต้นแทนท่อเหล็กที่หายากและราคาแพงในยุคนี้
"เฉินเว่ย! เจ้ากำลังเล่นตลกอะไรกับที่ดินบรรพบุรุษ!" เสียงแหบพร่าของหัวหน้าหมู่บ้านดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มชาวบ้านที่เดินเข้ามาล้อมวง พวกเขามองการกระทำของผมด้วยสายตาเคลือบแคลง บ้างก็เยาะเย้ย บ้างก็สมเพช
ผมวางจอบลงช้าๆ เช็ดเหงื่อที่หน้าผากโดยไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองคนเหล่านั้น ผมก้าวไปยืนข้างท่อไม้ไผ่ที่ติดตั้งไว้ ผมก้มลงฟังเสียงใต้ดินที่เงียบงัน... เงียบจนน่าใจหาย
"ถ้าไม่พบน้ำภายในห้านาที ข้าจะรับผิดชอบด้วยการมอบเสบียงของครอบครัวข้าให้พวกท่านตลอดทั้งฤดูกาลนี้" ผมประกาศก้อง เสียงของผมกังวานและหนักแน่นจนกลุ่มคนที่กำลังจะด่าทอต้องชะงักงัน
มู่ฮุ่ยขยับเข้ามาใกล้ผม เธอไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่บีบมือผมเบาๆ ผมรับรู้ได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยในมือเธอ นี่คือการพนันที่เดิมพันด้วยความศรัทธาและความอยู่รอดของทั้งหมู่บ้าน
หนึ่งนาที... สองนาที... สามนาทีผ่านไป ความเงียบกดดันเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง
จู่ๆ เสียง 'กึก' ดังขึ้นจากใต้ดิน ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่เท้าของผม ผืนดินตรงจุดที่ผมยืนอยู่เริ่มชื้นแฉะ ก่อนที่ของเหลวใสสะอาดจะพุ่งทะลักขึ้นมาจากปากท่อไม้ไผ่ราวกับน้ำพุ!
"น้ำ! น้ำมาแล้ว!" เสียงชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น
ผมถอยออกมาหนึ่งก้าว มองดูน้ำที่ไหลรินหล่อเลี้ยงผืนดินที่แห้งแล้งด้วยสายตาเรียบเฉย แผนการของผมไม่ได้จบแค่การขุดน้ำ แต่นี่คือการสร้างรากฐานของ 'ระบบชลประทานหมู่บ้าน' ที่ผมจะเป็นผู้ควบคุม และมันจะเป็นแต้มต่อในการต่อรองกับเจ้าหน้าที่รัฐที่จะเข้ามาสำรวจพื้นที่ในสัปดาห์หน้า
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังยินดีปรีดา ผมกลับสังเกตเห็นบางอย่าง...
มีชายชุดดำสองคนยืนหลบอยู่หลังต้นไม้อายุนับร้อยปีที่ชายป่า พวกเขาไม่ได้สนใจน้ำพุที่กำลังพุ่งขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย สายตาของทั้งคู่จับจ้องมาที่ผมราวกับกำลังประเมิน 'สินค้า'
มู่ฮุ่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม สังเกตเห็นสายตาของผม จึงหันไปมองตามทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความดีใจเป็นความตระหนกสุดขีด เธอคว้าแขนเสื้อผมไว้แน่น
"ท่านพี่... นั่นมันตราสัญลักษณ์ของตระกูลหลินจากอำเภอข้างๆ ที่เคยตามล่าท่าน..."
ผมไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่ในใจกลับครุ่นคิดหนัก ชายสองคนนั้นไม่ได้มาเพื่อขัดขวางการขุดน้ำ แต่มือของหนึ่งในนั้นกำลังถือกล้องถ่ายรูปขนาดพกพาที่ไม่มีทางพบเห็นได้ในหมู่บ้านกันดารเช่นนี้
พวกเขาต้องการอะไร? และที่สำคัญกว่านั้น... ใครเป็นคนบอกตำแหน่งที่อยู่ของผมให้กับตระกูลหลิน?
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งพลังใจมาให้เฉินเว่ยเสมอนะครับ!
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 37
ขุดเจาะบาดาลด้วยภูมิปัญญา
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!