เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 3

ตบหน้าญาติผู้พี่จอมเจ้าเล่ห์

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจงใจจะพังมันให้ราบคาบในคราเดียว "เปิดประตูเดี๋ยวนี้ไอ้เฉินไร้ค่า! แกคิดว่าหลบอยู่ในรูหนูแล้วจะหนีหนี้พ้นหรือไง วันนี้ถ้าไม่มีเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยห้าสิบหยวนมาเคลียร์ อย่าหาว่าพวกฉันไม่เกรงใจพี่น้องร่วมตระกูล!" เสียงตะโกนแผดลั่นด้วยความกร่างของ **เฉินเฉียง** ญาติผู้พี่ฝั่งสายรองดังทะลุเข้ามาในบ้าน ดึงบรรยากาศตึงเครียดให้พุ่งถึงขีดสุด หลี่ว์ฮู่ยภรรยาสาวหน้าซีดเผือด ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อย นางรีบสาวเท้าเข้ามาควชายเสื้อของสามีไว้แน่น ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระคนกังวลใจ "พี่เว่ย... พวกมันมากันเต็มเลยค่ะ... เอ๊ย... มากันเต็มเลยครับ" นางเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่เฉินเว่ยส่งยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจกลับไปให้เพื่อปลอบประโลม เฉินเว่ยไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย อดีตเจ้าสำนักผู้ผ่านศึกเหนือเมฆใต้มานับไม่ถ้วน ย่อมมองทะลุปรุโปร่งถึงเกมสกปรกของคนเหล่านี้ เขายกมือขึ้นตบหลังมือเรียวบางของภรรยาเบาๆ เป็นเชิงบอกให้วางใจ ก่อนจะก้าวเดินด้วยฝ่าเท้าที่หนักแน่นมั่นคงตรงไปที่ประตูไม้ผุๆ บานนั้น *แอ๊ด...* บานประตูถูกกระชากเปิดออกโดยฝีมือของเจ้าของบ้านเอง เฉินเว่ยยืนสงบนิ่ง ร่างกายสูงโปร่งแม้จะอยู่ในชุดชาวนาเก่าๆ มอมแมม แต่ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็ง กวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนที่ยืนวางท่าทางอวดเบ่งอยู่หน้าบ้าน ผู้นำกลุ่มคือเฉินเฉียง สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวขี้ม้าตามแฟชั่นนิยมของยุค 70 ทว่าสวมทับด้วยท่าทางกร่างราวกับอันธพาลครองเมือง ด้านหลังมีชายร่างกำยำอีกสองคนยืนกอดอกยิ้มเยาะ "อ้าว! นึกว่ามุดหัวตายอยู่ในบ้านเสียอีกไอ้เว่ย" เฉินเฉียงหัวเราะหึๆ ในลำคอ สายตากวาดมองสำรวจบ้านเรือนและแปลงผักรอบๆ ด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด "ไหนล่ะเงินห้าสิบหยวน หรือว่าแกจะต้องเอาที่ดินแปลงมรดกสามหมู่ด้านหลังมาขัดดอกตามสัญญาที่ทำไว้ล่ะฮะ?" บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ ลมหนาวพัดโชยกลิ่นไอฝุ่นละอองเข้ามาปะทะใบหน้า แต่ไม่มีใครในที่นี้สนใจลมฟ้าอากาศ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เฉินเว่ย รอคอยความพ่ายแพ้ของชายหนุ่มผู้นี้ เฉินเว่ยยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเยือกเย็นจนเฉินเฉียงรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ "สัญญาหรือครับ... เฉินเฉียง พี่ชายผู้แสนดีของผม" เฉินเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่กังวานชัดเจนทุกถ้อยคำ "ท่านมั่นใจนักหรือว่ากระดาษแผ่นนั้น คือสัญญาเงินกู้จริงๆ ไม่ใช่ใบมรณบัตรที่พวกท่านร่วมมือกันปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อฮุบที่ดินของครอบครัวผม?" คำพูดประโยคเดียวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เฉินเฉียงหน้าถอดสีไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจับไต๋ได้ "สามหาว! แกกล้าดียังไงมากล่าวหาฉัน! หลักฐานก็ทนโท่ ลายมือก็ลายมือแก ลายนิ้วมือก็รอยนิ้วมือแก นายอำเภอก็ลงบันทึกไว้แล้ว อยากติดคุกหัวโตข้อหาหมิ่นประมาทหรือไงวะ!" เฉินเฉียงแผดเสียงกลบเกลื่อนความร้อนรน ชายฉกรรจ์ด้านหลังขยับตัวเข้าประชิดเตรียมใช้กำลัง ทว่าเฉินเว่ยกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขายกมือขึ้นล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบกระดาษแผ่นเก่าสีเหลืองซีดที่พับไว้อย่างเรียบร้อยออกมา กางมันออกต่อหน้าแสงแดดสาดส่อง "ลายมือผม... แต่ไม่ใช่สัญญาเงินกู้" เฉินเว่ยแค่น "นี่คือสัญญาจำนำจักรยานเก่าเมื่อสามปีก่อน ซึ่งผมใช้หนี้หมดไปตั้งแต่ปีมะነสิแล้ว แต่พวกท่านฉลาดแกงโกง เอาส่วนท้ายของกระดาษแผ่นนี้ที่มีลายมือชื่อผม ไปตัดต่อแปะติดเข้ากับข้อความกู้ยืมเงินห้าสิบหยวนที่พวกท่านเขียนขึ้นใหม่เมื่อเดือนก่อน... น่าเสียดายนะครับ ที่พวกท่านลืมดูรอยปะกาวด้านหลัง และความเก่าของเนื้อกระดาษที่ไม่เท่ากัน" เฉินเฉียงเบิกตากว้าง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา มันพยายามแย่งกระดาษในมือเฉินเว่ยแต่ชายหนุ่มไวกว่า สะบัดตัวหลบพร้อมกับใช้มืออีกข้างกดจุดที่ข้อศอกของเฉินเฉียงเบาๆ จนอีกฝ่ายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น "อ๊าก! แขนฉัน... ปล่อยนะไอ้เว่ย!" "ยังไม่หมดแค่นั้นหรอกครับ..." เฉินเว่ยปรายตามองญาติผู้พี่ที่นอนดิ้นพล่าน ก่อนจะหันไปประสานสายตากับชาวบ้านที่เริ่มทยอยกันมามุงดูเหตุการณ์รอบๆ บ้านด้วยความสนใจ "ท่านผู้เฒ่าและพี่น้องทุกท่าน โปรดเป็นพยานด้วย สัญญาฉบับนี้ไม่ได้ผ่านการรับรองจากผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายหมู่บ้าน แถมอัตราดอกเบี้ยยังสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดถึงห้าเท่า หากเรื่องนี้ถึงมือทางการของคอมมูน... คนที่จะต้องไปนอนในคุก ไม่ใช่ผม... แต่เป็นตระกูลสายรองที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อชาวบ้านต่างหาก!" เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นทันที ชาวบ้านเริ่มซุบซิบและชี้2นิ้วไปที่เฉินเฉียงและพรรคพวก ความจริงที่ถูกเปิดโปงด้วยหลักฐานมัดตัวทำให้สถานการณ์พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างรวดเร็ว หลี่ว์ฮู่ยมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาของนางฉายแววความเลื่อมใสและศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม ชายหนุ่มผู้เคยอ่อนแอและถูกรังแกคนนี้ บัดนี้กลับยืนหยัดตระหง่านราวกับขุนเขาที่ไม่มีใครโค่นล้มได้ เฉินเว่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขากวาดสายตามองหน้าเฉินเฉียงที่ซีดเผือดราวกับไก่ต้ม ก่อนจะย่อตัวลงกระซิบข้างหูอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาด "กลับไปบอกไอ้แก่เบื้องหลังของพวกแก... ว่าอยากได้ที่ดินสามหมู่ ให้เอาเงินสดมาซื้อแฟร์ๆ อย่าเล่นตลกใต้ดินอีก มิฉะนั้น... บัญชีเก่าที่พวกแกโกงเงินกองทุนหมู่บ้านเมื่อปีก่อน คงต้องถูกเปิดเผยในศาลประชาชนแน่" เฉินเฉียงตัวสั่นเทานั่งพับเพียบกับพื้น ความเกรี้ยวกราดหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อปีศาจในคราบมนุษย์ตรงหน้า มันรีบพยักหน้ารัวๆ ลุกขึ้นลากสังขารวิ่งหนีหายไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี พร้อมกับลูกน้องที่รีบแบกหน้าหนีตามกันไป ความเงียบสงบกลับคืนสู่บริเวณหน้าบ้านอีกครั้ง แสงแดดยามสายสาดส่องกระทบผืนดิน ทว่าในใจของเฉินเว่ยรู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรเป็นของเขาในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยโอกาสนี้เท่านั้น ทว่า... ในจังหวะที่เฉินเว่ยกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้านเพื่อปรึกษาแผนธุรกิจสร้างเนื้อสร้างตัวกับภรรยา เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็ดังขึ้นจากเงาไม้ใหญ่ริมรั้ว *แปะ... แปะ... แปะ...* "ช่างเป็นวิธีแก้เกมที่งดงามและเฉียบขาดเสียจริง... คุณเฉินเว่ย" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของชายแปลกหน้าในชุดสูทจีนสีเทาเข้มดังขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าออกจากเงาดำเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ข้างกายเขามีรถจípกองทัพจอดสนิทอยู่ เฉินเว่ยหรี่ตามองชายปริศนาคนนี้ทันที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้แน่ และการปรากฏตัวของเขาในเวลานี้... ก็ไม่ได้มาอย่างมิตรอย่างแน่นอน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางพลิกชะตายุค 70 ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%