เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 11

การขัดขวางจากหัวหน้าหมู่บ้าน

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นไอน้ำมันเตาจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นชาจีนชั้นเลวในห้องรับรองของที่ทำการหมู่บ้าน เสียงกระแทกถ้วยชาเซรามิกดัง "ปั้ง!" จนน้ำชาสีเข้มกระเซ็นเปื้อนขอบโต๊ะไม้ไผ่เก่าๆ เป็นเครื่องประกาศเจตนารมณ์อันชัดเจนของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าบวมอืดและหนวดเคราครึ้ม จ้าวเต๋อเฉิง หัวหน้าหมู่บ้านหง Hsing ซูสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาหรี่เล็กมองลอดแว่นสายตาขอบสังกะสี จ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจ "เฉินเว่ย... แกกล้าดียังไงถึงปล่อยข่าวเรื่องการเปิดตลาดค้าส่งสมุนไพรป่าโดยไม่ขออนุญาตจากฉันก่อน!" เสียงของจ้าวเต๋อเฉิงตวาดก้องจนฝาผนังดินเหนียวถึงกับสั่นสะเทือน ลูกน้องสมุนมือขวาอีกสองคนยืนกอดอกแยกเขี้ยวอยู่ด้านหลัง ทำท่าทางคุกคามเต็มที่ เฉินเว่ยไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับลิ้มรสสุราทิพย์ ดงความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของอดีตเจ้าสำนักผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน "ขออนุญาต?" เฉินเว่ยทวนคำ เสียงทุ้มนุ่มแต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีด "หัวหน้าจ้าวครับ กฎหมายของรัฐบาลกลางและนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับล่าสุด ระบุชัดเจนว่าเกษตรกรมีสิทธิในการจัดสรรผลผลิตส่วนเกินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับที่การทำมาหากินสุจริตต้องขออนุญาตจาก 'เจ้าเมือง' ท้องถิ่นอย่างท่าน?" น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เชือดเฉือนทำเอาจ้าวเต๋อเฉิงสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "แก! อย่าเอาข้อกฎหมายมาอ้างกับฉัน ที่นี่หมู่บ้านหงซิง กฎของฉันคือความถูกต้อง!" จ้าวเต๋อเฉิงตบโต๊ะฉาดใหญ่ ลุกขึ้นยืนค้ำหัว "พื้นที่ป่าหลังเขา การเก็บเกี่ยวรากโสมและสมุนไพรหายาก ถือเป็นทรัพย์สินของส่วนรวม! แกแอบลักลอบนำไปขายได้กำไรมาหลายหยวนช่วงนี้ คิดว่าจะรอดหูรอดตาไปได้งั้นรึ? เอาล่ะ... เพื่อเห็นแก่หน้าพ่อแม่แกที่ตายไป ฉันจะคิดค่า 'ภาษีบำรุงท้องถิ่นพิเศษ' และ 'ค่าธรรมเนียมคุ้ม ครองป่า' แค่ห้าสิบหยวน... ส่งเงินมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้น พรุ่งนี้ใบอนุญาตทำกินของครอบครัวแกจะถูกยกเลิก และเมียของแก... หลี่มู่ฮุ่ย จะต้องไปใช้แรงงานขุดลอกคลองชลประทานคนเดียวตลอดหน้าหนาวนี้!" คำขู่คุกคามนั้นรุนแรงและไร้ยางอายจนน่ารังเกียจ ในมุมมืดนอกหน้าต่าง หลี่มู่ฮุ่ยที่แอบตามสามีมาด้วยความเป็นห่วง กำลังกamชายเสื้อแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยฉายแววหวาดกลัวและโกรธแค้น เธอรู้ดีว่าคำพูดของจ้าวเต๋อเฉิงไม่ใช่แค่คำขู่ เขาใช้อำนาจมืดนี้กลั่นแกล้งชาวบ้านมานักต่อนักแล้ว ทว่า เฉินเว่ยกลับยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "ห้าสิบหยวน..." เฉินเว่ยทวนตัวเลข พลางลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาแม้จะดูผอมบางตามสภาพความเป็นอยู่ในยุค 70 แต่ทว่าแรงกดดันระดับมหาเทพเซียนที่ถูกสะกดไว้ภายใต้จิตสำนึก กลับทำให้จ้าวเต๋อเฉิงรู้สึกหายใจไม่ออกโดยไม่รู้สาเหตุ "หัวหน้าจ้าวครับ ท่านช่างเป็นคน 'กตัญญู' ต่อแผ่นดินเสียจริง..." เฉินเว่ยเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว สายตาจ้องทะลุเข้าไปในดวงตาที่เริ่มไหวระริกของอีกฝ่าย "ท่านบอกว่านี่คือภาษีบำรุงท้องถิ่น... แต่เหตุใดในบัญชีรายรับของคอมมูนเมื่อเดือนก่อน ถึงไม่มีการบันทึกรายได้จากส่วนนี้เลยล่ะครับ? หรือว่า... เงินจำนวนนี้ไม่ได้เข้าคลังของรัฐ แต่เข้ากระเป๋าเสื้อโค้ทตัวหนาของท่าน เพื่อเอาไปซื้อวิทยุและเหล้าเหมาไถให้ลูกชายที่กำลังเรียนอยู่ในเมืองกันแน่?" คำพูดประโยคเดียวราวกับอสุนีบาตฟาดกลางกระบาลจ้าวเต๋อเฉิง หน้าของเขาซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือที่กำโต๊ะสั่นเทา "แก... แกพูดเหลวไหลอะไร! มีหลักฐานที่ไหน มากุเรื่องใส่ร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ ระวังจะติดคุกหัวโต!" จ้าวเต๋อเฉิงตะโกนกลบเกลื่อนเสียงสั่น "หลักฐานหรือครับ?" เฉินเว่ยหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กสีน้ำเงินออกจากกระเป๋าเสื้อ ชูขึ้นให้เห็นตัวเลขและลายเซ็นที่คุ้นตา "สมุดบัญชีเล่มนี้ ตกหล่นอยู่ข้างกองฟางหน้าบ้านพักของท่านเมื่อคืนก่อน... ข้างในบันทึกชื่อพ่อค้าคนกลางจากอำเภอข้างเคียง ที่เข้ามาซื้อสมุนไพรผ่านการ 'อนุมัติลับ' ของท่าน พร้อมยอดเงินใต้โต๊ะที่ระบุตัวเลขไว้อย่างแม่นยำ ถ้าผมเอาสมุดเล่มนี้ไปยื่นให้สำนักงานตรวจสอบวินัยพรรคในอำเภอพรุ่งนี้เช้า... ท่านคิดว่าเก้าอี้หัวหน้าหมู่บ้านตัวนี้ จะยังเป็นของท่านอยู่สักกี่วันครับ?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองทันที เสียงลมหายใจหอบถี่ของจ้าวเต๋อเฉิงดังชัดเจน ความหยิ่งผยองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจจนตัวสั่นเทา เขารู้ซึ้งแล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่ "เฉินเว่ยคนโง่คนเดิม" ที่ยอมให้รังแกอีกต่อไป "แก... แกต้องการอะไร..." จ้าวเต๋อเฉิงกัดฟันกรอด เสียงสั่นเครือ เฉินเว่ยโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยียบเย็น "ผมไม่ได้ต้องการอะไรมาก... แค่ต้องการให้ท่านเซ็น 'ใบอนุญาตการค้าเสรีระดับหมู่บ้าน' ให้ผมโดยไม่มีเงื่อนไข และเลิกยุ่งกับครอบครัวผม รวมถึงชาวบ้านคนอื่นๆ เด็ดขาด... ถ้าท่านทำได้ สมุดบัญชีเล่มนี้ก็จะยังคงเป็น 'สมุดบันทึกส่วนตัว' ที่ไม่มีใครเคยเห็น... เข้าใจไหมครับ?" จ้าวเต๋อเฉิงตัวสั่นเทา หยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ลายเซ็นบนกระดาษสั่นระริกจนแทบอ่านไม่ออก ทว่า ในขณะที่เฉินเว่ยกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารสำคัญนั้นมาเก็บไว้ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนมากที่ล้อมกรอบตัวอาคารไว้รอบด้าน "เปิดประตู! สำนักงานตรวจสอบพิเศษประจำอำเภอมาถึงแล้ว! ได้รับรายงานว่ามีการทุจริตในพื้นที่!" เสียงตะโกนจากด้านนอกทำเอาสีหน้าของจ้าวเต๋อเฉิงเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกสุดขีด แต่ในขณะเดียวกัน แววตาของเขาก็กลับมาทอประกายเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที เฉินเว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองที่ประตูทางเข้า ก่อนจะพบว่าบุคคลที่ก้าวเข้ามานำขบวนตรวจสอบหาใช่เจ้าหน้าที่รัฐธรรมดา แต่กลับเป็น "เกาต้าเฉียง" อดีตคู่ปรับทางธุรกิจในเมืองใหญ่ ผู้ไม่ควรจะมาปรากฏตัวอยู่ในหมู่บ้านชนบทห่างไกลแห่งนี้ได้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%