"ถ้าพวกมันคิดว่าจะใช้สงครามราคาบีบให้พวกเรากระอักเลือดตายคากองสินค้าได้ พวกมันก็คงประเมินสมองของเฉินเว่ยผู้นี้ต่ำเกินไปแล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในโกดังสินค้าส่วนกลาง กลิ่นอับชื้นของกระสอบเมล็ดพันธุ์และกลิ่นไอน้ำมันเครื่องจากรถบรรทุกไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความตึงเครียดระดับจุดเดือดกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ หลี่มู่ฮุ่ยสะดุ้งเล็กน้อยจากความคิดของตนเอง เธอยกมือขึ้นลבขมับที่เต้นตุบๆ จากการอดนอนมาสามคืนติดต่อกัน เอกสารบัญชีในมือสั่นไหวเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะตัวเลขสีแดงฉานที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษสรุปยอดขายประจำสัปดาห์นี้มันฟ้องชัดเจนว่า
พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่
"พี่เว่ยครับ... สถานการณ์ตอนนี้วิกฤตกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มาก" หลี่มู่ฮุ่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม กลิ่นจางๆ ของกระดาษและหมึกพิมพ์ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการทำงานหนักลอยเข้าจมูก "พ่อค้าคนกลางกลุ่มใหญ่ในเขตมณฑลเหนือรวมหัวกันเทขายข้าวโพดและแป้งสาลีในราคาต่ำกว่าทุนถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ พวกเขาประกาศกร้าวในตลาดกลางเมื่อเช้านี้เองว่า จะขายจนกว่าสินค้าของสหกรณ์เราจะเน่าคาโกดัง... ลูกค้าประจำของเราเริ่มลังเล บางคนถึงกับยกเลิกสัญญาปากเปล่าเพื่อหันไปซื้อของราคาถูกจากฝั่งโน้นแล้วครับ"
เฉินเว่ยไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีวาวโรจน์ขึ้นภายใต้แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันก๊าด เขายังคงยืนกอดอกพิงฝากระโปรงรถบรรทุกคันใหญ่ มือหนาหยิบกระสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดขึ้นมาพิจารณาอย่างใจเย็น ปลายนิ้วสัมผัสผิวสัมผัสของเปลือกเมล็ดที่แห้งสนิทและสมบูรณ์ทุกเมล็ด สินค้าของพวกเขามีคุณภาพระดับพรีเมียม เป็นผลผลิตที่ปลูกด้วยดินอุดมสมบูรณ์และการบริหารจัดการน้ำที่เฉินเว่ยใช้เคล็ดลับวิชาเซียนมาประยุกต์ร่วมกับหลักการเกษตรสมัยใหม่ แต่วันนี้... คุณภาพที่ดีเยี่ยมกลับกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับสงครามราคาที่ไร้ความปรานี
"ปล่อยให้พวกมันตัดราคาไปสครับ มู่ฮุ่ย" เฉินเว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบแต่มั่นคง รอยยิ้มเยдяหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "คนโง่มักคิดว่าของถูกคือคำตอบสุดท้ายของโลกใบนี้ แต่พวกเขาหลงลืมสัจธรรมข้อหนึ่งไป... ของที่ถูกจนไร้คุณค่า สุดท้ายก็มีค่าแค่เป็นอาหารสัตว์"
"แต่ถ้าพวกเรายังดึงราคาเดิมไว้แบบนี้ สินค้าล็อตนี้จะค้างสต็อก และทุนที่เราหมุนเวียนมาจากการกู้ยืมสหกรณ์จะ..." หลี่มู่ฮุ่ยกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความกดดันมหาศาลทับถมอยู่บนบ่าบอบบางของเธอ ในยุค 70 นี้ การเป็นหนี้สหกรณ์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากธุรกิจล้มละลาย ทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงบ้านหลังน้อยและแปลงเกษตรจะถูกยึด และพวกเขากจะกลายเป็นคนเร่ร่อนทันที
เฉินเว่ยเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของภรรยา สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงถ่ายทอดความเชื่อมั่นผ่านปลายนิ้วลงไป ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นระส่ำของหญิงสาวค่อยๆ สงบลง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหมาย
"เชื่อใจผมสิครับ" เฉินเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "ในโลกธุรกิจ ยุคเปลี่ยนผ่านแบบนี้ ใครที่วิ่งตามเกมของคนอื่น มีแต่จะพังพินาศ การที่คู่แข่งยอมขาดทุนยับเยินเพื่อบีบเรา แสดงว่าพวกมันกำลังร้อนเงินและต้องการกระแสเงินสดด่วนเพื่อพยุงกิจการที่กำลังเน่าเฟะของตัวเองต่างหาก พวกมันไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิดหรอก... พวกมันแค่กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายก่อนจมน้ำ"
หลี่มู่ฮุ่ยกระพริบตาปริบๆ สมองอันปราดเปรื่องของเธอเริ่มประมวลผลตามคำพูดของสามี "หมายความว่า... สต็อกสินค้าของพวกมันอาจจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพตั้งแต่แรก?"
"ถูกต้องครับ" เฉินเว่ยยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "ข้าวโพดที่พวกมันเอามาเทขายราคาถูกน่ะ เป็นผลผลิตจากภัยแล้งปีที่แล้วที่เก็บรักษาไม่ดี ความชื้นสูง มีเชื้อราปนเปื้อน ถ้าชาวบ้านซื้อไปกิน ระยะยาวมีแต่จะเจ็บป่วย พวกมันรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าไม่รีบระบายตอนนี้ ของพวกมันจะเน่าคาโกดังและสูญเงินเปล่า จึงยอมขาดทุนเพื่อผลักภาระความซวยนี้มาให้ผู้บริโภค"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูโกดัง ร่างท้วมของ 'จ้าวเฉียง' เถ้าแก่เจ้าถิ่นผู้ทรงอิทธิพลประจำตลาดกลางก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย บนใบหน้าเต็มไปด้วยความยโสโอหัง ด้านหลังมีลูกน้องร่างกำยำอีกสี่คนเดินตามประกบ สายตาสอดส่องมองโกดังสินค้าของเฉินเว่ยด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
"โอ้โห! ข้าวโพดกองโตเป็นภูเขาเลากาเชียวรึ เฉินเว่ย?" เถ้าแก่จ้าวหัวIเราะเสียงดังลั่น กวาดตามองรอบโกดัง "น่าเสียดายจริงๆ นะครับคุณเฉิน สินค้าดีมีคุณภาพ แต่ไม่มีใครอยากซื้อเพราะของข้ามันถูกกว่าครึ่งต่อครึ่ง! ฮ่าๆๆๆ ถ้าลื้อยอมกราบเท้ากูแล้วยกสัญญาส่งออกข้าวสาลีให้ข้าแต่โดยดี... ข้าอาจจะเมตตาซื้อข้าวโพดพวกนี้ไปทำเป็นอาหารหมูในฟาร์มของข้า ในราคาเกลီးยละไม่กี่เหรียญ ว่าไงล่ะ?"
ลูกน้องด้านหลังส่งเสียงหัวเราะครื้นเครง บรรยากาศในโกดังพลันคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของการดูถูกเหยียดหยาม หลี่มู่ฮุ่ยกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เธอกำลังจะก้าวออกไปต่อปากต่อคำกับไอ้คนไร้ยางอายผู้นี้ แต่เฉินเว่ยกลับยกมือขึ้นขวางไว้เบาๆ
เฉินเว่ยค่อยๆ เดินเข้าไปหาเถ้าแก่จ้าวอย่างไม่รีเวลารีรอ สีหน้าของเขาเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งพันปี ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนานจนเถ้าแก่จ้าวเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าอ้วนท้วมค่อยๆ แข็งค้างเมื่อเผชิญหน้ากับออร่ากดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มตรงหน้า
"เถ้าแก่จ้าวครับ..." เฉินเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รื่นหู แต่กลับทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องเงียบกริบ "คนเราฉลาดได้ แต่ไม่ควรโง่ซ้ำซาก ข้าวโพดเน่าๆ ที่ท่านเอาไปหลอกขายชาวบ้านในราคาถูกน่ะ อีกไม่เกินสามวัน ความจริงคงปรากฏ เมื่อไหร่ที่กรมอนามัยลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มและร้านค้าของท่าน... ท่านคิดว่าหัวโขนเถ้าแก่ตลาดกลางของท่าน จะยังสวมอยู่บนหัวได้อีกนานแค่ไหนกันครับ?"
สีหน้าของเถ้าแก่จ้าวเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มหายวับไปจากใบหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว เขารีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ปากอ้าพะงาบๆ พูดไม่ออก
"และที่สำคัญ..." เฉินเว่ยโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเถ้าแก่จ้าวด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "สินค้าในโกดังของผม ไม่เคยมีไว้ขายให้คนกินของเน่า... แต่ผมมีแผนการอื่นที่จะทำให้ท่านต้องคุกเข่าขอร้องผมในเร็วๆ นี้แน่นอน"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกปริศนาดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอกโกดัง ไฟหน้ารถสาดส่องทะลุประตูเหล็กเข้ามาอย่างแรง ตามด้วยเสียงเบรกเอี๊ยดลั่นสนั่นหู ประตูโกดังถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างของชายในเครื่องแบบราชการระดับสูงก้าวเท้าลงมาจากรถคันนำ พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนที่หันไปมองเป็นตาเดียว
หลี่มู่ฮุ่ยเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนเสื้อของชายคนนั้น... นั่นคือหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบเศรษฐกิจพิเศษประจำมณฑลที่เดินทางมาด้วยตนเอง!
"ใครคือเฉินเว่ย?" เสียงเข้มทรงอำนาจดังขึ้นก้องโกดัง "เราได้รับคำสั่งด่วนให้มาตรวจสอบ... เรื่องการผูกขาดราคาและสินค้าผิดกฎหมายในเขตนี้!"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปกับเฉินเว่ยและมู่ฮุ่ยนะครับ
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 25
วิกฤตสินค้าเกษตรล้นตลาด
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!