เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 18

ช่วยเหลือเด็กน้อยในยามวิกฤต

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"ถอยไป! ถ้าลูกชายฉันเป็นอะไรไปแม้แต่เส้นผมเดียว พวกแกทุกคนในสถานีอนามัยนี้จะต้องชดใช้!" เสียงคำรามตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดและตื่นตระหนกดังทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามา ขัดจังหวะความเงียบสงบยามบ่ายของย่านการค้าเมืองอี้โจวได้อย่างสิ้นเชิง เฉินเว่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย วางแฟ้มบัญชีราคาวัตถุดิบลงบนโต๊ะไม้ไผ่ด้วยจังหวะที่มั่นคงและไร้เสียง เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของความตื่นกลัวจากฝูงชนด้านนอก ท่ามกลางความโกลาหลนั้น มีเสียงร้องไห้ปะปนกับเสียงสำลักติดขัดอย่างทรมานดังเป็นระยะ—นั่นคือเสียงของเด็กเล็กที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ "ท่านนายอำเภอจาง โปรดใจเย็นก่อนครับ หมอประจำสถานีอนามัยกำลังรีบ..." เสียงของเจ้าหน้าที่พยาบาลสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ใจเย็นงั้นหรือวะ! ลูกชายฉันหน้าเขียวหมดแล้ว แกไม่เห็นหรือไง!" เฉินเว่ยไม่รอช้า เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าฝ้ายสีเข้มให้เข้ารูปด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับยอดฝีมือผู้ปลีกวิเวก ภรรยาของเขาอย่างหลี่มู่ฮุ่ยรีบคว้าแขนเสื้อเขาไว้เบาๆ แววตาฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด "พี่เว่ย... นั่นมันนายอำเภอจางผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด คนในตระกูลเขาใช้อำนาจไม่เบาเลยนะยะคะ... เอ่อ... นะครับ" มู่ฮุ่ยรีบเปลี่ยนสรรพนามในใจเมื่อนึกถึงกฎเหล็กของสามี แต่วินาทีนี้ไม่ใช่เวลามาแก้คำพูด เฉินเว่ยตบหลังมือเรียวของภรรยาเบาๆ รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ความเด็ดขาดมีไว้ใช้กับคนโง่ แต่วิกฤตตรงหน้าคือโอกาสทองที่จะทำให้เราก้าวข้ามกำแพงเมืองนี้ได้อย่างราบรื่น ดูแลร้านให้ดี มู่ฮุ่ย" ก้าวเท้าออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏชัดเจน นายอำเภอจางผู่หลิน ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อคลุมสีกากีสะอาดตา กำลังอุ้มร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวเจ็ดขวบไว้แนบอก ใบหน้าของเด็กน้อยเขียวคล้ำ ริมฝีปากม่วงช้ำ และที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจแต่ไร้เสียงร้อง มือเล็กๆ พยายามตะกุยลำคอตัวเองอย่างน่าเวทนา หมอประจำสถานีอนามัยวัยชรากำลังลนลานใช้หูฟังทาบอกเด็กน้อย เหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือไม้สั่นเทาจนทำเครื่องมือแพทย์หล่นกระทบพื้นเสียงดัง *เคร้ง* "หลบไป" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังกังวานก้องไปทั่วห้องโถง แม้จะไม่ได้ตะโกน แต่มันกลับมีอำนาจกดดันประหลาดจนทำให้ทุกคนต้องหันมามองเป็นตาเดียว นายอำเภอจางหันขวับมาด้วยแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังโมโหหิว "แกเป็นใครวะ! กล้าดียังไงมาสั่งฉัน หมอประจำสถานีอนามัยยังแก้ไม่ได้ แล้วแก..." "ถ้าปล่อยไว้อีกสามสัปดาห์... เอ่อ สามสิบวินาที เด็กคนนี้จะหมดสติถาวร และสมองจะขาดออกซิเจนจนกลายเป็นเจ้าพืชผักไร้ความรู้สึก" เฉินเว่ยพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่ออำนาจเบ็ดเสร็จของนายอำเภอแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเด็กชายอย่างรวดเร็วโดยไม่รอคำอนุญาต "ไอ้สามหาว! จับตัวมัน..." นายอำเภอจางคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาเตรียมจะผลักร่างของเฉินเว่ยออกไป "ถ้าไม่อยากให้ลูกชายคนเดียวของคุณต้องตายคาอ้อมแขน ก็หุบปากแล้วอย่่าขยับ!" เฉินเว่ยตวาดสวนกลับด้วยพลังลมปราณแฝงในน้ำเสียง ทำให้ทหารยามที่กำลังจะเข้ามาล็อคตัวถึงกับชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น นายอำเภอจางชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ประกายความเด็ดเดี่ยวในแววตาของชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้เขาเผลอหยุดมือลงชั่วขณะ เฉินเว่ยไม่สนใจสายตาใครอีกต่อไป เขาฉวยโอกาสนี้ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองอาการของเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว "สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นหลอดลม... เป็นลูกอมแข็งทรงกลมสินะ" ไม่พูดพร่ำทำเพลง เฉินเว่ยใช้วิชาชีพแพทย์แผนจีนผสานกับภูมิปัญญาจากยุทธภพ มือหนาจับตัวเด็กน้อยให้คว่ำลงบนท่อนแขน ศีรษะต่ำกว่าลำตัว จากนั้นใช้ว้องมือกระแทกบริเวณกึ่งกลางสะบักของเด็กชายด้วยแรงที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ—หนึ่ง, สอง, สามครั้ง! *แคก! แฮก!* เด็กชายสำลักเสียงดังลั่น ก้อนลูกอมสีแดงหลุดกระเด็นออกจากปากตกลงกระทบพื้นกระเบื้องเสียงดังสนั่น ตามด้วยเสียงร้องไห้งอแงจ้าออกมาด้วยความตกใจ แต่สีหน้าที่เขียวคล้ำกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเลือดฝาดอย่างรวดเร็ว ความเงียบสงบปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ทุกคนอ้าปากค้าง มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อ นายอำเภอจางยืนแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาด ร่างกายสั่นเทาด้วยความโล่งอกที่ถาโถมเข้ามาอย่างฉับพลัน "ลูกพ่อ! ลูกรักของพ่อ!" นายอำเภอจางโผเข้าคว้าตัวบุตรชายมากอดแนบอก น้ำตาของลูกผู้ชายไหลพรากด้วยความซาบซึ้งใจ เด็กน้อยกอดคอบิดาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน แพทย์ประจำสถานีอนามัยทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดด้วยความอับอายและทึ่งจัด ขณะที่ฝูงชนรอบข้างเริ่มส่งเสียงฮือฮาแซ่ซ้องสรรเสริญ เฉินเว่ยปัดฝุ่นที่เข่าเบาๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยท่าทีสงبเสงี่ยมและเยือกเย็นดังเดิม ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเป็นเพียงแค่การปัดกิ่งไม้ริมทาง ไม่ใช่การช่วยชีวิตคนจากประตูผี "ขอบใจ... ขอบใจท่านมาก!" นายอำเภอจางค่อยๆ วางบุตรชายให้ภรรยาที่เพิ่งวิ่งมาถึงดูแล ก่อนจะหันมาโค้งคำนับให้เฉินเว่ยอย่างสุดซึ้ง ชายผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองอี้โจวในยามนี้หลงเหลือเพียงความเป็นพ่อที่เปี่ยมด้วยความสำนึกบุญคุณ "บุญคุณครั้งนี้... ฉันจางผู่หลินไม่มีวันลืม หากท่านต้องการสิ่งใด ขอเพียงเอ่ยปาก..." เฉินเว่ยยกมือขึ้นห้ามด้วยรอยยิ้มบางเบาที่แฝงความหมายลึกซึ้ง "ท่านนายอำเภอเกรงใจเกินไปแล้ว หมอมีหน้าที่รักษาคน เป็นธรรมดาที่ข้าจะไม่อาจมองดูคนตายต่อหน้าต่อตาได้" เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง สบตากับพ่อค้าและชาวบ้านที่ยืนมองด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เมล็ดพันธุ์แห่งชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือถูกหว่านลงบนดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเมืองนี้เรียบร้อยแล้ว "ว่าแต่..." เฉินเว่ยเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากลึกล้ำขึ้น "โรงงานแปรรูปอาหารและกิจการขนส่งที่ข้ากำลังจะขอใบอนุญาตในสัปดาห์หน้า..." นายอำเภอจางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะร่าออกมาเสียงดังด้วยความตบะแก่กล้า "เรื่องใบอนุญาตอะไรนั่น แค่ท่านเอ่ยปาก คำเดียวจากฉัน... ทุกอย่างในเมืองอี้โจวจะต้องราบรื่นไม่มีสะดุด!" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูสถานีอนามัย พร้อมกับร่างของชายชราผมขาวโพลนในชุดสูทจีนโบราณสีเทาเข้ม ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาที่จ้องมองเฉินเว่ยราวกับราชสีห์พบเหยื่ออันโอชะ "ฮ่าๆๆ นายอำเภอจางช่างใจกว้างยิ่งนัก แต่เกรงว่า... ใบอนุญาตของพ่อหนุ่มคนนี้ อาจจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก 'สภาการค้าตระกูลหลิน' เสียก่อนกระมัง!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%