เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 22

จัดตั้งสหกรณ์การเกษตรยุคใหม่

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—ปัง ปัง ปัง—สั้น ห้วน และเต็มไปด้วยอำนาจการกดดัน ก่อนที่บานไม้สักเก่าคร่ำคร่าจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง ร่างท้วมของ "ผู้ใหญ่บ้านจาง" ก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองไปรอบห้องประชุมด้วยแววตาเหยียดหยาม ขณะที่ลูกน้องร่างใหญ่สองคนเดินตามประกบซ้ายขวา ราวกับเตรียมตัวมาเพื่อใช้กำลังข่มขู่ในกรณีที่การเจรจาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หลี่มู่ฮุ่ยผุดลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ มือเรียวบางเผลอกำชายเสื้อแน่นจนยับย่น ความตึงเครียดแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบรรยากาศในห้องแคบๆ แห่งนี้ทันที ทว่า... เฉินเว่ยกลับยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า สีหน้าของชายหนุ่มไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ดวงตาดำขลับคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด รังสีความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากร่างของเขาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ ราวกับจอมยุทธผู้ผ่านศึกมานับร้อยปีที่กำลังมองมดปลวกเดินผ่านหน้า "โอ้โห ดูท่าทางพวกท่านจะประชุมกันเคร่งเครียดเสียเหลือเกินนะ สหายเฉิน" ผู้ใหญ่บ้านจางแค่นหัวเราะในลำคอ เดินดุ่มๆ เข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามโดยไม่ได้รับเชิญ "ได้ยินมาว่าพวกเธอคิดจะตั้ง 'สหกรณ์การเกษตร' อะไรนั่นขึ้นมาเองโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากฉัน... ช่างกล้าดีนี่! ลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าผืนดินตงเป่ยแห่งนี้ ใครคือผู้ดูแลจัดสรรโควตาปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครในห้องกล้าหายใจแรง เฉินเว่ยค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับผู้ใหญ่บ้านจางตรงๆ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเย้ยหยันแต่กลับดูสุภาพจนน่ากลัว "ผู้ใหญ่บ้านจางมาเยือนถึงที่ ย่อมไม่ใช่แค่เพราะเรื่องโควตาปุ๋ยเป็นแน่..." เฉินเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับก้องกังวานทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ "ท่านกลัว... กลัวว่าถ้าชาวบ้านรวมกลุ่มกันซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ในราคาต้นทุนจากโรงงานโดยตรง เส้นทางผลประโยชน์ใต้โต๊ะที่ท่านผูกขาดมาหลายปีจะพังทลายลงใช่ไหมครับ?" ปัง! ผู้ใหญ่บ้านจางตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกพรวดขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าอวบอิ่มแดงก่ำด้วยความอับอายที่ถูกแทงใจดำ "สามหาว! เฉินเว่ย แกมันแค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืน คิดจะมาสั่งสอนฉันงั้นรึ? บอกไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้าพวกแกกล้าฝ่าฝืนคำสั่งฉัน สหกรณ์บ้าบออะไรนี่จะไม่มีทางได้รับอนุมัติกระดาษแม้แต่แผ่นเดียว! และเตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย ครอบครัวพวกแกจะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ในหมู่บ้านนี้อีก!" คำขู่คุกคามดังลั่นห้อง บรรยากาศกดดันจนชาวบ้านหลายคนเริ่มตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หลี่มู่ฮุ่ยเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความกังวล แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวสามี แต่ศัตรูคราวนี้มีอำนาจในท้องถิ่นหนุนหลัง การหักดิบกับผู้ใหญ่บ้านจางย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าเฉินเว่ยกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ร่างกายสูงโปร่งก้าวเข้าไปใกล้ผู้ใหญ่บ้านจางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง แรงกดดันลึกลับบางอย่างถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวเขาจนผู้ใหญ่บ้านจางต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ผลที่จะตามมาอย่างงั้นหรือครับผู้ใหญ่บ้านจาง..." เฉินเว่ยยิ้มเย็นเยียบ สายตาคมกริบมองทะลุปรุโปร่งไปถึงสันหลังของอีกฝ่าย "ท่านคิดว่ายุคนี้ยังเป็นยุคที่ใครมีอำนาจในท้องถิ่นจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้อยู่หรือครับ? ลองไตร่ตรองดูให้ดีเถอะว่า บัญชีลับการกระจายเมล็ดพันธุ์เมื่อฤดูกาลก่อน หากถูกส่งไปถึงมืองานตรวจสอบของอำเภอ... ท่านคิดว่าเก้าอี้ใต้ก้นของท่านจะยังคงมั่นคงอยู่สักกี่น้ำ?" ร่างท้วมของผู้ใหญ่บ้านจางสะท้านเฮือก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ความลับที่เขาคิดว่าเก็บซ่อนไว้อย่างดี เหตุใดเด็กหนุ่มคนนี้จึงล่วงรู้ได้?! "แก... แกพูดเรื่องอะไร... ฉันไม่เข้าใจ!" ผู้ใหญ่บ้านจางเสียงสั่นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "เข้าใจหรือไม่ ท่านย่อมรู้แก่ใจดีครับ" เฉินเว่ยตบไหล่หนาของผู้ใหญ่บ้านจางเบาๆ สองครั้ง ราวกับกำลังตบสั่งสอนเด็กน้อย "เอาล่ะ ในเมื่อวันนี้ท่านอุตส่าห์มาเยี่ยมถึงที่ ผมก็ไม่อยากหักหาญน้ำใจจนเกินไป... สหกรณ์การเกษตรยุคใหม่นี้ จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และถ้าท่านฉลาดพอ ท่านควรจะถอยออกไปยืนดูความสำเร็จ หรือไม่... ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในฐานะผู้สนับสนุน เพื่อรักษาหน้าตาของท่านไว้... เชิญครับ" ผู้ใหญ่บ้านจางหน้าดำคร่ำเครียด ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคือง แต่อำนาจต่อรองในมือกลับมลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับสายตานิ่งสงบแต่เฉียบคมของเฉินเว่ย "ดี... ดีมาก เฉินเว่ย! แกจำคำวันนี้ไว้ให้ดี!" ผู้ใหญ่บ้านจางสะบัดแขนด้วยความโกรธจัด หมุนตัวเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย พร้อมลูกน้องที่รีบวิ่งตามหลังแทบไม่ทัน เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นทั่วห้องประชุม ชาวบ้านต่างมองเฉินเว่ยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความกังวลกลายเป็นความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแท้จริง หลี่มู่ฮุ่ยผ่อนลมหายใจยาว เดินเข้ามาใกล้สามี สายตาทอดมองด้วยความชื่นชมและห่วงใย "คุณทำเกินไปหรือเปล่าคะ... เขาอาจจะหาทางเล่นงานเราใต้ดินหนักกว่าเดิมก็ได้" เฉินเว่ยหันมามองภรรยา ดวงตาที่เคยเฉียบคมอ่อนแสงลงเล็กน้อย เขายื่นมือไปกุมมือเรียวบางที่ยังคงเย็นเฉียบของเธอไว้เบาๆ "มู่ฮุ่ย คนอย่างผู้ใหญ่บ้านจางกลัวตายและรักอำนาจยิ่งกว่าอะไร ยิ่งเราแสดงความอ่อนแอ เขาจะยิ่งขยี้ แต่ถ้าเราแสดงความเหนือกว่าที่เขาแตะต้องไม่ได้ เขาก็จะกลายเป็นแค่สุนัขจนตรอกที่ไม่กล้าเห่า..." เฉินเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ก่อนที่ดวงตาของเขาจะหันกลับไปมองเอกสารแผนงานบนโต๊ะ "งานหลักของเราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก การรวบรวมชาวบ้านลดต้นทุนคือหัวใจ..." ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับเข้าสู่การประชุมวางแผนขั้นตอนสุดท้าย เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นแว่วๆ จากด้านนอกหน้าต่าง ประตูห้องที่เพิ่งถูกปิดลงไปถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างรวดเร็ว! ร่างของชายชราคนหนึ่งในชุดเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่า สวมหมวกฟางบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องด้วยท่าทางเร่งรีบ เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและฝุ่นดิน "คุณเฉิน... แย่แล้วครับ!" ชายชราหอบหายใจถี่กระชั้น สีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด "คลังสินค้าเก็บเมล็ดพันธุ์ลอตใหญ่ที่เราเพิ่งสั่งซื้อมาเพื่อเตรียมทำสหกรณ์... ตอนนี้กำลังถูกไฟไหม้จนวอดวายหมดแล้วครับ!" เฉินเว่ยชะงักค้างไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาดำขลับหรี่ลงอย่างเฉียบคม รังสีอำมหิตพวยพุ่งขึ้นจากร่างในพริบตาเดียว! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางพลิกชะตาครั้งนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%