เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อดีดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชาเซรามิกราคาแพงกระเด็น น้ำชาสีอำพันร้อนระอุไหลนองเปรอะเปื้อนเอกสารสัญญามูลค่าหลายพันล้านเครดิต แบรดลีย์ หอบหายใจฮืดฮาด ดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและแววตาสบประมาท บัดนี้กลับมีเส้นเลือดฝอยสีแดงฉานปูดโปนจนน่ากลัว เขากวาดสายตามองชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงลิบลิ่วที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจยอมรับได้
"แก... แกทำอะไรลงไป ลีโอ!" เสียงคำรามลอดไรฟันของทายาทตระกูลใหญ่สั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินขั้วหัวใจ
ลีโอ ไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารที่เปียกชุ่มด้วยน้ำชา นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเนิบนาบ รอยยิ้มมุมปากของเขายกขึ้นเพียงเล็กน้อย ช่างดูเย็นชาและทรงอำนาจจนคนมองรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวลึก
"ผมก็แค่ทำในสิ่งที่คนตระกูลมั่งคั่งอย่างพวกคุณถนัดที่สุด... ใช้เงินซื้อความพินาศของคนอื่นไงครับ แบรดลีย์"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ ทำให้แบรดลีย์ถึงกับผงะถอยหลังจนเก้าอี้ล้มกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ห้องรับรองพิเศษของโรงแรมระดับเจ็ดดาวที่เคยเป็นสถานที่ประกาศชัยชนะของตระกูลใหญ่ บัดนี้กลับกลายเป็นลานประหารที่ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ หุ้นของบริษัทในเครือทั้งหมดร่วงดิ่งลงสู่ก้นเหวนับตั้งแต่ตลาดเปิดทำการในเวลาไม่ถึงสี่สิบแปดนาที และผู้ที่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดไว้ในกำมือด้วยมูลค่ามหาศาล ก็คือชายหนุ่มผู้ที่พวกมันเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่ฮันเตอร์ไร้ค่า
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่ลีโอยังเป็นเพียงฮันเตอร์แรงก์ E ที่ดิ้นรนหาเงินมารักษาอาการป่วยของภรรยา คนกลุ่มนี้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างไร้ความปรานี พวกมันหัวเราะเยาะเมื่อเขาต้องก้มกราบขอร้องขอเบิกเงินล่วงหน้า พวกมันสาดน้ำร้อนใส่หน้าเขาเพียงเพราะเขาเดินชนไหล่คุณชายตระกูลดัง และที่เลวร้ายที่สุด... พวกมันเคยเกือบพรากชีวิตของริน หญิงสาวอันเป็นที่รักยิ่งของเขาไปจากโลกนี้
แต่ทว่า... โลกใบนี้ไม่ได้ใจร้ายกับลีโอตลอดไป ระบบผู้กล้าที่ตื่นขึ้นพร้อมกับบัตรดำอเนกประสงค์ไร้วงเงินในวันใกล้ตาย ได้พลิกผันโชคชะตาของเขาให้กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งทวีป
"แกคิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอลีโอ! กฎหมายโลกฮันเตอร์ สมาคม... พวกเขาไม่มีวันยอมให้แกผูกขาดอำนาจเบ็ดเสร็จแบบนี้หรอก!" แบรดลีย์ตะโกนสุดเสียง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น มือที่กำหมัดแน่นสั่นเทาจนห้ามไม่อยู่
ลีโอลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงตระหง่านและออร่าความกดดันระดับ SSS ที่ถูกปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยววินาที ทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที ราวกับความตายกำลังก้าวเข้ามาใกล้ทุกขณะ เขาสDสายตาคมกริบมองไปยังศัตรูตัวฉกาจด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความปรานี
"กฎหมายเหรอครับ? คุณกำลังพูดถึงกฎหมายของผู้มีอำนาจที่พวกคุณเป็นคนร่างขึ้นมาเองสินะ" ลีโอย่างสามขุมเข้าไปหาช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "น่าเสียดายจังนะครับ... ที่ตอนนี้ กฎหมายเหล่านั้นกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยลายมือของผมเอง"
แบรดลีย์ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี แรงกดดันมหาศาลทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก สมองขาวโพลนเมื่อตระหนักได้ว่าตระกูลเก่าแก่ที่สั่งสมอำนาจมาหลายชั่วอายุคน กำลังจะล่มสลายลงด้วยน้ำมือของคนที่พวกมันเคยเห็นเป็นแค่ฝุ่นผง
"ได้โปรด... ลีโอ ได้โปรดไว้ชีวิต... หรือไม่ก็เว้นธุรกิจเหมืองแร่ทางใต้ไว้ให้สักแห่งเถอะนะ ฉันขอร้อง..." เสียงอ้อนวอนที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและหยาดเหงื่อ ช่างน่าสมเพชในสายตาของฮันเตอร์หนุ่ม
ลีโอหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า หญิงสาวร่างบางในชุดเดรสสีขาวนวลที่ยืนรออยู่นอกรัศมีแสงไฟ ริน ภรรยาอันเป็นที่รักของเขาก้าวเข้ามาเงียบๆ มือเรียวบางเอื้อมมาจับชายเสื้อสูทรecของสามีไว้เบาๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่เขาด้วยความรักและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง รินไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ แต่สัมผัสอุ่นจากเธอก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจที่ด้านชาของลีโอกลับมาอบอุ่นขึ้นอีกครั้ง
ลีโอย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของคนที่กำลังคุกเข่าหวาดกลัวขึ้นมาสบตากันตรงๆ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคาย
"จำตอนที่ภรรยาของผมคุกเข่าร้องขอความช่วยเหลือจากคุณเมื่อสามปีก่อนได้ไหมครับ แบรดลีย์... คุณบอกว่าสุนัขข้างถนนไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเห่าหอนต่อหน้าคุณ"
ลีโอปัดเสื้อสูตรของตัวเองเบาๆ ราวกับรังเกียจที่จะสัมผัสเศษสวะตรงหน้า ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงกังวานที่สะท้อนก้องไปทั่วทั้งชั้นของอาคาร
"วันนี้... ผมนี่แหละ จะเป็นคนกวาดล้างตระกูลที่กล้าแตะต้องคนของผมให้สิ้นซาก! ไม่เหลือแม้แต่เศษซากให้พวกแกได้กลับมาผุดมาเกิดอีก!"
สิ้นเสียงคำประกาศิต ลีโอควักบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนประกายแสงลึกลับออกมาจากกระเป๋าเสื้อ นิ้วเรียวกดทำรายการโอนเงินครั้งสุดท้ายเพื่อปิดดีลซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลแบรดลีย์ในเวลาเพียงสามวินาที เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวพร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีทองที่สว่างวาบ
[ติ๊ง! ยืนยันการทำธุรกรรมมูลค่า 50,000,000,000 เครดิต สำเร็จ!]
[ภารกิจกวาดล้างตระกูลเป้าหมาย: สำเร็จ 100%]
[สถานะปัจจุบัน: บัญชีผู้ถือครองอำนาจสูงสุดแห่งมหานครได้รับการอัปเดต!]
ทว่า ในวินาทีที่หน้าจอโฮโลแกรมกำลังจะดับลง เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับวิกฤตของตึกระฟ้าแห่งนี้ก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟภายในห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในห้องถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์รูป "กางเขนสีเลือด" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรลับใต้ดินที่หายสาบสูญไปนานนับร้อยปี และเสียงทุ้มต่ำลึกลับดังลอดออกมาจากระบบกระจายเสียงของอาคาร โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าต้นตอมาจากที่ใด...
*“ยินดีด้วยนะ ลีโอ... นายทำลายหมากตัวกระจอกได้หมดแล้ว แต่ดูเหมือนว่า... เจ้าของกระดานตัวจริง กำลังรอพบแกอยู่ด้านนอกแล้วล่ะ”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันที่สำคัญที่สุดนี้ด้วยกันนะครับ
เงาฮันเตอร์ไร้เงา
สยบเฮียคลั่งรัก: ระบบผู้กล้าปลุกบัตรดำสะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 31
ยื่นคำขาดครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียคลั่งรัก: ระบบผู้กล้าปลุกบัตรดำสะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!