เสียงกระจกนิรภัยหนาเตอะระเบิดแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษคมกริบกระจายเกลื่อนพื้นราวกับหิมะสีดำที่ร่วงหล่นจากความมืดมิด
"พังมันเข้าไป! ท่านแบรดลีย์สั่งไว้ว่าร้านนี้ต้องราบเป็นหน้ากลอง อย่าให้เหลือแม้แต่ซากอิฐ!"
เสียงตะโกนก้าวร้าวของลูกน้องระดับแรงก์ A สังกัดกิลด์ไททันดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเงาร่างมหึมาสามร่างที่พังประตูเหล็กหนาเข้ามาในย่านการค้าใจกลางเมือง พวกมันสวมชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิท ในมือถือขวานพลาสม่าเรืองแสงสีแดงฉาน บ่งบอกถึงเจตนาฆ่าที่ชัดเจนอย่างไร้ความปรานี
ทว่า... ร่างของพวกมันกลับหยุดชะงักลงทันทีที่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตู
ไม่มีเสียงกรีดร้องหวาดกลัวของเจ้าของร้าน ไม่มีร่องรอยความยากจนข้นแค้นอย่างที่พวกมันได้รับรายงานจากสายลับ มีเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว และกลิ่นอายของพลังงานลึกลับที่แผ่พุ่งออกมาจากอากาศว่างเปล่า
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนใสดังกังวานขึ้นในโสตประสาทของระบบ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ
[ระบบป้องกันอัตโนมัติระดับพระเจ้า: เปิดใช้งาน]
[ตรวจพบเจตนาคุกคามและบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลของท่านฮันเตอร์ระดับ SSS]
[ดำเนินการตอบโต้: ทำลายล้างผู้บุกรุก 100%]
"เฮ้ย... อะไรวะเนี่ย ทำไมขยับไม่ได้!" ลูกน้องคนแรกที่ถือขวานพลาสม่าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเมื่อมันพยายามฝืนเร่งพลังมานาสีฟ้าเพื่อขัดขืน แต่กลับพบว่าร่างกายของตนถูกตรึงไว้ด้วยม่านพลังงานสีทองอร่ามที่มองไม่เห็น แรงโน้มถ่วงนับร้อยตันกดทับลงบนไหล่จนเข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบกระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น
*กรอบ!*
เสียงกระดูกข้อต่อลั่นร้าวตามมาติดๆ ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
ลูกน้องคนที่สองและสามพยายามจะถอยหลังหนีออกไปทางประตู แต่สายโซ่แห่งแสงสีทองนับสิบเส้นพุ่งทะลุออกมาจากพื้นดินราวกับอสรพิษมีชีวิต มันพุ่งเข้าพันธนาการข้อเท้าของพวกมันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ กระชากลากถูพวกมันให้ล้มลงอย่างไร้ทางสู้ ขวานพลาสม่าในมือหลุดร่วงกระทบพื้นเกิดประกายไฟสาไฟแลบแปล๊บปลาบ
"อ๊ากกก! ปล่อยกูนะเว้ย! พวกเราเป็นคนของตระกูลแบรดลีย์ แกกล้าดียังไง..."
ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดจบประโยค ม่านพลังงานสีทองก็แผ่ขยายคลื่นกระแทกอันรุนแรงออกไปรอบทิศทาง
*ตูมมม!*
ร่างของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ทั้งสามถูกซัดกระเด็นลอยละลิ่วทะลุกำแพงร้านออกไปชนเข้ากับตึกฝั่งตรงข้ามอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เศษปูนและอิฐร่วงหล่นลงมาทับถมร่างของพวกมันจนหมดสติแน่นิ่งจมกองเลือด สิ้นสภาพการต่อสู้ในเวลาไม่ถึงสามวินาที
นี่ไม่ใช่การต่อสู้... แต่มันคือการ "กวาดล้าง" อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ภายในห้องนอนชั้นบน รินสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราเพราะแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ เปลือกตาสวยกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสท่ามกลางความมืด ก่อนที่ดวงตาคู่หวานจะฉายแววตื่นตระหนก เธอรีบกวาดสายตามองไปรอบห้องที่คุ้นเคย กลิ่นอายของความยากลำบากที่เคยเกาะกุมจิตใจมานานนับปีจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นจากผ้าห่มเนื้อดีและบรรยากาศหรูหราที่ลีโอจัดเตรียมไว้ให้
"ลีโอ..." เสียงหวานเอמהเบาหวิวด้วยความกังวล มือเรียวบางเอื้อมไปสัมผัสหมอนข้างที่ว่างเปล่า ความเย็นเยียบที่หลงเหลืออยู่บ่งบอกว่าสามีของเธอตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว
รินรีบสวมเสื้อคลุมแล้วก้าวเดินลงมาจากบันไดอย่างเงียบเชียบ หัวใจของเธอดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น กลัวว่าสามีสุดที่รักจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายอันใหญ่หลวงจากตระกูลแบรดลีย์ที่เคยเหยียบย่ำพวกเขา ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องสายตาเมื่อเธอลงมาถึงชั้นล่าง กลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกลงไปทันที
ประตูร้านที่ควรจะปิดสนิท กลับเปิดโล่งรับลมยามค่ำคืน ด้านนอกเต็มไปด้วยกลุ่มควันจางๆ และเศษซากความเสียหายจากการปะทะ แต่ลีโอกลับยืนหันหลังให้เธออย่างสงบนิ่ง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษทอดสายตามองไปยังถนนเบื้องล่างอย่างใจเย็น ในมือถือสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่หน้าจอกำลังแสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารระดับเวิลด์คลาส—ตัวเลขศูนย์นับสิบหลักที่ไร้ขีดจำกัด
ลีโอสัมผัสได้ถึงการมาของภรรยา เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับมา รอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่นที่สุดถูกส่งมอบให้หญิงสาวผู้เป็นดวงใจ ดวงตาคมกริบทอประกายความรักลึกซึ้งจนคนมองแทบละลาย
"ตื่นแล้วหรือครับที่รัก..." เสียงทุ้มนุ่มเอמהทักทายอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่เป็นเพียงแค่เรื่องลมแล้ง "ผมบอกแล้วไงครับว่า... ไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายเราได้อีกต่อไปแล้ว"
รินยกมือขึ้นปิดริมฝีปากที่สั่นเทา หยาดน้ำใสคลอเบ้าตาด้วยความตื้นตันใจ เธอก้าวเข้าไปสวมกอดเอวสอบของสามีแน่น ใบหน้าแนบซบลงกับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความปลอดภัยที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต
"ฉัน... ฉันกลัวเหลือเกินค่ะลีโอ กลัวว่าทั้งหมดนี้จะเป็นแค่ความฝัน" เธอกระซิบเสียงเครือ
ลีโอยกมือขึ้นโอบกอดร่างบางไว้แนบอก ปลายจมูกโด่งรั้นกดลงบนเส้นผมสลวยสูดดมความหอมละมุนอย่างรักใคร่ มืออีกข้างลูบหลังเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
"มันไม่ใช่ความฝันครับริน ทุกอย่างที่เป็นของพวกมัน... ผมจะยึดมาให้หมด และคนที่มันเคยเหยียบย่ำ จะต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตต่อหน้าเธอด้วยมือของผมเอง"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความหวานชื่น เสียงแจ้งเตือนจากระบบฮันเตอร์ระดับ SSS ก็ดังแทรกขึ้นมาในหัวของลีโออีกครั้ง พร้อมกับเรดาร์ตรวจจับพลังงานสีแดงฉานที่กำลังพุ่งตรงมายังร้านค้าของพวกเขาด้วยความเร็วสูงระดับพายุหมุน
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบฮันเตอร์ระดับ SSS นอกรีต กำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้เป้าหมายในระยะ 500 เมตร]
[เป้าหมายคือ: แบรดลีย์ บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนแห่งตระกูลผู้ทรงอิทธิพล พร้อมกองกำลังส่วนตัวระดับหัวกะทิ]
ลีโอชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไปไม่ถึงดวงตา เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของภรรยาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจเด็ดขาด
"ดูเหมือนว่า... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญตัวจริง จะมาเคาะประตูบ้านเราด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ"
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมาครับ
สยบเฮียคลั่งรัก: ระบบผู้กล้าปลุกบัตรดำสะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 15
การปะทะกันของเงินตราและอำนาจ
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียคลั่งรัก: ระบบผู้กล้าปลุกบัตรดำสะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!