ความเงียบงันภายในห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมแกรนด์รอยัลเวลเนสราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ทุกสายตาในที่นั้นต่างเบิกกว้างจนแทบทะลุเบ้า เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับของเหล่าเซเลบและมหาเศรษฐีตระกูลดัง เสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบพื้นหินอ่อนดัง "กัป... กัป..." แต่ละก้าวกลับหนักอึ้งราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของทุกคน
ลีโอยืนอยู่นิ่งสงบ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อสูทตัดเย็บพิเศษอย่างสบายอารมณ์ ขณะที่อีกข้างโอบประคองเอวบางของรินเอาไว้เบาๆ แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกหรือประหม่าแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เบื้องหน้าของเขา—ผู้จัดการโรงแรมวัยกลางคนผู้เคยเชิดหน้าชูตาและเหยียดหยามพวกเขาเมื่อไม่กี่นาทีមុน บัดนี้เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพ้าจ้องมองเอกสารสิทธิ์การถือครองในมือของเลขาธิการใหญ่ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"ทะ... ท่านประธาน... นี่มันเรื่องอะไรกันครับ?" เสียงของผู้จัดการโรงแรมสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ น้ำลายเหนียวหนืดติดคอจนต้องกลืนลงไปด้วยความยากลำบาก "ผม... ผมไม่ทราบมาก่อนว่า..."
"ไม่ทราบงั้นรึ?" เสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขามดังแทรกขึ้นจากผู้อำนวยการอาวุโสของเครือโรงแรมระดับโลก ซึ่งยืนก้มศีรษะโค้งคำนับให้ลีโอด้วยความเคารพสูงสุด "แกกล้าดียังไงถึงขับไล่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดและภรรยาของท่านประธาน ออกจากพื้นที่ในเครือของเรา? แกเบิกเนตรตาหมาของแกดูซะ ว่าคนที่แกกำลังเหยียดหยามอยู่นี้ คือผู้ถือหุ้นใหญ่ 100% ที่เพิ่งกวาดซื้อกิจการทั้งหมดเมื่อหนาวนี้!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลของทุกคนในห้อง
แบรดลีย์ที่ยืนหน้าซีดอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น ขาของเขาเริ่มอ่อนแรงจนต้องใช้มือคว้าพนักเก้าอี้ไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ย บัดนี้สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก สมองของเขาพยายามประมวลผลเรื่องราวทั้งหมด—*มันเป็นไปไม่ได้! ไอ้เศษสวะฮันเตอร์ไร้ค่าที่เคยคุกเข่าขอเงิน มันจะกลายเป็นเจ้าของโรงแรมมูลค่าหมื่นล้านได้อย่างไรภายในชั่วข้ามคืน?!*
"คุณ... คุณลีโอครับ..." แบรดลีย์ฝืนกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ พยายามเค้นเสียงที่สั่นพร่าออกมา "นี่มันต้องเป็นความเข้าใจผิดแน่ๆ ครับ เขา... เขาแค่ฮันเตอร์กระจอกๆ คนหนึ่ง..."
ลีโอหันกลับมามองช้าๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเยียบเย็นที่ทำให้แบรดลีย์รู้สึกราวกับถูกมีดน้ำแข็งกรีดแทงผิวหนัง
"ฮันเตอร์กระจอกๆ อย่างฉันงั้นรึ?" ลีโอก้าวเท้าเดินเข้าไปหาแบรดลีย์ช้าๆ ทุกจังหวะที่เขาขยับ ราวกับเป็นการบีบอัดอากาศรอบตัวให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ "แบรดลีย์ นายเคยบอกว่าสุนัขข้างถนนยังมีค่ามากกว่าฉันใช่ไหม? งั้นมาดูกันว่า ตอนนี้ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายนอนคุกเข่าอยู่บนพื้น"
ระบบผู้กล้าส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ ในโสตประสาทของลีโอ—*[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมายแสดงความหวาดกลัวระดับวิกฤต ค่าสถานะอำนาจพุ่งทะยาน +500%! เปิดใช้งานสกิลพิเศษ: "รัศมีแห่งจักรพรรดิ" บังคับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในรัศมี 50 เมตรรดน้ำตาขอขมา]*
รินมองสามีของเธอด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แววตาของเธอมีทั้งความภาคภูมิใจ ความตื้นตัน และความรักที่ลึกซึ้ง มือเรียวเล็กเอื้อมไปกุมมือของลีโอไว้แน่นราวกับต้องการบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะยังคงยืนเคียงข้างเขาเสมอ ลีโอรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากภรรยา เขากระชับมือเธอกลับเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความมั่นคง
"ผู้จัดการโรงแรม!" เสียงของผู้อำนวยการอาวุโสคำรามลั่น ทำลายความเงียบ "มัวรออะไรอยู่! ไสกหัวผู้หญิงสารเลวคนนั้นออกไปจากโรงแรมของเราเดี๋ยวนี้! และแก... เก็บกระเป๋าไสหัวตามออกไปรับกรรมที่ตำรวจได้เลย!"
ร่างของอดีตแฟนสาวของลีโอ—ผู้หญิงที่เคยทอดทิ้งเขาในยามยากและเลือกจะไปเกาะติดแบรดลีย์—บัดนี้ทรุดฮวบลงร้องไห้โฮอย่างหมดสภาพ เธอกลานเข้ามาหมายจะควชายเสื้อของลีโอเพื่อขอความเห็นใจ "ลีโอ... ลีโอคะ! ช่วยฉันด้วย เราเคยรักกันนะ... คุณจำไม่ได้เหรอ?"
ลีโอก้มมองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับเธอก็เป็นเพียงแค่อากาศธาตุที่ไม่หลงเหลือค่าใดๆ ในชีวิตของเขาอีกต่อไป
"ความรัก?" ลีโอหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด "คำนี้มันมีค่าเกินกว่าที่คนอย่างเธอจะเอ่ยถึง ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วสั่งให้คนโยนเธอลงไปจากชั้นนี้"
การ์ดรักษาความปลอดภัยร่างยักษ์สี่คนก้าวเข้ามาหิ้วปีกหญิงสาวและผู้จัดการโรงแรมออกไปอย่างไม่ใยดี เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงร้องขอชีวิตค่อยๆ ไกลออกไป เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง
แบรดลีย์ยืนตัวสั่นเทา ลมหายใจติดขัด เหงื่อไหลท่วมแผ่นหลัง เขารู้ดีว่าจุดจบของตระกูลเขามาถึงแล้วเมื่อลีโอหันกลับมาจ้องตรงมาที่เขา พร้อมกับรอยยิ้มที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา
"ส่วนนาย... แบรดลีย์" ลีโอเอ่ยชื่อนั้นช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "เกมแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น..."
ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของแบรดลีย์ก็แผדเสียงแหลมสูงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันเป็นเสียงแจ้งเตือนจากธนาคารกลางที่สั่นสะท้อนความหายนะ แบรดลีย์ด้วยมือที่สั่นเทาควักโทรศัพท์ออกมากดดู หน้าจอแสดงข้อความตัวอักษรสีแดงฉานขนาดใหญ่—*บัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลคุณถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุด และหุ้นทุกตัวร่วงลงสู่จุดต่ำสุดจนติดลบ 100%*
แบรดลีย์เบิกตากว้างจนเส้นเลือดฝอยแตก ร่างกายเซถลาถอยหลังล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาเหม่อลอยไร้สติราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
ลีโอยืนมองศัตรูตัวฉกาจที่พังทลายลงด้วยมือของตนเอง ก่อนที่เขาจะหันมามองรินด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้แค่เธอคนเดียว ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะโอบกอดเธอนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของลีโอก็แผดเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอระบบผู้กล้า—*[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบสัญญาณชีพของ "บุคคลปริศนา" จากองค์กรลับระดับ SSS ที่กำลังพุ่งเป้ามาที่คุณในรัศมี 3 กิโลเมตร... และพวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อเอาชีวิตคุณ!]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เงาฮันเตอร์ไร้เงา" เสมอมานะครับ!
สยบเฮียคลั่งรัก: ระบบผู้กล้าปลุกบัตรดำสะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 7
การคุกเข่าของตระกูลใหญ่
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียคลั่งรัก: ระบบผู้กล้าปลุกบัตรดำสะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!