แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 9

ร่องรอยของภัยเงียบ

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"บัญชีคลังเสบียงของกองทัพพิทักษ์ชายแดน... เหตุใดจึงมีตัวเลขปริมาณข้าวสารที่เบิกออกไปสอดคล้องกับจำนวนทหารในค่ายอย่างสมบูรณ์แบบบนกระดาษ แต่ในความเป็นจริง ยุ้งฉางกลับเหลือแค่ก้นถังเช่นนี้เล่าเพคะ" เสียงหวานใสแต่ทุ้มต่ำและเฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดลับประจำจวนแม่ทัพ หลินฟางเซียนในชุดอาภรณ์เรียบง่ายแต่ตัดเย็บอย่างประณีต ปลายน้องเรียวขาวกำลังใช้นิ้วเคาะเบา ๆ บนสมุดบัญชีหนังวัวเก่าคร่ำครึที่นางเพิ่งแอบนำออกมาจากกองเอกสารลับของกองทัพ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววาววับราวกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่กำลังจับไต๋เหยื่อได้คาหนังคาเขา หานหยางที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะอ่อนส่งเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ยามที่เขาขยับตัว ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีหันมามองภรรยาคนสวยแวบหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจรอบห้องเพื่อความปลอดภัยตามสัญชาตญาณของนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชน "เจ้าไปได้สมุดเล่มนี้มาจากไหน ฟางเซียน..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำลงอย่างระแวดระวัง แม้ในยามปกติเขาจะเป็นบุรุษผู้เย็นชาและเคร่งขรึมต่อหน้าผู้คน แต่ยามที่อยู่กับนาง ความดุดันเหล่านั้นมักจะแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลในความปลอดภัยของนางเสียมากกว่า "นี่คือเอกสารลับระดับกองพล หากรองแม่ทัพหลี่หรือพวกขุนนางฝ่ายเสบียงรู้เข้าว่าเจ้าแอบเปิดดู เจ้าจะตกอยู่ในอันตราย" ฟางเซียนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของนางระคนด้วยความเย้ยหยัน นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาบุรุษร่างหนาที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู ก่อนจะยื่นมือเรียวไปแตะที่สาบเสื้อเกราะของเขาเบา ๆ สัมผัสอุ่นร้อนผ่านเนื้อผ้าทำให้หานหยางเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "อันตรายหรือเพคะ ท่านพี่..." นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดื้อรั้นคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ข้าเป็นภรรยาแม่ทัพ ย่อมมีสิทธิ์ที่จะตรวจตราความเป็นอยู่ของคนในค่าย หากข้าไม่เอะใจสังเกตเห็นความผิดปกติจากการที่ท่านอุตส่าห์แบกกระสอบข้าวสารคุณภาพต่ำมาให้ข้าใช้ทำแป้งทอดในครัวเมื่อสามวันก่อน เราคงยังโง่งอมงาย ปล่อยให้พวกหนอนบ่อนไส้สูบเลือดเนื้อของกองทัพจนแห้งเหือดไปแล้วกระมั้ง" คำพูดของนางทำให้หานหยางขมวดคิ้วมุ่น ความทรงจำเมื่อสามวันก่อนผุดขึ้นมาในหัว ข้าวนั่น... เป็นข้าวหักปนแกลบที่ทางกรมเสบียงส่งมาให้ค่ายทหารบริโภค ซึ่งเขาเองก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าเหตุใดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรมาอย่างมหาศาล จึงซื้อได้แต่ธัญพืชคุณภาพต่ำเช่นนี้มาให้เหล่าทหารหาญที่ต้องเอาชีวิตไปแลกกับความสงบสุขของบ้านเมือง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." หานหยางเอ่ยเสียงเครียด มือหนายื่นออกไปโอบเอวคอดกิ่วของภรรยาเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณการปกป้อง "เจ้าเจออะไรอีก" "หึ..." ฟางเซียนยิ้มมุมปาก นางผละตัวออกจากอ้อมแขนอุ่นซ่านนั้นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำเขากลับไปที่โต๊ะทำงานที่มีสมุดบัญชีและกระดาษบันทึกราคาตลาดมืดกางอยู่ "ข้าใช้เวลาสองคืนที่ผ่านมาในการเปรียบเทียบ 'ราคาตลาด' ของข้าวสารและเนื้อสัตว์ กับ 'ยอดเงินเบิกจ่าย' ในสมุดบัญชีเล่มนี้ของกองทัพ" นางใช้นิ้วเรียวชี้ไปยังตัวเลขแถวหนึ่ง "ท่านพี่ลองดูนี่สิเพคะ ในเดือนอ้าย มีการเบิกเงินซื้อข้าวสารชั้นดีจำนวนสเกลใหญ่จากพ่อค้าคนกลางนามว่า 'เฉินไห่' แต่ในค่ายของเรากลับได้กินข้าวหัก แถมปริมาณยังหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง หากคำนวณส่วนต่างของราคาที่ถูกยักยอกไป... เงินจำนวนนี้สามารถซื้อที่ดินทำกินได้ทั้งอำเภอเลยทีเดียว" หานหยางก้มลงมองตัวเลขเหล่านั้น ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงจนกลายเป็นเส้นตรง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของแม่ทัพหนุ่มจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่ง ข้ารับใช้และทหารในค่ายต่างรู้ดีว่ายามที่แม่ทัพหานโกรธ เปรวเพลิงแห่งความตายมักจะตามมาเสมอ แต่ความโกรธในครั้งนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ข้าศึกนอกกำแพงเมือง หากแต่พุ่งตรงไปยังพวกกังฉินที่กัดกินชาติบ้านเมืองอยู่ภายใน "เฉินไห่..." หานหยางเค้นชื่อนี้ออกมาจากไรฟัน "มันเป็นพ่อค้าคนสนิทของรองแม่ทัพหลี่ และยังมีศักดิ์เป็นน้องภรรยาของนายกองคลังเสบียง..." " bingo เพคะ ท่านพี่" ฟางเซียนปรบมือเบา ๆ อย่างชอบใจ รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าสะสวย "พวกมันร่วมมือกันเป็นเครือข่ายใหญ่ เบิกของหลวงแต่ส่งของห่วยเข้าค่าย ส่วนต่างที่เหลือก็เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง ปล่อยให้ทหารชั้นผู้น้อยต้องอดมื้อกินมื้อ และที่แย่ไปกว่านั้น..." นางเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย ดวงตากลมโตหันมามองสามีด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและจริงจังขึ้น "หากเกิดศึกกระชั้นชิดขึ้นมาจริง ๆ และเสบียงสำรองในค่ายมีไม่พอตามบัญชีทิพย์นี้ เลือดของทหารนับหมื่นนายจะต้องนองแผ่นดินเพราะความโลภของคนกลุ่มเดียว... ท่านรับได้หรือเพคะ?" คำถามนี้ดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจของหานหยาง ความภักดีต่อแผ่นดินและความรักที่มีต่อภรรยาหลอมรวมกันจนกลายเป็นเพลิงโทสะที่ยากจะดับลง เขาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนเด่น มือหนากำหมัดเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน "พวกมันบังجอาจนัก..." หานหยางพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ข้าอุตส่าห์หลับตาข้างหนึ่งให้เรื่องการเมืองในค่ายมาโดยตลอด คิดว่าปล่อยให้พวกเขาตักตวงไปบ้างเล็กน้อยคงไม่กระทบกระเทือนอันใด แต่หากมันกล้าเอาชีวิตของคนใต้บังคับบัญชามาล้อเล่นเช่นนี้... ต่อให้มีอำนาจเบื้องสูงหนุนหลังอยู่ ข้าก็จะไม่ปล่อยมันไว้แน่!" ฟางเซียนมองปฏิกิริยาของสามีด้วยความพึงพอใจ นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้เกลียดความอยุติธรรมยิ่งกว่าสิ่งใด และนี่คือจุดแข็งที่นางสามารถนำมาใช้พลิกสถานการณ์และกวาดล้างศัตรูในจวนและในค่ายทหารไปพร้อม ๆ กันได้ "แต่การจะล้มงูพิษที่มีหัวหน้าใหญ่อยู่เบื้องหลัง เราจะใช้กำลังทื่อ ๆ เข้าปราบไม่ได้เพคะ" ฟางเซียนโน้มตัวเข้าไปกระซิบใกล้หูของเขา กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายสาวลอยเข้าจมูกของแม่ทัพหนุ่ม ทำให้สติที่กำลังเดือดดาลของเขาเริ่มสงบลงทีละน้อย "พวกมันมีเส้นสายในเมืองหลวง เราต้องตัดแขนตัดขาก่อน แล้วค่อยตีงูให้ตายทีเดียว" "แล้วเจ้ามีแผนการอันใดเล่า ยอดภรรยาของข้า" หานหยางหันมามองนาง แววตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรัก ความชื่นชม และความเชื่อใจที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ "คืนนี้ ข้าจะพาพี่ชายของข้า... อ้อ หมายถึงสหายนักค้าขายที่ข้าเพิ่งติดต่อด้วย... นำเข้า 'สินค้าเกษตรชนิดใหม่' เข้ามาในตลาดมืดของเมืองชายแดนแห่งนี้ เพื่อทดสอบระบบการค้าและดึงดูดความสนใจของพวกเฉินไห่" ฟางเซียนยิ้มเจ้าเล่ห์ "เมื่อเหยื่อเห็นผลประโยชน์ก้อนโต ย่อมต้องรีบตะครุบ และนั่นคือจังหวะที่เราจะได้หลักฐานการติดสินบนที่ดิ้นไม่หลุด" หานหยางมองรอยยิ้มนั้นแล้วอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว แม้บางครั้งเขาจะนึกหวาดกลัวความฉลาดแกมโกงของภรรยาคนนี้อยู่บ้าง แต่นางก็ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขา กลับมามีชีวิตชีวาและรู้สึกว่าโลกใบนี้ยังมีสิ่งให้ปกป้องมากกว่าผืนแผ่นดิน "ตามใจเจ้าเเต่ระวังตัวด้วย หากมีสิ่งใดผิดพลาด ข้าจะ..." "ท่านจะรีบเข้ามาช่วยข้าทันที ข้ารู้แล้วเพคะ!" ฟางเซียนหัวเราะคิกคัก ตัดบทสามีด้วยความคุ้นเคย นางหันไปหยิบถาดอาหารว่างที่สาวใช้เตรียมไว้ให้ ซึ่งส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง "ก่อนที่เราจะไปวางแผนจับโจร เรามาเติมพลังกันก่อนดีกว่าเพคะ ท่านพี่... วันนี้ข้าเข้าครัวทำ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซอสสูตรลับพิเศษ' ที่ได้มาจากมิติของข้าเอง เนื้อหมูนุ่มละลายในปาก เคี่ยวกับรากบัวและสมุนไพรป่าจนเข้าเนื้อ หอมกลิ่นเหล้าจีนและน้ำตาลเคี่ยว..." กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของเนื้อหมูตุ๋นที่โชยออกมาจากหม้อดินเผาใบเล็กบนโต๊ะ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา หานหยางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะความหิว แต่เป็นเพราะรอยยิ้มพราวระยับของภรรยาที่กำลังตักอาหารใส่ถ้วยยื่นมาให้เขา "เอ้า อ้าปากสิเพคะ แม่ทัพผู้เก่งกาจของข้า..." นางเอ่ยเย้าด้วยความอารมณ์ดี ทว่า ในขณะที่ตะเกียบไม้ไผ่กำลังจะคีบชิ้นหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำเข้าปากของหานหยางนั้นเอง... *ก๊อก ๆ ๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบและรุนแรงผิดปกติ ตามด้วยเสียงตะโกนหวาดผวาของพ่อบ้านลุงฝูที่ดังแทรกเข้ามาจากนอกห้อง "เรียนท่านแม่ทัพ! คุณหนูรอง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! ยุ้งฉางเสบียงสำรองหมายเลขสาม... จู่ ๆ ก็เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ตอนนี้ไฟกำลังลามเลียไปถึงกองเสบียงหลวงแล้วขอรับ!" ฟางเซียนชะงักมือที่ถือตะเกียบทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ส่วนหานหยางดีดตัวลุกขึ้นยืนผงะด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า... เพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน! *** ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%