"เจ้ากล้าดียังไงถึงแอบส่งข่าวให้ตระกูลอี้?"
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนเกือบเป็นเสียงคำรามดังลอดออกมาจากมุมมืดของห้องเก็บฟืน กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวน้อยลงเลยแม้แต่น้อย หลินฟางเซียนยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาดอกท้อหงส์หรี่ลงมองร่างที่ถูกมัดติดกับเสาไม้ด้วยเชือกป่านเส้นหนา
แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าใต้ผ้าคลุมที่หลุดลุ่ยเผยให้เห็น ‘อาเจิน’ บ่าวรับใช้คนสนิทที่นางเคยไว้วางใจให้คุมบัญชีในเรือนครัว สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก ยามนี้ความจงรักภักดีจอมปลอมได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อสตรีตรงหน้าผู้ซึ่งเคยเป็นคุณหนูเหย่อหยิ่งไร้สมอง บัดนี้กลับมีรัศมีกดดันน่าสะพรึงกลัวราวกับพญายมมาเยือน
"ฮูหยิน... บ่าว... บ่าวไม่ได้ตั้งใจ..." อาเจินละล่ำละลักแก้ตัว น้ำตานองหน้า
"ไม่ได้ตั้งใจหรือว่ารับเบี้ยหวัดสองทางจนคุ้นชิน?" หลินฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย รองเท้าผ้าปักลายดอกเหมยย่างเหยียบลงบนพื้นดินอย่างมั่นคง นางยื่นมือเรียวบางออกไปเชยคางบ่าวทรยศขึ้นบังคับให้สบตา "เจ้าคิดว่าความลับที่เจ้าแอบขโมยใบชาชั้นดีล็อตแรกไปส่งให้คุณชายรองตระกูลอี้ ข้าจะไม่รู้หรือ? โง่เง่าเสียจริง... คิดว่าข้าตาบอดหรือไรที่เลี้ยงงูพิษไว้ข้างกายมานานแรมปี"
"ฮูหยินโปรดเมตตา! คุณชายรองอี้เป็นคนบังคับบ่าว..."
"เก็บคำแก้ตัวไว้ไปพูดต่อหน้าผู้ตรวจการแผ่นดินเถอะค่ะ" ฟางเซียนตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "ข้าไม่ได้ใจดีพอจะเก็บสุนัขที่แอบแว้งกัดเจ้าของไว้ในเรือนหรอกนะ... พามันไปขังไว้ที่คอกม้าท้ายไร่ รอให้ท่านแม่ทัพกลับมาจากค่ายทหารเสียก่อนค่อยจัดการตามกฎของตระกูล"
สิ้นคำสั่ง เงาร่างขององครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ก็ปรากฏกายขึ้นลากตัวอาเจินออกไปอย่างไร้เสียง หลินฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มเย็นเยียบ นางหันกลับมามองเตาไฟขนาดใหญ่ในห้องครัวหลวงที่ตอนนี้ถูกจุดขึ้นใหม่อย่างคึกคัก
ศึกในเรือนยังไม่ทันสงบ ศึกนอกเรือน—หมายถึงสามีหน้านิ่งผู้เป็นเจ้าของเรือนหลังนี้—ก็กำลังรอให้นางต้องงัดกลยุทธ์ร้อยเล่ห์มาพิชิตใจอยู่เช่นกัน
ในเมื่อตระกูลหานปฏิบัติต่อภรรยาผู้นี้ราวกับอากาศธาตุ และตัวท่านแม่ทัพเองก็เอาแต่หลบหน้าหลบตาไปหมกตัวอยู่แต่กับแปลงชาป่าบนยอดเขา... นางก็คงต้องใช้ ‘กระเพาะอาหาร’ ของเขาเป็นสะพานเชื่อมใจเสียแล้ว
หลินฟางเซียนสะบัดแขนเสื้อ ก้าวเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนาง—ห้องครัวส่วนตัวที่ถูกปรับปรุงใหม่ด้วยวัตถุดิบจากมิติลับ
กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศนานาชนิดเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ตั้งแต่พริกเสฉวนคั่วแห้งที่ให้ความเผ็ดร้อนล้ำลึก ขิงแก่ปอกเปลือกเนื้อแน่นสีเหลืองนวล กระเทียมกลีบโตโขลกละเอียด และที่ขาดไม่ได้คือ ‘ใบชาอู่หลงคั่วไฟอ่อน’ ที่นางแอบนำมาประยุกต์เป็นวัตถุดิบหลักในการหมักเนื้อสัตว์ เพื่อดับกลิ่นคาวและเพิ่มความหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์
"วันนี้แหละท่านแม่ทัพ... ต่อให้ท่านจะแข็งกระด้างราวกับหินผาเพียงใด ข้าก็จะทำให้ท่านต้องกลืนน้ำลายตัวเองให้จงได้"
นางพึมพำกับตัวเองขณะลงมือจัดการกับ ‘เนื้อกวางป่า’ ส่วนสะโพกที่ได้มาจากนายพรานในหมู่บ้าน เนื้อสีแดงสดถูกแล่เป็นชิ้นพอดีคำอย่างประณีตด้วยมีดสั้นคมกริบ จากนั้นนำไปหมักกับซีอิ๊วสูตรโบราณ น้ำผึ้งป่าเดือนห้า น้ำมันงาบริสุทธิ์ และผงชาอู่หลงคั่วบดละเอียด ความหอมหวานของน้ำผึ้งเมื่อผสานเข้ากับความเข้มข้นของใบชา ช่วยดึงรสสัมผัสของเนื้อกวางให้ออกมากลมกล่อมอย่างน่าอัศจรรย์
ถัดมาคือเมนูซุปไก่ตุ๋นโสมเขาและรากบัวสด ไก่พื้นบ้านเนื้อแน่นถูกสับเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปลวกน้ำร้อนเพื่อล้างกลิ่นคาวออกก่อนจะใส่ลงในหม้อดินเผาใบใหญ่ เติมน้ำสะอาดพร้อมรากโสมอายุหลายปีที่ขุดมาจากมิติลับ พุทราจีนแห้งสีแดงก่ำ และเก๋ากี้เม็ดโต เปร่งประกายสีสันตัดกันอย่างงดงาม เปลวไฟใต้เตาถูกควบคุมให้อ่อนสม่ำเสมอ เพื่อเคี่ยวให้น้ำซุปค่อยๆ ข้นคลั่กและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองใส แจกจ่ายกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยอบอวลไปทั่วทั้งเรือนปีกขวา
เวลาล่วงเลยจนกระทั่งยามโหย่ว (17.00 - 18.59 น.) ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำสาดแสงสีส้มแดงทาบทับไปทั่วไร่ชาเขียวขจี ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะอ่อนสีดำสนิทของแม่ทัพหานหยางก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ใบหน้าคมคายมีหยาดเหงื่อซึมเล็กน้อยจากการตรวจตรารักษาความปลอดภัยรอบชายแดน ดวงตาคมกริบสีนิลกวาดมองไปรอบเรือนด้วยความแปลกใจ ปกติเวลานี้เรือนของเขาจะเงียบเชียบและมืดมน ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิต นอกจากสาวใช้ที่คอยมาทำความสะอาดตามหน้าที่ แต่วันนี้... กลับมีกลิ่นหอมประหลาดลอยเตะจมูก
กลิ่นหอมที่ปลุกความหิวโหยในกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามาทั้งวันให้ตื่นขึ้นอย่างดุดัน
หานหยางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวง สตรีผู้นี้คิดจะเล่นตลกอะไรอีก? วางยาพิษ? หรือหาเรื่องป่วนประสาทเขาเหมือนเช่นเคย?
ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าไปใกล้ห้องโถง ประตูไม้ถูกเปิดออกเผยให้เห็นภาพที่ทำให้ฝีเท้าของแม่ทัพผู้เก่งกาจถึงกับชะงักงัน
บนโต๊ะไม้เนื้อดีมีอาหารสามเมนูจัดวางไว้อย่างประณีต ไอความร้อนลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมยวนใจ เมนูแรกคือ ‘เนื้อกวางผัดพริกแห้งใบชา’ สีสันตัดกันอย่างงดงามระหว่างเนื้อสีแดงเข้มกับพริกแห้งสีแดงสดและใบชาเขียวเข้ม เมนูที่สองคือ ‘ปลาแม่น้ำนึ่งซีอิ๊วขิงสด’ เนื้อปลาขาวอวบราดด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษโรยด้วยต้นหอมซอย และหม้อดินเผาใบย่อมที่ส่งกลิ่นหอมของซุปโสมตลบอบอวล
และตรงกลางโต๊ะนั้น... คือร่างระหงของสตรีในชุดกระโปรงผ้าไหมสีม่วงอ่อน นางรวบผมครึ่งศีรษะปักด้วยปิ่นหยกเรียบง่าย ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มรอยยิ้มบางเบา ดวงตาดอกทอสุกสกาวมองตรงมาที่เขาอย่างไม่มีความหวาดกลัว
"ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วหรือคะ? น้ำล้างหน้าเตรียมไว้ให้แล้ว รีบไปล้างมือแล้วมาทานข้าวเถอะค่ะ อาหารกำลังร้อนๆ เลยนะะคะ"
น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเองนั้น ทำให้หานหยางนิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับว่าสตรีตรงหน้าไม่ใช่ภรรยาผู้เกลียดชังเขาและโหยหาแต่ความฟุ้งเฟ้อในเมืองหลวงคนเดิม
ชายหนุ่มไม่ตอบคำโกศล ปลดดาบประจำกายออกวางไว้บนชั้นข้างประตูอย่างระแวดระวัง ดวงตาคมกริบหรี่มองนางอย่างไม่ไว้วางใจ "เจ้าทำอะไรอีก? ในอาหารเหล่านี้... มียาพิษชนิดใดผสมอยู่?"
หลินฟางเซียนถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ นางเดินเข้ามาใกล้เขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวนางลอยปะทะจมูกแกร่ง หานหยางเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ท่านแม่ทัพช่างจินตนาการเก่งเสียจริงนะคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาส2ข้างระยิบระยับด้วยความท้าทาย "ถ้าข้าจะวางยาพิษท่านจริง ๆ ข้าคงไม่ลงมือทำด้วยตัวเองและยืนรอให้ท่านมาซักถามหรอกค่ะ อีกอย่าง... สามีรูปงามอนาคตไกลเช่นท่าน หากตายไปตอนนี้ ข้าที่เป็นภรรยาจะไม่กลายเป็นม่ายขันหมากไร้ที่พึ่งหรอคะ?"
หานหยางขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น คำพูดคำจาของนางเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความเฉลียวฉลาดและวาจาคมคายเช่นนี้ไม่เคยมีอยู่
"ข้าไม่หิว" เขาปฏิเสธเสียงแข็ง สะบัดหน้าหนีทำท่าจะเดินเลี่ยงไปยังห้องหนังสือ
แต่หลินฟางเซียนหรือจะยอมให้นกที่กำลังจะบินเข้าปากหลุดลอยไปง่ายๆ นางก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ ร่างบอบบางยืนประจันหน้ากับบุรุษร่างสูงใหญ่อย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวเล็กเอื้อมไปดึงชายเสื้อเกราะของเขาไว้เบาๆ แรงดึงเพียงน้อยนิดนั้นกลับทำให้แม่ทัพหนุ่มชะงักกึก ไม่กล้าขยับตัวไปไหน
"ท่านแม่ทัพ... ท่านจะปฏิเสธน้ำใจของภรรยาที่ตั้งใจเข้าครัวเคี่ยวซุปนี้ด้วยตัวเองตั้งแต่บ่ายไม่ได้นะคะ" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาดอกทอฉายแววดื้อรั้นแกมเวทมนตร์เล็กน้อย "ชิมดูก่อนสักคำเถอะค่ะ หากไม่อร่อยจริง... ข้าจะยอมให้ท่านลงโทษตามใจชอบเลยเอ้า!"
หานหยางมองใบเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมของอาหารลอยวนเวียนอยู่รอบตัว ผสมผสานกับกลิ่นกายหอมละมุนของสตรีตรงหน้า หัวใจที่ด้านชาจากการรบราฆ่าฟันมาแรมปีกลับเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายอมจำนนต่อกลิ่นอาหารตรงหน้า—หรืออาจจะยอมจำนนต่อดวงตากลมโตคู่นั้นกันแน่?
หานหยางทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ไม้โดยไม่ปริปากพูดอะไร หลินฟางเซียนส่งยิ้มพึงพอใจ นางรีบตักข้าวสวยร้อนๆ ส่งให้เขา ตามด้วยการตักซุปไก่ตุ๋นโสมใส่ถ้วยเซรามิกอย่างเอาอกเอาใจ
ความเงียบปกคลุมทั่วโต๊ะอาหาร ไม่มีคำสนทนาใดๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งสอง มีเพียงเสียงตะเกียบกระทบถ้วยกระเบื้องเบาๆ และรสชาติอาหารอันเลิศรสที่ระเบิดความอร่อยอยู่ภายในช่องปาก
หานหยางตักเนื้อกวางผัดพริกแห้งเข้าปากเป็นคำแรก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ รสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อม ความหวานฉ่ำของเนื้อที่ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ตัดด้วยความหอมละมุนของใบชา... มันเป็นรสชาติที่เขาไม่เคยลิ้มลองที่ไหนมาก่อนในชีวิตทหารชายแดน
ฟางเซียนแอบลอบมองปฏิกิริยาของสามี มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
แต่นางไม่ทันสังเกตเห็น... สายตาคมกริบของแม่ทัพหานหยางที่ชำเลืองมองนางด้วยความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง ขณะที่เขากำลังจะคีบชิ้นเนื้อคำถัดเข้าปาก จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนร้องด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์ประจำเรือน
"ท่านแม่ทัพ!แย่แล้วขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงชาป่าบนยอดเขา... มีคนจงใจวางเพลิงเผาต้นชาล็อตแรกวอดวายไปครึ่งแปลงแล้วขอรับ!"
ตะเกียบในมือของหานหยางร่วงหล่นกระทบโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาดอกทอของหลินฟางเซียนหรี่แคบลงในทันที
***
**รี้ดเดอร์คะ... ความลับในไร่ชาเพิ่งถูกเปิดเผย หรือนี่จะเป็นฝีมือของคนตระกูลอี้ที่นางเพิ่งหักหน้าไป? มาร่วมลุ้นและติดตามตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!** — *ดัชเชสโพดำ*
แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 8
มื้อค่ำที่ไร้คำสนทนา
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!