แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 7

งัดไม้เด็ดสู้กับเจ้าที่

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
“สิบห้าตำลึงเงินต่อหนึ่งหาบ? เถ้าแก่จู ท่านคิดว่าใบชาป่าหลังเขาของข้าเป็นใบไม้แห้งข้างทางหรือไร ถึงกล้ากดราคาข้าต่ำกว่าครึ่งเช่นนี้!” เสียงหวานใสกังวานราวกับกระดิ่งเงินดังขึ้นท่ามกลางความอึกทึกครึกโครมของตลาดค้าใบชาประจำเมืองหลินโจว หลินฟางเซียนยืนหยัดตัวตรงด้วยชุดผ้าไหมปักลายเมฆสีฟ้าอ่อน ท่าทีสง่างามไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อสายตาดูแคลนของพ่อค้าใหญ่ประจำตลาด รอบตัวพวกนางเต็มไปด้วยชาวบ้านและพ่อค้ารายย่อยที่ต่างพากันหยุดยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ข้ากวาดตามองม้วนกระดาษรายชื่อสายลับในจวนที่ยังคงซุกซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ สลับกับมองหน้าเถ้าแก่จู พ่อค้าหน้าเลือดผู้ผูกขาดการรับซื้อใบชาในแถบนี้มานานหลายปี รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของอีกฝ่ายบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังคิดจะบีบให้ข้าจนมุม “ฮ่าๆๆ คุณหนูใหญ่... อ้อ ไม่สฮิต ท่านแม่ทัพหญิงแห่งจวนหาน” เถ้าแก่จูหัวเราะเสียงดังด้วยความลำพองใจ พุงพลุ้ยๆ ของเขาไหวตามแรงหัวเราะ “ท่านก็น่าจะรู้ดีว่าปีนี้ฝนแล้ง ผลผลิตใบชาตกต่ำ ทั่วทั้งแคว้นต่างก็ประสบปัญหา ข้าให้ราคาเจ้าสิบห้าตำลึงเงินก็นับว่าเมตตามากแล้ว หากเจ้าไม่ขายให้ข้า เกรงว่าชาของเจ้าอีกสามร้อยหาบในโกดังคงได้เน่าคาคานจนกลายเป็นปุ๋ยหมักไปเสียเปล่าๆ!” ฝูงชนรอบข้างส่งเสียงฮือฮากระซิบกระซาบกันระงม ทุกคนต่างรู้ดีว่าเถ้าแก่จูมีอิทธิพลมากเพียงใด ไม่มีพ่อค้าคนไหนกล้าหักหน้าเขา เพราะเกรงกลัวอิทธิพลมืดเบื้องหลังที่คอยหนุนหลังอยู่ แต่สำหรับหลินฟางเซียน ผู้ซึ่งผ่านประสบการณ์การชิงอำนาจในวังหลวงและการเอาตัวรอดจากคมดาบมาแล้ว กลลวงตื้นๆ ของพ่อค้าหน้าเลือดผู้นี้ช่างน่าขันสิ้นดี ข้าไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นเยียบกลับผุดขึ้นบนเรียวปากอิ่ม “เน่าคาคานอย่างนั้นหรือคะเถ้าแก่จู?” ข้าทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานไปทั่วบริเวณ “ท่านช่างมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกินนะว่าไม่มีใครกล้ารับซื้อชาของข้าในราคาที่เป็นธรรม” “ถ้าเจ้าหาคนซื้อที่ให้ราคาดีกว่าข้าได้ภายในหนึ่งก้านธูปนี้ ข้า ‘เถ้าแก่จู’ ยินดีจะคุกเข่ากราบขอขมาท่านกลางตลาดเลย!” เขาประกาศกร้าวด้วยความมั่นใจ พร้อมกับหยิบพัดหยกขึ้นมาพัดวีอย่างสบายใจเฉิบ หลินฟางเซียนมิได้ตอบรับทันที นางก้าวเท้าเดินช้าๆ ไปยังหาบชาตัวอย่างที่เปิดฝาไม้ไผ่สานออก กลิ่นหอมละมุนล้ำลึกของใบชาชั้นดีที่ผ่านกระบวนการคั่วลับเฉพาะจากมิติลับในมือของนางโชยเตะจมูกผู้คนรอบข้างทันที กลิ่นหอมนี้มิใช่กลิ่นชาป่าธรรมดา แต่มันมีความสดชื่นของน้ำค้างยามเช้าและรสชาติหวานล้ำที่ติดปลายลิ้น ซึ่งต่อให้เป็นชาชั้นเลิศจากแดนใต้ก็ยังเทียบชั้นได้ยาก ข้าย่อตัวลง หยิบใบชาขึ้นมาขยี้เบาๆ ระหว่างปลายนิ้ว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ชาของข้า ‘เถ้าแก่จู’ มิใช่ชาธรรมดา... แต่มันคือ ‘ชาหิมะเหมันต์’ ที่เก็บเกี่ยวเฉพาะยอดอ่อนยามฟ้าสาง หาบละสิบห้าตำลึงเงินที่ท่านเสนอมา รังแต่จะดูถูกหยาดเหงื่อของชาวบ้านที่ตรากตรำทำงานหนักเท่านั้น” ข้าหันไปสบตากับชาวไร่ชาหลายคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ซึ่งต่างพากันพยักหน้ารับด้วยความซาบซึ้งใจ “แล้วเจ้าจะทำไม? ในเมื่อข้าคุมเส้นทางการค้าที่นี่ทั้งหมด ใครหน้าไหนจะกล้าซื้อของจากเจ้า!” เถ้าแก่จูเริ่มแสดงสีหน้าหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าท่าทีของหลินฟางเซียนไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย “นั่นสินะคะ... ถ้าเป็นพ่อค้าในเมืองนี้ย่อมไม่มีใครกล้า” ข้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปทางประตูทางเข้าตลาดที่เชื่อมต่อกับเส้นทางขนส่งหลัก “แต่ใครบอกเล่าว่าตลาดของข้ามีแค่เมืองหลินโจวแห่งนี้?” สิ้นเสียงของข้า เสียงกีบเท้าม้าหลายสิบตัวก็ดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากนอกกำแพงเมือง ธงประจำกองทัพพยัคฆ์ทมิฬโบกสะบัดนำขบวนรถม้าขนาดใหญ่หลายคันที่ประทับตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางชั้นสูง ม้าศึกสีดำสนิทวิ่งเข้ามาหยุดสงบนิ่งหน้าแผงค้าของข้าอย่างพร้อมเพรียง ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างพากันแตกตื่นถอยร่น ร่างสูงสง่าในชุดเกราะประดับลวดลายวิจิตรของแม่ทัพหานหยางก้าวลงมาจากหลังม้าอย่างองอาจ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีกวาดตามองรอบบริเวณ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของภรรยา รอยยิ้มอบอุ่นที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยเสมอ “ฟางเซียน... ของที่เจ้าให้คนไปแจ้ง จัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของฝูงชน หลินฟางเซียนแย้มยิ้มกว้าง นางเดินเข้าไปใกล้สามี หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดซับเหงื่อบนหน้าผากให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทีสนิทสนมและสายตาที่หานหยางมองตอบนางด้วยความลึกซึ้งทำเอาเถ้าแก่จูหน้าถอดสี “ท่านพี่มาได้เวลาพอดีเลยค่ะ” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้ม “พอดีว่าเถ้าแก่จูกำลังสอนข้าเรื่องการค้าขาย และบอกว่าใบชาสามร้อยหาบของพวกเราไม่มีใครต้องการ... ท่านลองบอกพ่อค้าจากเมืองหลวงที่ท่านพามาหน่อยสิคะ ว่าชาล็อตนี้มีมูลค่าเท่าไหร่?” พ่อค้าใหญ่จากเมืองหลวงผู้ติดตามกองทัพมาเร่งก้าวเข้ามาโค้งคำนับหลินฟางเซียนอย่างนอบน้อมทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนยินดี “เรียนฮูหยิน! กระผมได้รับพระราชโองการลับจากองค์ชายสาม ให้มารับซื้อ ‘ชาหิมะเหมันต์’ ของท่านโดยเฉพาะ! สำหรับสามร้อยหาบนี้ ทางเรายินดีจ่ายในราคา ‘หาบละสองร้อยตำลึงทอง’ และหากมีเพิ่มอีกเท่าไหร่ ทางเราเหมาซื้อทั้งหมดไม่จำกัดจำนวนขอรับ!” *สองร้อยตำลึงทองต่อหาบ?!* เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นทั่วทั้งตลาด เถ้าแก่จูถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น หน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าอ้วนทุ้ย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด หลินฟางเซียนก้มมองเถ้าแก่จูที่กำลังตัวสั่นเทาอยู่แทบเท้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม ข้าโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่วิบัติขวัญ “ทีนี้... เถ้าแก่จู ท่านยังจำคำพูดที่ว่าจะคุกเข่ากราบขอขมาได้อยู่หรือไม่คะ?” บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงชั่วขณะ ทว่าความสะใจกลับพุ่งพล่านอยู่ในอกของทุกคนที่ถูกกดขี่มานาน หานหยางยืนกอดอกมองภรรยาด้วยความภาคภูมิใจในแววตา ก่อนที่สายตาคมกริบของเขาจะเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่กำลังแอบหลบหนีออกจากฝูงชนอย่างมีพิรุธ มือหนาของแม่ทัพหานหยางเอื้อมไปแตะด้ามดาบข้างกายโดยสัญชาตญาณ... และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว เขาก็กระชากกระบี่ออกจากฝักพุ่งตรงไปปักดักหน้าชายชุดดำผู้หนึ่งที่พยายามวิ่งหนีออกนอกตลาด! ปลายคมกระบี่จ่อติดลำคอของสายลับผู้นั้นจนเลือดซิบ และเมื่อชายชุดดำหันกลับมาเผชิญหน้า... หลินฟางเซียนก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าใต้ผ้าคลุมนั้น... คือคนสนิทที่นางไว้วางใจที่สุดในเรือนครัว!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%