แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 12

ไร่ชาที่เริ่มมีสีสัน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นก้องเรือนรับรองจนถ้วยชาเซรามิกสั่นระริก ปลายนิ้วเรียวยาวของหลินฟางเซียนเคาะลงบนบัญชีการค้าอย่างใจเย็น ดวงตาหงส์คู่สวยกวาดมองผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก "ท่านอาสะใภ้ใหญ่เดินทางมาไกลถึงชายแดนอันทุรกันดารเช่นนี้ เพียงเพื่อมาตรวจสอบบัญชีของไร่ชาที่ท่านเคยประกาศตัดขาดจากตระกูลหลินไปเมื่อสามเดือนก่อน... ไม่คิดว่าความหน้าหนาของท่านจะไร้ขีดจำกัดเสียยิ่งกว่าผืนป่าด้านนอกเสียอีกนะคะ" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ใบหน้าของฮูหยินตระกูลหลินฝั่งเมืองหลวงแดงก่ำด้วยความโกรธจัด นางจ้องมองหลานสะใภ้ที่เคยโง่เขลาเบาปัญญา บัดนี้กลับยืนหยัดอย่างสง่างามในชุดผ้าฝ้ายย้อมครามเรียบง่าย ทว่ารัศมีกลับข่มคนตระกูลใหญ่ให้หมองลงไปถนัดตา "หลินฟางเซียน! นังเด็กอกตัญญู! เจ้ากล้าดียังไงมาพูดจากับผู้อาวุโสเช่นนี้! ต่อให้เจ้าจะแต่งให้แม่ทัพบ้านนอกไร้หัวนอนปลายเท้า แต่นี่มันคือผลผลิตจากที่ดินของตระกูลหลิน! ส่งใบชาชั้นดีและเงินกำไรทั้งหมดมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะฟ้องร้องให้สามีของเจ้าต้องโทษฐานกัก Cกขังญาติผู้ใหญ่!" ฮูหยินใหญ่ตระกูลหลินแผדเสียงแหลมสูงจนบ่าวรับใช้ด้านหลังสะดุ้งโหย่ง ฟางเซียนเพียงแค่ยกชาขึ้นจิบเบาๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาเขียวคั่วไฟอ่อนๆ ลอยละล่องเตะจมูก ใบชาเขียวมรกตที่ผ่านการคัดสรรด้วยมือทุกใบสะท้อนกับแสงยามบ่าย เป็นผลผลิตรุ่นแรกที่นางทุ่มเทแรงกายและแรงใจปลุกปั้นขึ้นมาด้วยความช่วยเหลือจากมิติลับในห้วงสำนึก ในห้องแล็บเกษตรกรรมของนาง น้ำทิพย์วิเศษและดินร่วนซุยถูกนำมาปรับใช้จนได้ต้นชาพันธุ์ดีที่เติบโตเร็วกว่าปกติถึงสามเท่า ใบชาอวบอ้วน ชุ่มฉ่ำ และเต็มไปด้วยสารอาหาร เมื่อนำมาแปรรูปผ่านกระบวนการหมักและคั่วที่นางคิดค้นขึ้นเอง จึงได้ชาชั้นเลิศที่ต่อให้เป็นฮ่องเต้ในวังหลวงก็ยังต้องทรงโปรดปราน "ท่านอาสะใภ้ใหญ่คงจะหลงลืมสติไปชั่วขณะกระมังคะ" ฟางเซียนวางถ้วยชาลงอย่างช้าๆ เสียงกระทบกันของจานรองดังกังวานบาดแก้วหู "สัญญาตัดขาดตระกูลที่ท่านเขียนด้วยลายมือตัวเอง ยังประทับลายนิ้วมือเลือดของท่านไว้อย่างชัดเจนในหอทะเบียนราษฎร์ ไร่ชาแห่งนี้เป็นสินเดิมที่ข้าใช้แรงงานของตนเองและสามีพลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้งขึ้นมา... ไสหัวออกไปจากที่ดินของข้าเสีย ก่อนที่ข้าจะให้สามีซึ่งเป็นถึงแม่ทัพสนามรบ มาช่วย 'ขับไล่' โจรปล้นทรัพย์เช่นพวกท่านออกไปด้วยกระบี่" สิ้นเสียงหวานใสแต่น้ำคำเด็ดขาด ประตูเรือนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารสีดำสนิทของแม่ทัพหานหยางก้าวเข้ามา ไอสังหารและกลิ่นอายสนามรบแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองผู้บุกรุกทั้งสามด้วยความเย็นชา มือหนาวางทับลงบนด้ามดาบคาดเอวอย่างหลวมๆ เพียงแค่นั้นก็ทำให้ญาติผู้พี่และบ่าวไพร่จากเมืองหลวงหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หานหยางเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายתอ่อนโยนยามที่ประสานสายตากับนาง แต่วาจาที่เอиยออกมากลับเยียบเย็นจนน่ากลัว "ภรรยาข้าบอกให้พวกเจ้าไสหัวไป... หรือต้องให้ข้าช่วยส่งศพพวกเจ้ากลับเมืองหลวงในฐานะผู้บุกรุกยามวิกาลดีล่ะ?" ฮูหยินใหญ่ตระกูลหลินลนลานจนพูดไม่ออก นางถอยกรูดจนล้มลุกคลานคลุกคลากหนีออกจากเรือนไปอย่างไม่เป็นท่า ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ของฟางเซียนที่ดังไล่หลังตามความสะใจ เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป บรรยากาศอบอุ่นจึงกลับคืนสู่เรือนไม้หอมกรุ่น หานหยางถอดเกราะหนักออก เหลือเพียงเสื้อผ้าฝ้ายสีเข้ม เขารีบเดินตรงเข้ามาหาภรรยา ใช้มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบและถือจอบประคองแก้มเนียนนุ่มของนางด้วยความทะนุถนอม "เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว... วันนี้ใบชาล็อตแรกขายหมดเกลี้ยงในตลาดมืดชายแดน แถมพ่อค้าจากแคว้นทางใต้ยังเหมาซื้อไปในราคาสูงลิ่ว เจ้ากลายเป็นเศรษฐีินีตัวน้อยของค่ายทหารไปแล้วนะ, เซียนเอ๋อร์" สามีหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ แววตาสื่อความรักลึกซึ้งจนคนมองใจเต้นระส่ำ "ถ้าไม่ใช่เพราะท่านคอยช่วยไถดินและเฝ้าระวังโจรป่าให้ ไร่ชาของเราคงไม่เติบโตได้งดงามเช่นนี้หรอกค่ะ" ฟางเซียนเอียงแก้มแนบฝ่ามืออุ่นของสามีอย่างออดอ้อน นางยิ้มกริ่มก่อนจะดึงมือเขาให้ลุกขึ้น "เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จในวันนี้ ข้าเตรียมอาหารมื้อพิเศษไว้ให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะคะ รับรองว่าท่านจะไม่เคยทานที่ไหนมาก่อนแน่ๆ" นางพาเขามายังห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ บนโต๊ะไม้มีหม้อดินเผาส่งควันพวยพุ่ง น้ำซุปสีแดงเข้มข้นเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมเผ็ดร้อนชวนน้ำลายสอ เคียงข้างด้วยเนื้อหมูสามชั้นแล่บางเฉียบและผักสดกรอบสีเขียวมรกตจากมิติลับ และที่ขาดไม่ได้คือ 'ชาอู่หลงหมักน้ำผึ้งป่า' รสชาติหวานละมุนตัดความเผ็ดร้อนได้อย่างลงตัว "นี่คือ... หม้อไฟชาเขียวสูตรพิเศษค่ะ" ฟางเซียนตักน้ำซุปใส่ถ้วยให้สามีด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ "น้ำซุปเคี่ยวจากกระดูกหมูและยอดใบชาอ่อน ให้รสชาติกลมกล่อมและสรรพคุณบำรุงกำลัง เหมาะกับแม่ทัพผู้ hardworking เช่นท่านที่สุดเลยค่ะ" หานหยางรับถ้วยน้ำซุปมาลองจิบ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความทึ่ง รสชาติหวานล้ำกลมกล่อมและความเผ็ดร้อนอุ่นซ่านไปทั่วร่างอย่างน่าประหลาด อาหารฝีมือภรรยานอกจากจะอร่อยเลิศรสแล้ว ยังทำให้ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนหวาน ท่ามกลางควันหอมกรุ่นของหม้อไฟที่ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกะทันหันก็ดังขึ้นรัวเร็ว สามครั้งติดๆ ตามด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของทหารยามหน้าค่ายที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ท่านแม่ทัพ! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! มี... มีราชปะขาวถือราชโองการลับจากเมืองหลวง ม้าด่วนมาถึงหน้าค่ายแล้วขอรับ! และคนที่เดินทางมาด้วย... คือองค์ชายสามผู้ไร้พ่าย ผู้ที่เคยประกาศว่าจะมาทวงคืนคู่หมั้นด้วยตนเอง!" มือที่กำลังคีบเนื้อหมูสามชั้นของหลินฟางเซียนชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มหวานเชื่อมเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยประกายตาดุดันและรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของฟางเซียนมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%