"เจ้าคิดจะปิดบังข้าไปถึงเมื่อไหร่... ฟางเซียน"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความกดดันดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องหนังสือเก่าคร่ำคร่า แสงตะเกียงน้ำมันกะพริบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง สาดส่องให้เห็นเงาทอดตัวทับซ้อนกัน รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของหลินฟางเซียนแข็งค้างในทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อตระหนักได้ว่า แผนการลอบส่งสมุนไพรบำรุงกำลังและจดหมายเตือนภัยให้สามีอย่างไร้ร่องรอยของนาง ได้ถูกเจ้าตัวจับได้คาหนังคาเขาเสียแล้ว!
กระดาษสาแผ่นบางที่นางซ่อนไว้ใต้กองตำราพิชัยสงครามถูกปลายนิ้วหนาของท่านแม่ทัพหยิบขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ลายมือหวัดแกมบรรจงที่นางตั้งใจฝึกฝนเพื่อไม่ให้ใครจับผิดได้ บัดนี้กลับกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวนางไว้แน่นหนา หานหยางไม่ได้เอ่ยคำขู่เข็ญใดๆ ออกมาอีก ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีเข้มกลับยืนนิ่งสงบ ทว่าแววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกำลังจ้องมองนางราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ
ฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สมองอันปราดเปรื่องของอดีตคุณหนูผู้กลับใจหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว นางจะแก้ตัวอย่างไรดี? จะบอกว่าเก็บได้ตามทาง หรือนี่คือจดหมายรักฉบับหนึ่งงั้นหรือ? ช่างเป็นข้อแก้ตัวที่โง่งงสิ้นดี!
"ท่านแม่ทัพ..." นางเอ่ยเสียงเบา พยายามบังคับไม่ให้ริมฝีปากสั่นระริก "หากข้าบอกว่า... ข้าเพียงแค่เป็นห่วงท่าน กลัวว่าท่านจะพลาดท่าให้แก่พวกกบฏในกองทัพ ท่านจะเชื่อคำพูดของสตรีที่เคยร้ายกาจเช่นข้าหรือเพคะ?"
หานหยางชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบกวาดมองภรรยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลินฟางเซียนผู้นี้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน จากสตรีที่เอาแต่กรีดร้องและเรียกร้องความสนใจ กลับกลายเป็นแม่ค้ามือฉกาจผู้ฟื้นฟูไร่ชาหลังเขาจนเริ่มมีชื่อเสียง ทั้งยังจัดการกับเหล่าญาติสามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อได้อย่างเจ็บแสบและงดงามยิ่งนัก และในยามนี้... นางยังมีความสามารถในการล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของกองทัพและจัดหาสมุนไพรชั้นยอดมาให้เขาใช้อย่างลับๆ อีกด้วย
สตรีผู้นี้ซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่? และเหตุใด... หัวใจที่ด้านชาของเขาถึงเริ่มเต้นแรงยามที่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกชาป่าจากตัวนาง?
"เจ้าไม่ใช่สตรีโง่เขลาอีกต่อไปแล้ว ฟางเซียน" หานหยางก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย จนเงาร่างของเขาทาบทับร่างบางจนมิด "แต่การทำเช่นนี้... มันอันตรายเกินไป หากคนขององค์ชายรองล่วงรู้ว่าเจ้าแอบส่งข่าวให้ข้า เจ้าคิดว่าชีวิตน้อยๆ ของเจ้าในไร่ชานี้จะรอดพ้นเงื้อมมือพวกมันหรือ?"
น้ำเสียงของเขามีความห่วงใยเจืออยู่ลึกๆ อย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามรักษามาดของแม่ทัพผู้เย็นชาไว้เพียงใดก็ตาม ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างประหลาด นางสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความรังเกียจเดียดฉันท์เช่นในอดีต แต่มันคือความห่วงหาอาทรที่ชายชาติทหารมอบให้แก่สตรีที่เขายอมรับว่าเป็น 'ภรรยา' อย่างแท้จริง
"ข้าไม่ได้กลัวความตายหรอกค่ะท่านแม่ทัพ..." ฟางเซียนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววดื้อรั้นแต่มั่นคง "ข้ากลัวแต่เพียงว่า... หากข้ายังไม่ทันได้เห็นท่านทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูล และยังไม่ทันได้เห็นไร่ชาของเราผลิดอกออกผลจนร่ำรวยมหาศาล แล้วท่านดันมาด่วนตายเสียก่อน... เช่นนั้นข้าคงเสียดายแย่!"
มุมปากหยักลึกของแม่ทัพหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่นานๆ ครั้งจึงจะปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้น มือหนายื่นออกไปหมายจะสัมผัสกลุ่มผมนุ่มสลวย ทว่าพลันนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างเร่งรีบทำลายบรรยากาศอันน่าพินิจพิเคราะห์ลงเสียสิ้น
"ท่านแม่ทัพขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงตะโกนของพ่อบ้านหลี่ดังลั่นมาจากนอกห้อง "สายรายงานด่วนจากในเมืองหลวงแจ้งว่า สินค้าชาล็อตแรกของฮูหยินถูกพวกพ่อค้าคนกลางกลุ่มอิทธิพลสกัดกั้นไว้ที่ด่านตรวจภาษี พวกมันกล่าวหาว่าใบชาของเราลักลอบหนีภาษีและมียาพิษเจือปน ตอนนี้สินค้าทั้งหมดกำลังจะถูกยึดและเผาทำลายแล้วขอรับ!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหานหยางจางหายไปในพริบตา แววตานิ่งสงบแปรเปลี่ยนเป็นประกายดุดันดั่งพายุครามที่พร้อมจะพัดถล่มทุกสิ่งที่ขวางหน้า ไอร้อนจากความโกรธแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันที
ทว่า... หลินฟางเซียนกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหวาดกลัวดังเช่นที่ควรจะเป็น มุมปากอิ่มสวยกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทรงเสน่ห์และอันตรายยิ่ง นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ กลิ่นหอมหวานของชาเขียวชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะทอประกายวาววับด้วยความมั่นใจ
"พวกมันช่างรนหาที่ตายเสียจริง..." ฟางเซียนพึมพำเบาๆ
หานหยางหันมามองภรรยาด้วยความประหลาดใจ ยามนี้นางดูสง่างามและทรงอำนาจยิ่งกว่าขุนนางผู้ใหญ่บางคนเสียอีก ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดหวั่น มีเพียงประกายความเจ้าเล่ห์ที่เตรียมจะเอาคืนอย่างสาสม
"ท่านแม่ทัพ..." ฟางเซียนหันไปสบตากับสามี รอยยิ้มพรายปรากฏบนเรียวปาก "ท่านอยากลองขี่ม้าไปดูภรรยาของท่านเผาพริกเผาเกลือล้างบางพวกหนูสกปรกในตลาดเมืองหลวงสักครั้งไหมคะ?"
หานหยางมองรอยยิ้มนั้นแล้วพลันรู้สึกว่า... ลมที่กำลังจะเปลี่ยนทิศในครานี้ จะต้องพัดพาความฉิบหายมาสู่ศัตรูของพวกเขาอย่างแน่นอน และเขาก็พร้อมที่จะยืนเคียงข้างนางในฐานะคมดาบที่จะคอยฟาดฟันทุกอุปสรรคให้ราบคาบ
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวเท้าออกจากห้องหนังสือเพื่อเตรียมตัวไปจัดการปัญหาใหญ่ พ่อบ้านหลี่ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขวางประตusพร้อมกับห่อผ้าปริส่งกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ ส่งเสียงสั่นเครือว่า... "ทะ... ท่านแม่ทัพ! ฮูหยิน! ของสิ่งนี้ถูกส่งมาหน้าประตูบ้าน พร้อมกับตราประทับลับของสำนักมือสังหารทมิฬ... พวกมันบอกว่า นี่คือ 'ของขวัญต้อนรับ' ชิ้นสุดท้ายสำหรับคนทรยศ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ
แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 11
ลมเปลี่ยนทิศ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!