แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 13

การมาเยือนของแขกไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
กลิ่นหอมเอียนของน้ำมันหมูและซีอิ๊วดำที่เคี่ยวจนงวดบนเตาถ่าน ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือกในพริบตา มือที่กำลังคีบเนื้อหมูสามชั้นพะโล้สีแดงฉ่ำของหลินฟางเซียนชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มหวานเชื่อมเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยประกายตาดุดันและรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก "แขกที่ไม่ได้รับเชิญมักจะมีกลิ่นเน่าเฟะโชยมาแต่ไกลเสมอว่าไหมคะท่านแม่ทัพ" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของนางราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดซ่อนเร้น นางค่อยๆ วางตะเกียบไม้ไผ่ลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น สายตาคมกริบมองทะลุผ่านม่านผ้าฝ้ายสีตุ่นที่กั้นระหว่างห้องโถงเล็กกับลานบ้าน ด้านนอกนั้น ร่างหนาของหานหยางที่เพิ่งวางจอบทำสวนลง ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นจนน่ากลัว ดวงตาคมดุของสามีผู้เงียบขรึมคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสามคนที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งค้าง "คุณหนูรอง... อ้อ ไม่สิ ตอนนี้คงต้องเรียกว่า 'ฮูหยินหาน' ผู้ตกอับแล้วกระมัง" เสียงหัวเราะแห้งแล้งและน่ารังเกียจดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาทของ 'จ้าวเฉิง' อดีตพ่อบ้านมือขวาของตระกูลหลิน ผู้เคยใช้ใบหน้าจอมปลอมก้มหัวประจบประแจงนางในอดีต ทว่าบัดนี้แววตากลับเต็มไปด้วยความโลภและความดูแคลนระคนกัน สองข้างกายของมันมีอันธพาลร่างใหญ่ถือกระบองไม้สักคอยคุ้มกันราวกับเจ้าถิ่นอันธพาล ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดชายเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบให้เข้าที่อย่างไม่เร่งรีบ ความสง่างามและท่าทีเย่อหยิ่งโดยสายเลือดของผู้ดีเก่า ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้จะอยู่ในเรือนไม้หลังเล็กกลางหุบเขาเช่นนี้ "สุนัขที่เคยซื่อสัตย์ต่อตระกูลหลิน เหตุใดจึงวิ่งพล่านมาเห่าหอนถึงชายแดนกันล่ะคะ หรือว่ากระดูกที่นายเก่าโยนให้แทะมันหมดความอร่อยเสียแล้ว ถึงได้วิ่งมาขอเศษเนื้อจากคนขายชาต๊อกต๋อยอย่างข้า" ฟางเซียนก้าวเท้าออกมาสมทบกับสามี ร่างอรชรยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับแม่ทัพหนุ่มผู้มีร่างกายกำยำราวกับภูผา หานหยางเหลือบสายตามามองภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะขยับกายขวางหน้านางไว้โดยสัญชาตญาณ ทว่าฟางเซียนกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะที่แขนแกร่งของเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกว่านางจัดการเองได้ จ้าวเฉิงหรี่ตามองสองสามีภรรยาด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม มันกวาดสายตาสำรวจเรือนพักและแปลงชาเขียวที่อยู่ไกลออกไปแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงหยัน "ปากคอเราะร้ายยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคุณหนูรอง... แต่ก็นั่นแหละ ท่านนายอำเภอจ้าวฝากข้ามาทวงถาม 'ของสำคัญ' ที่คุณหนูแอบขนติดตัวมาในวันแต่งงานเข้าตระกูลหาน หากไม่อยากให้เรือนชาอันแสนสงบสุขนี่ต้องมอดไหม้เป็นจุล หรือไม่อยากให้สามีทหารราบต๊อกๆ ของเจ้าต้องคดีอาญาจนหัวหลุดจากบ่า ก็จงส่ง 'บัญชีลับเส้นทางค้าเกลือและใบชาเถื่อน' คืนมาเสียดีๆ!" สิ้นคำพูดของอดีตพ่อบ้าน บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดดัน หานหยางขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำด้ามดาบข้างกายแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาคู่นคมองไปยังจ้าวเฉิงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทว่าก่อนที่แม่ทัพหนุ่มจะได้ชักอาวุธขึ้นมาสั่งสอนไอ้สารเลวผู้นี้ ฟางเซียนกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยรอยยิ้มพราวระยับที่มุมปาก รอยยิ้มนั้น... เป็นรอยยิ้มที่หานหยางเริ่มคุ้นเคย มันคือรอยยิ้มที่มักจะตามมาด้วยแผนการร้ายกาจบางอย่างที่ทำให้ศัตรูต้องกระอักเลือด "บัญชีลับงั้นหรือคะ..." ฟางเซียนทวนคำ น้ำเสียงลากยาวอย่างครุ่นคิด นางก้าวเดินช้าๆ ออกมาเผชิญหน้ากับจ้าวเฉิงโดยตรง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่ก้าว จ้าวเฉิงแอบผงะไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาดำขลับที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ของนาง "ใช่แล้ว! อย่ามาทำเป็นไขสัทแดง นายน้อยสั่งไว้ว่าถ้าเจ้าไม่ให้โดยดี ข้าจะเผาไร่ชาแห่งนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง แล้วเอาตัวเจ้าไปขายซ่องนางโลมชั้นต่ำซะ!" จ้าวเฉิงขู่ตะคอกด้วยความโมโหที่ถูกสตรีร่างบางข่มขวัญ ฟางเซียนมิได้โกรธเคือง นางเพียงแต่ยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่ของตนเองอย่างใจเย็น ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จ้าวเฉิง แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่กังวานชัดเจนในความเงียบงัน "เจ้าคิดว่า... คนอย่างหลินฟางเซียน ที่ถูกพวกท่านหลอกใช้และผลักไสให้มาตายกลางหุบเขาโสโครกนี้ จะเก็บของสำคัญไว้กับตัวให้อายงั้นหรือคะ?" จ้าวเฉิงชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความสงสัยระคนหวาดระแวง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." ฟางเซียนถอยหลังกลับมายืนเคียงข้างหานหยาง นางยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวนและอันตรายยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของจ้าวเฉิงและสมุนเย็นเฉียบ "บัญชีฉบับนั้นน่ะ... ข้าส่งมันให้ 'บุคคลที่สูงส่งกว่าพวกท่านหลายเท่า' ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วค่ะ และป่านนี้... คนของสำนักตรวจสอบราชสำนักคงกำลังเคาะประตูจวนของท่านนายอำเภอจ้าว เพื่อยึดทรัพย์และสอบสวนข้อหากบฏอยู่กระมังคะ!" "อีบ้า! นังสารเลว! มึงกล้าหักหลังนายอำเภอเรอะ!" จ้าวเฉิงหน้าถอดสี สติหลุดกระเจิงด้วยความตระหนก มันชักมีดสั้นออกจากเอว หมายจะพุ่งเข้าแทงหญิงสาวตรงหน้าเพื่อระบายความโกรธแค้น ทว่า... เร็วกว่าความคิดของจ้าวเฉิง ร่างกายของหานหยางก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ! *เคร้ง!* เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ดาบยาวในมือแม่ทัพหานหยางถูกชักออกมาครึ่งเล่ม และใช้สันดาบกระแทกเข้าที่ข้อมือของจ้าวเฉิงอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี จนมีดสั้นในมือของอดีตพ่อบ้านหลุดกระเด็นตกพื้น ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด "กล้าดียังไงถึงชักอาวุธต่อหน้าภรรยาข้า" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพญาเสือโครกจากลำคอของหานหยาง ดังลอดไรฟันออกมาด้วยความเหี้ยมเกรียม รังสีอำมหิตแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณจนสมุนอีกสองคนไม่กล้าขยับเขยื้อน ฟางเซียนมองภาพตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ นางก้าวเข้ามาแตะศอกของสามีเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้ฆ่าคนให้เปื้อนมือ ก่อนจะหันไปมองจ้าวเฉิงที่ทรุดลงไปกุมข้อมือร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดบนพื้นดิน "กลับไปบอกนายของพวกเจ้าเถอะค่ะ... ว่าเตรียมตัวเก็บกระเป๋าไปใช้ชีวิตในคุกหลวงได้เลย แต่อย่าลืมล่ะ..." ฟางเซียนโน้มตัวลงกระซิบกระซาบข้างหูของจ้าวเฉิงที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคู่สวยประกายแวววาวด้วยความเจ้าเล่ห์ "ถ้าพวกมันยังบังaชาญกล้าส่งหมาขี้เรื้อนมาเห่าหอนที่ไร่ชาของข้าอีก ข้าไม่ได้แค่ส่งบัญชีลับแน่ๆ ค่ะ... แต่อาจจะแถมหัวของพวกมันไปให้เป็นของกำนัลด้วย" จ้าวเฉิงหน้าซีดเผือกราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อต้าน มันลนลานพยักหน้ารับคำสั่งอย่างหวาดผวา ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหายลับไปกับความมืดของชายป่าพร้อมกับสมุนอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อความวุ่นวายสงบลง บรรยากาศรอบเรือนก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ทว่ากลิ่นอายความตึงเครียดยังคงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย หานหยางเก็บดาบเข้าฝัก สีหน้ายังคงบึ้งตึงขณะหันมามองภรรยาสำรวจเนื้อตัวนางว่ามีรอยขีดข่วนตรงไหนหรือไม่ "เจ้า... ส่งบัญชีนั่นไปจริงๆ หรือ?" หานหยางเอ่ยถามด้วยความกังวลระคนทึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด ฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อย นางหัวเราะคิกคักเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มสากของสามีหนุ่มอย่างหยอกเย้า "ท่านคิดว่าข้าใจกล้าบ้าบิ่นขนาดเอาชีวิตไปเสี่ยงกับพวกสุนัขรับใช้พรรค์นั้นจริงๆ หรือคะท่านแม่ทัพ..." ฟางเซียนกกระพริบตาปริบๆ รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน "บัญชีน่ะ... ข้ายังเก็บไว้ในที่ปลอดภัยดีต่างหากล่ะคะ" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้สามีหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงงงวย ก่อนที่ฟางเซียนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "เพราะไอ้บัญชีฉบับจริงน่ะ... ตอนนี้มันอยู่ใน 'มิติห้องแล็บเกษตร' ของข้า ที่ต่อให้พลิกแผ่นดินหาทั่วทั้งแคว้น ก็ไม่มีวันมีใครหาเจอหรอกค่ะ..." ฟางเซียนกระซิบจบก็หัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี หันหลังเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อจัดการหมูสามชั้นพะلو้ที่ค้างคาไว้ ทว่าจู่ๆ มือหนากลับคว้าข้อแขนเรียวของนางไว้แน่น แล้วดึงร่างบางเข้าไปประชิดอกแกร่งอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว หานหยางก้มลงมองภรรยา ดวงตาคมกricพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนแรงจนฟางเซียนถึงกับลมหายใจสะดุด "เจ้า... มีความลับซ่อนไว้อีกมากสินะ แม่ตัวแสบ..." หานหยางกระซิบชิดริมฝีปากของนาง น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความรักใคร่และหลงใหลจนหัวใจดวงน้อยของฟางเซียนเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ทว่า ในวินาทีที่ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มกำลังโน้มลงมาใกล้เพื่อจะมอบจູບลงทัณฑ์คนอวดดี... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวที่รั้วหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านหนุ่มชาวสวนชาที่วิ่งหน้าตาตื่นมาหยุดอยู่หน้าลานบ้าน "ท่านแม่ทัพ! ฮูหยิน! แย่แล้วขอรับ! มี... มีกองทหารม้ากลุ่มใหญ่จากเมืองหลวง กำลังควบม้าตรงดิ่งมาที่หมู่บ้านของเราแล้วขอรับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บของฮูหยินฟางเซียนนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%