เสียงทุบประตูไม้สนหนาหนักดังก้องกังวานจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากขื่อคาเรือน
"เปิดประตู! เปิดเดี๋ยวนี้! ข้าคือ... พี่ชายแท้ๆ ของฮูหยินผู้สูงส่งแห่งจวนแม่ทัพ!"
เสียงแหลมสูงเจือความกระวนกระวายใจของหลินเจี้ยนอานดังแอดๆ แข่งกับเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอก เขากำลังยืนอยู่หน้าประตูเรือนพักหลังเก่าทรุดโทรมที่ตั้งอยู่ท้ายจวนแม่ทัพ ด้านหลังมีบ่าวรับใช้หน้าตาตื่นตระหนกอีกสองคนถือหีบไม้พะยุงรอน้ำหนักไม่เบา ทว่าสิ่งที่รอรับพี่ชายผู้ประצרเสริฐของร่างนี้ กลับไม่ใช่การต้อนรับอันอบอุ่น หรือเสียงร้องไห้โหยหวนด้วยความดีใจ
แอด...
บานประตูไม้ผุกร่อนถูกเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างโปร่งระหงในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่าย ทว่าเส้นผมกลับถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตด้วยปิ่นไม้ทับทิมโบราณ หลินฟางเซียนยืนกอดอกพิงกรอบประตู มุมปากประดับรอยยิ้มบางเบาที่ส่งไม่ถึงดวงตา แววตาคู่คมกริบกวาดมองผู้เป็นพี่ชายหัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าใกล้เน่าเสียในตลาดสด
"อ้าว... นึกว่าสุนัขที่ไหนมาเห่าเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของข้า ที่แท้ก็พี่ใหญ่ผู้แสนดีนี่เอง" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "ลมอะไรหอบท่านมาถึงเรือนท้ายจวนที่ขึ้นชื่อว่าอัปมงคลแห่งนี้กันล่ะคะ หรือว่าเงินพนันก้อนล่าสุดที่บ่อนหอหมื่นโชคหมดเกลี้ยง จนต้องบากหน้ามาแบมือขอทานข้ากินอีกแล้ว?"
หลินเจี้ยนอานหน้าถอดสีทันที เขากวาดสายตามองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าบ่าวไพร่คนอื่นจะได้ยินคำพูดแทงใจดำนี้ "เจ้า... ฟางเซียน! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย! ข้าเป็นพี่ชายเจ้านะ! อีกอย่าง วันนี้ข้าไม่ได้มามือเปล่า... นี่!" เขาผายมือไปยังบ่าวรับใช้ที่แบกหีบไม้ "นี่คือชาชั้นดีจากตระกูลหลินของเรา ข้าเอามาให้เจ้าใช้ต้อนรับสามีที่เป็นถึงท่านแม่ทัพเชียวนะ!"
ฟางเซียนเหลือบตามองหีบไม้ใบนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
ชาชั้นดีงั้นหรือ? ชาห่วยๆ ที่เก็บเกี่ยวอย่างไร้การดูแล ปล่อยให้ใบแก่ครึ่งอ่อนครึ่งจนขึ้นรา รสชาติฝาดเฝื่อนราวกับเคี้ยวกิ่งไม้ แลดูแล้วคงขายไม่ออกจนต้องเอามาเร่ขายให้คนใกล้ตายในจวนแม่ทัพเพื่อล้างสต็อกสินค้าราคาถูกมากกว่ากระมัง
"พี่ใหญ่คะ..." ฟางเซียนก้าวเท้าเข้าไปใกล้พี่ชายทีละก้าว บีบให้หลินเจี้ยนอานต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "ท่านฉลาดน้อยลง หรือคิดว่าข้าโง่เง่าบรมกันแน่? ชาตระกูลหลินที่ท่านเอามาฝาก แม้แต่สุนัขเฝ้าบ้านยังเมินหน้าหนี ท่านกล้าดียังไงถึงกล้าเอามาเสนอหน้าให้ภรรยาเอกของแม่ทัพดื่ม?"
"เจ้ากล้าดียังไง..." เจี้ยนอานหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่าเขากล้าทำอะไรที่ไหนเล่า ข่าวลือเรื่องความโหดเหี้ยมในสนามรบของแม่ทัพหานหยางยังคงก้องอยู่ในหัว ไหนจะสายตาเฉียบคมของน้องสาวคนนี้ที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ทำให้เขารู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"ถ้าไม่มีธุระอันใดเป็นชิ้นเป็นอัน ก็เชิญไสหัวออกไปจากเขตเรือนของข้าซะ" ฟางเซียนสะบัดหน้าใส่ไร้เยื่อใย "อ้อ... ฝากบอกท่านพ่อกับแม่ด้วยนะคะ ว่าเงินสินเดิมที่พวกท่านฮุบไปเมื่อหลายปีก่อน... เตรียมตัวหาทางชดใช้คืนให้ครบทุกอีแปะได้เลย ไม่อย่างนั้น บัญชีลับการทุจริตภาษีของตระกูลหลินที่ข้าถืออยู่ อาจจะไปนอนเล่นอยู่บนโต๊ะทำงานของเจ้ากรมอาญาในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้!"
สิ้นคำพูดนั้น หลินเจี้ยนอานถึงกับหน้าซีดเผือกจนเขียวคล้ำ เขารีบกวักมือเรียกบ่าวรับใช้แล้ววิ่งหนีออกจากเรือนท้ายจวนราวกับเห็นผีสางเทวดา
ฟางเซียนมองตามหลังร่างที่วิ่งหนีหางจุกตูดนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอปิดประตูก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ
การจัดการกับเศษสวะพวกนั้นเป็นเพียงเรื่องน่ารำคาญใจขั้นต้น งานที่แท้จริงและมีความหมายต่ออนาคตของเธอมากกว่า กำลังรออยู่เบื้องหลังม่านพับกั้นห้องนอนนี้ต่างหาก
หญิงสาวหมุนตัวเดินตรงไปยังมุมห้องที่ค่อนข้างลับตา เธอหยิบกุญแจทองแดงดอกเล็กไขกล่องไม้สนโบราณ ก่อนจะรวบรวมสมาธิ... ชั่วพริบตานั้น ร่างของเธอก็หายวับไปจากเรือนไม้เก่าๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน
*ยินดีต้อนรับกลับสู่ห้องแล็บเกษตรกรรมอัจฉริยะ, ท่านผู้บัญชาการ.*
เสียงระบบสังเคราะห์ดังขึ้นต้อนรับในมิติลับ แสงไฟสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นชั้นวางขวดแก้วสารเคมี เครื่องมือแปรรูปใบชาสมัยใหม่ และแปลงเพาะชำทดลองที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นด้วยระบบอัตโนมัติ
นี่คือมิติลับที่ติดตามวิญญาณนักวิจัยการเกษตรระดับหัวกะทิอย่างเธอข้ามภพข้ามชาติมาด้วย ห้องแล็บแห่งนี้คืออาวุธลับที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างเนื้อสร้างตัว และเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เธอตบหน้าตระกูลเดิมได้อย่างเจ็บแสบที่สุด
"วันนี้เราจะมาทดลองสูตรลับขั้นเด็ดขาดกันค่ะ" ฟางเซียนพึมพำกับตัวเองขณะสวมถุงมือยางสีขาว แววตาเต็มไปด้วยประกายความมุ่งมั่นและตื่นเต้น
บนโต๊ะปฏิบัติการตรงหน้า มีใบชาป่าพันธุ์พื้นเมืองที่เธอแอบไปเก็บมาจากตีนเขาหลังจวนแม่ทัพเมื่อวานนี้วางอยู่ แม้จะเป็นชาป่าไร้ราคาที่ชาวบ้านบอกว่ารสชาติห่วยแตก แต่ด้วยโครงสร้างทางพันธุกรรมที่แข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศหนาวจัด มันจึงเป็นวัตถุดิบชั้นยอด หากนำมาปรับแต่งผ่านกระบวนการหมักและผสมสารอาหารพิเศษในห้องแล็บแห่งนี้
ฟางเซียนหยิบหลอดแก้วบรรจุ "หัวเชื้อจุลินทรีย์เร่งกลิ่นหอมดอกไม้อบเชย" ขึ้นมาหยดลงบนใบชาที่ผ่านการนวดด้วยมืออย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมหวานละมุนลอยฟุ้งขึ้นมาทันที ผสมผสานกลิ่นอายความสดชื่นของป่าเขาและกลิ่นอายความอบอุ่นของเครื่องเทศชั้นดีได้อย่างลงตัว
เธอบรรจงควบคุมอุณหภูมิของตู้อบลมร้อนด้วยตัวเองทีละองศา สีหน้าเคร่งเครียดและจริงจังราวกับกำลังปรุงโอสถทิพย์ต่ออายุขัย การทำไร่ชาในยุคโบราณไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่การทำชาให้ "อร่อยจนคนหยุดดื่มไม่ได้" และ "มีราคาแพงลิบลิ่วจนคนรอดูกำไรต้องตาค้าง" ต่างหากคือเป้าหมายที่แท้จริง
ขณะที่เธอกำลังงละมุนอยู่กับการควบคุมกระบวนการคั่วชาล็อตแรก เสียงฝีเท้าฝบหนักแน่นคุ้นเคยก็ดังขึ้นแว่วๆ จากภายนอกมิติ พร้อมกับเสียงกุกกักบริเวณหน้าประตูเรือน
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุ้มต่ำเจือความเหนื่อยล้าของสามีหนุ่มผู้เคร่งขรึม
"ฟางเซียน... เจ้าอยู่ในห้องหรือเปล่า? ข้ากลับมาแล้ว วันนี้ขุดดินแปลงใหม่เสร็จเรียบร้อย... เอ่อ... ข้าเอาปลาดุกนาตัวใหญ่ที่ชาวบ้านเอามาฝากมาทำอาหารค่ำให้เจ้าด้วยนะ"
เสียงของหานหยางหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินแต่ความเงียบงัน ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากภรรยาตัวน้อยเช่นเคย
ในมิติลับ หลินฟางเซียนชะงักมือที่กำลังถือถาดชา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันทีเมื่อนึกถึงเมนูปลาดุกนาสดๆ กับฝีมือการทำอาหารของสามีหนุ่มนักรบผู้เก่งกาจแต่ทำตัวเก้ๆ กังๆ เวลาอยู่ต่อหน้าเธอ
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวออกจากมิติเพื่อไปเปิดประตูรับสามีนั้นเอง
สายตาของเธอก็ดันเหลือบไปเห็นตัวเลขบนหน้าจอโฮโลแกรมของตู้อบลมร้อนที่กำลังกระพริบเตือนสีแดงฉาน!
*คำเตือน: อุณหภูมิภายในตู้อบสูงเกินกำหนด 5 องศาเซลเซียส! หากไม่ปรับลดระดับความร้อนภายใน 10 วินาที ใบชาสูตรพิเศษล็อตแรกทั้งหมดจะไหม้เกรียมกลายเป็นเถ้าถ่าน และสูญเสียคุณสมบัติทางเคมีทั้งหมดทันที!*
หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ เธอมีเวลาตัดสินใจเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น... ระหว่างการรีบออกไปเปิดประตูต้อนรับท่านแม่ทัพผู้ยืนรออยู่ด้านนอก กับการพุ่งตัวไปคว้าคันโยกฉุกเฉินเพื่อรักษาผลผลิตล็อตแรกมูลค่ามหาศาลนี้ไว้!
*ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง หนักแน่นขึ้น และเริ่มมีน้ำเสียงร้อนรนเจือความกังวลใจของหานหยางลอดเข้ามา
"ฟางเซียน! เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า? ทำไมไม่ตอบข้า... ข้าจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ!"
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของดัชเชสโพดำเสมอนะคะ
แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 5
น้ำค้างแรกจากยอดดอย
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!